วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...โทรศัพท์ของแม่ :ควันหลงวันแม่...



วันนี้อ่านคำนำของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง
ทำให้ใจคิดถึง "โทรศัพท์" ของแม่ที่บ้าน
เมื่อหลายปีก่อน โทรศัพท์มือถือยังไม่บูมมากเหมือนทุกวันนี้
ผู้เขียนติดต่อกับแม่โดยการโทร.ไปที่บ้านของป้าคนใกล้ๆบ้านแม่
ซึ่งแกมีโทรศัพท์บ้านอยู่คอยบริการชาวบ้านที่ต้องการติดต่อญาติทางไกล
จำได้ว่า กว่าจะได้คุยกับแม่สักครั้งต้องรอตั้ง ๑๐ นาที
เพราะเขาต้องไปตามให้ และแม่ต้องจ่ายค่าตามให้เจ้าของโทรศัพท์ครั้งละ ๑๐ บาท
เป็นเช่นนั้นทุกครั้งที่ติดต่อกับแม่ คิดถึงแม่ครั้งใด
ลูกชายเสียค่าโทร. ๑๐ กว่าบาท หยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะ
ส่วนแม่ต้องเสียครั้ง ๑๐ บาท ค่าคนไปตามตัว
เจ้าของโทรศ้พท์ก็มีตังค์เป็นค่ากับข้าวด้วยรายได้ดังกล่าว

ต่อมาเมื่อโทรศัพท์มือถือราถาถูกลง
และผู้เขียนมีกำลัง(เงิน)พอซื้อหามาใช้ได้
จึงได้ซื้อให้แม่เก็บไว้ใช้ จุดประสงค์หลักคือ คิดถึงแม่วันใดก็จะได้โทร.หา
ทั้งเครื่องและเบอร์ ผู้เขียนเลือกให้ด้วยตนเอง เบอร์ของแม่ มีเลข ๙ ตั้งหลายตัว
นับเวลาตั้งแต่วันที่ซื้อให้ถึงวันนี้ก็ประมาณ ๗ ปีเห็นจะได้
ค่าโทรศัทพ์มีหลายครั้งที่ผู้เขียนเติมแบบออนไลน์ไว้ให้ แม่ไม่ต้องเดือดร้อน
แต่หลายเดือนมานี้ ไม่มีตังค์เติมให้แม่
เพราะของตนเองก็มีเติมน้อยเช่นกัน
แต่ก็ดีใจที่ว่า แม่ไม่ต้องเสียค่าคนตามครั้งและ ๑๐ บาทอีกแล้ว
..
..
ทุกวันนี้ แม่ยังใช้โทรศัทพ์เครื่องเก่าอยู่
เมื่อก่อนโน้นโทร.ติดง่าย แม่เปิดเครื่องตลอดทั้งวัน

ทุกวันนี้ ยามใดที่คิดถึงแม่ พอกดโทร.ไปหา จะมีเสียงผู้หญิงตอบกลับมาว่า
"ท่านกำลังเข้าสู่ระบบฝากข้อความ" หรือไม่ก็
"ขออภัย เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้"
..
..

เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้บางครั้งผู้เขียนรู้สึกหงุดหงิด
เมื่อโทร.ติดก็ถามแม่ว่า
"แม่..ทำไมแม่ต้องปิดโทรศัพท์ในตอนกลางวันด้วยล่ะ?"
"อ๋อ...แบตเตอรี่มันชาร์ทไม่ค่อยเข้า แม่ก็เลยปิดเครื่อง และเปิดช้าร์ทเฉพาะตอนเย็น"
แม่ตอบมาอย่างอารมณ์ดี แม่คงเข้าใจที่ลูกชายหงุดหงิดที่โทร.หาแม่ไม่ติด

พอเข้าใจเหตุผล ผู้เขียนก็เลิกหงุดหงิด
และเมื่อคิดถึงแม่คราใด ก็จะรอให้ถึงเวลา ๑๙ นาฬิกาเสียก่อนค่อยโทร.
คราวนี้ติดทุกครั้ง แต่ว่า บางทีก็ต้องรอสายว่างจึงได้คุยกับแม่
เพราะว่า น้องสาวที่ทำงานที่กรุงเทพฯ ก็โทร.หาแม่บ่อยเหมือนกัน

ตอนนี้ในบรรดาพวกเราสามคนพี่น้อง
มีน้องสาวที่โทร.หาแม่บ่อยที่สุด รองลงมาก็น้องชาย
และที่โทร.หาเรื่อยๆ แม้ไม่บ่อยนัก ก็คือ ผู้เขียนเอง

บางทีงานก็ทำให้ลืมโทร.หาแม่ แม้ว่าจะคิดถึงอยู่เสมอๆ ก็ตาม
แต่วันสำคัญของแม่ ผู้เขียนและน้องๆ มักไม่เคยลืม
ปีนี้  วันคล้ายวันเกิดของแม่ ถึงก่อนวันแม่แห่งชาติเพียง ๒ วัน
(๑๐ สิงหาคม)  การ์ดอวยพร ผู้เขียนก็เพิ่งจะทำเสร็จวันนี้
คงจะต้องส่งย้อนหลัง แม้จะช้า ก็ดีใจที่ทำให้แม่
เพราะการ์ดปีนี้ ผู้เขียนนำเอารูปของน้องชายและน้องสาว
พร้อมด้วยรูปของพ่อ, แม่ และหลานสาวลงไว้ครบทุกคน
ซึ่งคิดจะทำมานานแล้ว แต่เพิ่งสบโอกาสทำสำเร็จตามที่หวังก็วันนี้เอง
ใสรูป ตกแต่งนิดหน่อย แล้วก็เขียนคำกลอนอวยพรเหมือนเช่นเคย

คิดว่า เมื่อแม่ได้รับ แม่คงจะดีใจ ยิ้มหน้าบาน
เพราะว่า เมื่อใดที่แม่คิดถึงหน้าลูกๆ แม่ก็สามารถหยิบการ์ดอวยพรวันเกิดใบใหญ่
ที่ลูกคนโตคนนี้ ทำให้แม่ มองภาพเดียว ได้เห็นหน้าลูกๆ ครบทุกคน
แถมได้เห็นหน้ารูปสามีของแม่ ยืนอยู่ข้างๆ หลานสาวที่กำลังน่ารักอีกด้วย
มองผลงานที่ตนเองทำแล้ว คิดแล้ว ก็อมยิ้มอยู่ตามลำพัง


สิ่งที่ตั้งใจจะทำเพื่อแม่ในแผนงานต่อไปก็คือ
คิดจะปลดระวางโทรศัพท์เครื่องเก่าของแม่ทิ้งเสีย
แล้วเอาเครื่องใหม่มอบไว้ให้ใช้
แม่จะได้เปิดเครื่องตลอดทั้งวันเหมือนเช่นเคย
และลูกๆ จะได้โทร.หาแม่ได้ตลอดเวลาที่คิดถึง
ไม่เว้นแม้แต่ยามค่ำคืน สามสี่ทุ่มแม่ก็ลุกมารับสาย
เพราะแม่รู้ว่า ยามนี้ไม่มีใครโทร.หาแม่หรอก
นอกจากลูกชายและลูกสาวของแม่
ซึ่งทั้งสองอยู่ห่างไกลแม่พอสมควร
จึงทำได้เพียงส่งเสียงหา ถามไถ่สุขทุกข์
มอบความห่วงใยให้กันและกันตามประสาคนชนบท
ผ่านเทคโนโลยีไร้สาย ที่เข้าถึงทุกครัวเรือน

คิดแล้วก็ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่
เมื่อจินตนาการถึงใบหน้าแม่
ในเวลาที่แม่มองเห็นโทรศัพท์เครื่องใหม่
ที่มีเสียงเรียกเข้าเป็นเสียงลูกชาย
หรือไม่ก็เสียงเพลงของคุณต่าย อรทัยที่ว่า
"กำลังคิดฮอดพอดี ขอบคุณนะที่โทร.มา
ถือสายรอก่อนเด้อจ้า..
รับช้าก็อย่าน้อยใจ..."

..

..


...มนพล...

๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๔

โดย มนพล

 

กลับไปที่ www.oknation.net