วันที่ อาทิตย์ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Francesco Clemente ศึกษาภาพวาดของศิลปินชั้นเยี่ยม(ของโลก)


francesco clemente น่าจะเป็นศิลปินคนสุดท้ายของโลกนี้แล้วหละที่จับแปรงวาดรูปด้วยพื้นฐานของจิตรกรธรรมดาๆแล้วยังสามารถเขย่าหัวใจของผู้คนทั้งโลกให้เต้นแร้งเต้นกาเร่าๆไปตามรอยฝีแปรงดิบห่ามของเขาพร้อมๆกัน...หลังจากนั้นเขาก็ส่งต่อพวกเราให้เข้าไปสู่ยุค"ศิลปะที่น่าเบื่อ"(อันนี้ผมว่าเองตามความรู้สึก)โดยสมบูรณ์(อย่าง เดเมี่ยน เฮิอร์ส นั่นไง) 

 

        I didn't know the names               

        of the flowers-now                 

        my garden is gone.               

     เรามาเริ่มเรื่องด้วยไฮกุบทหนึ่งซึ่งประพันธ์ขึ้นโดยกวี-นักเขียนอเมริกัน Allen Ginsberg

ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ศิลปิน Francesco CLEMENTE ได้วาดภาพชุดหนึ่งออกมา ถ้าหากว่ากระดาษเปล่าๆเล็กๆซักแผ่นหนึ่งจะสามารถเป็นplateรองรับบทกวีอันยิ่งใหญ่ของ Ginsberg ใด้อย่างน่าอัศจรรย์อย่างไรแล้วละก็ ผืนผ้าใบเปล่าๆหรือกระดาษวาดภาพธรรมดาๆของ Clemente ก็คงทำหน้าที่น่าอัศจรรย์นั้นเช่นเดียวกัน

   Francesco Clemente เป็นชาวอิตาเลี่ยน เกิดที่เมือง Naples ค.ศ.1952 เรียนมาทางสถาปัตยกรรม ที่ Universiti degli studi 'La Zapienza' ในกรุง Rome แต่หันเหมาเอาดีทางด้านจิตรกรรมแทน ช่วงปี 1970 เข้าร่วมกับกลุ่มศิลปินหนุ่มเชื้อสายอิตาเลี่ยน Sandro Chia Enzo Cucchi Mimmo Paladino รื้อฟื้นการวาดภาพในแนว figurative (ใช้คนเป็นสื่อหลักในการแสดงเนื้อหา)ที่เสื่อมความนิยมลงไปแล้วทุกขณะ ให้กลับมาเป็นแนวทางหลักในการแสดงออกทางศิลปะของพวกเขาอีกครั้ง โดยมุ่งสื่อสารเรื่องโลกเร้นลับภายในใจคน การย้อนอดีตเพื่อไปรำลึกความรู้สึกแบบprimitive มากกว่าการมุ่งผลักดันโลกไปข้างหน้าอย่างศิลปินแบบmodernist และการวาดภาพที่นำเอาความหลากหลายของcivilizations อย่างโรมัน อินเดียน โยคะ ฮินดู ญี่ปุ่น อินคา หรือเรื่องตำนาน แม้แต่นิทานปรำปรา มาเป็นเนื้อหาบนผืนผ้าใบ แทนที่จะมุ่งประกาศความรุ่งเรืองหรือใหญ่โตของวัฒนธรรมแบบตะวันตกหากแต่พวกเขากลับสนใจที่จะนำเรื่องราวในอดีตของคนทุกๆเชื้อชาติมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องเดียวกัน(เช่น Ginsberg สนใจที่จะเขียนโคลงไฮกุ)

เหล่านี้เองที่ทำให้พวกเขาได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในกลุ่มกระบวนการการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมอันนำไปสู่โลกยุคหลังสมัยใหม่ที่เรียกกันว่าpost modernist นั่นเอง

     เอ้า...ดูรูปกันครับ

   

    

    Body  1993 pigment on canvas 193-182cm   ( โยคะครับ)

       

    Recuerdo  สีนำบนกระดาษ

  

   Alba 1997  ( รูปนี้ alba clemente เมียศิลปิน)

  

 

         เฮ่อๆผมพยายามจะหารูปมาให้เนื้อหาตรงกับเรื่องให้มากกว่านี้ แต่หลายรูป อัพโหลด ไม่ได้เฮ่อ..หงิกหงิก

        

         จริงๆแล้วเมื่อราวๆ 6-7 ปีที่แล้ว แกลเลอรี่ เคียวโกะ ในซอยต้นสน ตรงข้ามเซนทรัลชิดลมได้เคยนำผลงาน ของ Clemente มาจัดแสดง เป็นภาพวาดสีชอล์กราว 10 ชิ้นกับ สีนำอีกราว 2-3 ชิ้น

ผมเลยได้มีโอกาสได้ชมของจริงแบบไม่ต้องเสียตังค์  ดูไป ขนลุกไป จริงๆครับ

         ปัจจุบัน Clemente ยังคงมีที่พำนักอาศัยทั้ง 3 แห่งโดยย้ายที่ไป-มาระหว่าง Newyork Rome และเมือง Madras ประเทศ India

Reserveranc 1981  198-236 cm

 

        

       ช่วงหลังๆนี่ไม่ค่อยจะมีศิลปินที่หยิบเอาสื่ออย่างสีนำกับกระดาษวาดภาพมาทำงานศิลปะกันจริงๆเท่าไหร่เพราะศิลปินหันไปหยิบจับสื่อสำเร็จ-สื่อผสม กันเยอะแต่Clemente นี่น่าจะเป็นคนแรกๆละครับที่เอาสีนำกับกระดาษมาวาดรูปกันใหม่

      รูปล่างเป็นงานภาพพิมพ์ไม้ สีนำ 22 สี โดยใช้วิธีการของช่างพิมพ์โบราณญี่ปุ่น สกุลช่างพิมพ์ โอคิโย-อิ พิมพ์ออกมา 51edition ขายชิ้นละ 7500 us$ 

   

  Earth 2006

  (ชิ้นนี้จำชื่อไม่ได้แล้วครับ)

          ถ้าเอาเป็นว่ามาฝึกดูรูปกันแบบง่ายๆนะครับจะเห็นว่า

       1.ภาพวาดของClementeแทบทุกรูปจะมีsubjectหลักเป็นรูปคน(โดยมากเขาจะวาดรูปตัวเอง)นี่แหละครับเรียกว่าfigurative style

       2.Clementeวาดภาพทุกภาพด้วยความทรงจำ(นั่นทำให้ผลงานของเขามีเอกลักษณ์เด่นชัด ในเรื่องของเส้นสายout line drawing ที่มีอิสรภาพสูง ไม่ต้องติดยึดกับmodelต้นแบบ

       3.มีความเป็นอีโรติคสูงมากแต่อารมณ์จะฝังซ่อนอยู่ในส่วนลึกของภาพมากกว่าที่จะพวยพุ่งออกมาแบบชัดๆ

       4.Clementeมักจะล้อเล่น-ยั่วยุคนดูเสมอด้วยการจงใจให้เกิดความขัดแย้งต่างๆนานาในภาพวาดของเขา

          -ภาพสีนำรูปใบหน้า จะเห็นว่าโทนสีเหลืองรุนแรงพลุ้งพล่านอย่างหนักแต่ทว่าสีหน้า-ดวงตาของคนกลับบ่งบอกถึงความสงบเงียบ เยือกเย็น

          -รูปแรกเล่นโยคะเช่นกันโทนสีแบ๊คกราว ที่รุนแรง+ท่วงท่าของคนที่บิดม้วนจนดูทรมานแต่ใบหน้าของคนกลับบอกถึงความสงบที่ยิ่งใหญ่

          -รูป 2 3 และ 7 มีความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างหนึ่งคือ ขอบด้านนอกของรูปมีอิทธิพลอย่างสูงต่อความรู้สึกอึดอัดของคนดู

       5.การใช้ส๊ในภาพวาดของเขาเป็นแบบstreight in อาศัยความแม่นยำและประสพการณ์ในการจัดการ

       6.ดวงตาของคนในรูปจะจับจ้องมองมายังคนดูตลอดเวลา

       

       เที่ยวหน้าถ้ามีโอกาศผมจะเอาเรื่องของศิลปินคนอื่นมาดูกัน

       วันนี้ใช้พลังไปในการนั่งพิมพ์เยอะมาก พิมพ์ถูก-พิมพ์ผิดอยู่ตลอดเวลา พอเผลอไปกดปุ่มอะไรเข้าเรื่องลบต้องเริ่มใหม่ เฮ่อ เฮ่อ....

      

       Five steps   

        

         Recuerado   สีนำบนกระดาษ

โดย hopebaby

 

กลับไปที่ www.oknation.net