วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บันทึกลึกแต่ไม่ลับ เก็นติ้ง City of Entertainment มาเลเซีย 2011


            

ภาพกลางหมอก ขณะขึ้นไปบนยอดเขาเก็นติ้ง

              (ต่อจากตอนที่แล้ว) หลังจากเราเสร็จสิ้นภารกิจ เราก็เดินทางออกจากเมืองปุตราจายา ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงเราก็ถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป้าหมายแรกของคณะเราคือพระราชวังของราชาธิบดี ราชาฯที่สุลต่านแต่ละรัฐของสหพันธรัฐมาเลเซียจะหมุนเวียนมาดำรงตำแหน่ง ที่ๆนักท่องเที่ยวจะนิยมแวะมาถ่ายรูปกับทหารองค์รักษ์บนหลังม้าหน้าวังแห่งนี้
             โดยครั้งนี้ โชคไม่เข้าข้างเรานัก เพราะแค่ก้าวเท้าลง เราก็ทราบว่า เขานำไปไปพัก จึงมีเพียงทหารองค์รักษ์กับฝูงชนนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่จะเป็นคณะทัวร์จากเวียดนาม เพียง 5 นาที ฝนก็เทลงมา ทำให้เป้าหมายที่วางไว้เป็นอันพับไป เราจึงมุ่งหน้าต่อไปยังจตุรัสเมอร์เดก้า หรือจตุรัสเอกราช สถานที่ประกาศอิสรภาพจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ท่ามกลางสายฝนและสภาพจราจรที่ติดขัด เราต้องปรับตัวเป็นคณะฯชะโงกทัวร์ ชมอาคารพิพิธภัณฑ์ อดีตที่ทำการทรงยุโรปที่สวยงาม ก่อนจะมีเมืองใหม่ปุตราจายา เสาธงที่ประดับธงชาติสหพันธรัฐมาเลเซียที่สูงที่สุดในโลก ยังคงตั้งตระหง่านกลางจุตรัสเมอร์เดก้า
รถตูนำคณะเราผ่านใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปแวะชอบปิ๊ง ที่ตึกแฝดเปรโตรนาส แทนที่จะเป็น ย่านไชน่าทาวน์ (PETALING STREET) สถานที่จำหน่ายสินค้าก๊อปแบรนแนมมุมโลก ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเราจึงมุ่งหน้าสู่เก็นติ้งทันที

อุโมงค์กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

พิพิธภัณฑ์จตุรัสเมอเดก้า อดีตที่ทำการรัฐผู้ปกครองอาณานิคม

ตอม้อ เขาใช้ประโยชน์ในการพีอาร์..กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

หอนี้ทำให้คิดถึง สุพรรณบุรี

คลับกลางกรุง..สำหรับชาวต่างประเทศ

ลุยตึกแฟต เปรโตนาส

 
                คณะฯเราเดินทางมาถึงจุดสถานีรถกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปยังเก็นติ้ง ในเวลา 17.00 น. ซึ่งกระเช้าไฟฟ้าที่นี้ยังคงได้ชื่อว่ายาวที่สุดในโลก ประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยยังคงได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวชาวมาเลย์และนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

ออกเดินทางมุ่งสู่ เขาเก็นติ้ง รัฐปาหัง

เส้นทางสบาย แม้จะโค้งก็ตาม

ป้ายจุดสถานีกระเช้า

ดาบเล็ก ลุย..


                คณะฯเราขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ที่หมุนเวียนด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งแต่ละกระเช้าจะขึ้นได้ กระเช้าละไม่เกิน 6 คน สังเกตด้วยสายตา สมาชิกในคณะฯหลายคน ออกอาการตื่นเต้น เพราะกระเช้าไฟฟ้า ลอยข้ามผ่านป่าดงดิบสูง ประกอบกับภูมิทัศน์ยามเย็น สายหมอกกับแสงอาทิตย์ ที่ไต่ไล่ระดับสี เป็นประสบการณ์ร่วมกันกับมวลมิตรที่ยากจะลืมเลือน

สถานีกระเช้า มองจาก เวลาออก เสียวจริงๆ

กระแต กับ สาคร..คนร้อยเอ็ด

สีสันธรรมชาติ ช่างเติมแต่ง

ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหมอดจัดๆ


                และเมื่อคณะฯขึ้นมาถึงบนยอดเขา “เก็นติ้ง” นาทีแรกที่สัมผัส อากาศที่หนาวเย็นจะพัดมากระทบใบหน้า สร้างความสุขสดชื่นยิ่งนัก ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหายเป็นปลิดทิ้ง ความรู้สึกอยากจะค้นหาอยากสัมผัส ความยิ่งใหญ่ของเก็นติ้งไฮร์แลนด์ “City of Entertainment ” ระดับโลก บนความสูง 1800 เมตร กลับเข้ามาแทนที่ทันที

เราขึ้น เขาก็ลง..เป้นอย่างนี้ทุกวัน

ป้ายโฆษณา..ศิลปิน ที่มีกำหนดแสดงในผับต่างๆบนเขาเก็นติ้ง

เกมล่อใจเด็กๆเยาวชน..มากมาย


                " เก็นติ้ง " เป็นแหล่งบันเทิงที่รวมความหลากหลายไว้ในที่เดียวกัน เป็น City of Entertainment ระดับโลกที่มีมานานหลายสิบปี จากเดิมที่เคยมีชื่อเสียงในเรื่องแหล่งกาสิโนที่ละลานตา ภายในห้องโถงขนาดใหญ่เทียบได้กับสนามฟุตบอล ปัจจุบันปรับให้มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กและครอบครัวมากมายแทบทุกชนิดที่โลกนี้มี 

ทางเชิ่มระหว่างตึกสู่ตึก ทันสมัย สะดวกสบาย

บนยอดเขากลางป่า ใครจะเชื่อ

First World Hotel  โรงแรมที่เราพักเป็นโรงแรมที่กรุ๊ปทัวร์จะจองที่พักกันมีห้องพักถึง 6,300 ห้อง เป็นแชมป์โรงแรมที่ใหญ่อันดับ 1 ของโลก  


                บนความสูงระดับเมฆ 1800 เมตร มีโรงแรมอยู่ 6 แห่ง เก็นติ้งไฮแลนด์ก้าวไปสู่ศูนย์รวมความสนุกสนานของครอบครัว สร้างรายได้ให้รัฐบาลมาเลเซียจากค่าเช่า และภาษีจำนวนมหาศาล เป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ ที่โลกต้องจดจำ

ภายในห้องพักเล็กๆจัดวาง อย่างลงตัว


                ผู้คนนับหมื่นๆ ในแต่ละวัน ยังคงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์จะหนาแน่นเป็นพิเศษ สิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภค น้ำประปา ไฟฟ้า ระบบกำจัดขยะ ภัตรคารอาหารการกิน งานบริการ รวมไปถึงการบริการจัดการด้านความปลอดภัย ช่างเป้นเรื่องใหญ่โตที่ควรค่าแก่การเรียนรู้อย่างยิ่ง แล้วใครกันถึงทำเรื่องยิ่งกว่าฝันเหล่านี้ขึ้มาได้

 อนุสรณ์ นายลิม โก๊ะห์ ตง

ขอบคุณ ภาพจากกูเกิ้ล


                นายลิม โก๊ะห์ ตง ฉายา ราชาคาสิโน ของมาเลเซีย ผู้พัฒนา รีสอร์ต คาสิโน เกนติ้งไฮแลนด์ ในช่วงทศวรรษที่ 1960 และเป็นผู้ก่อตั้งเก็นติ้ง กรุ๊ป ที่เติบโตไปเป็นกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประกอบด้วย 3 สัญชาติ คือมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง
                ขณะที่ตัวเองรั้งอันดับที่ 204 ของมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดที่จัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส เมื่อปี 2550 จากการครอบครองทรัพย์สินมูลค่า 4,200 ล้านดอลล่าร์ หรือกว่า 1,300,000 ล้านบาท

เคาเตอร์ลานอาหาร

เจี๊ยบ..จัดเต็ม

สาวอาหรับ..ในอีกมุมหนึ่ง ของโลก

น้ำพริกส้มตำมีให้ทาน

ราดหน้า ก๋วยเดี๋ยวเป็ด มีเหลือเฟือ

ข้าวราดแกงสารพัดบนโลกนี้

ส้มตำก็มี..นิ

เนื้อย่าง..บางเฉียบ

เค็ก ขนมฝรั่ง

ผลไม้สดๆ..ยังกะตลาดไท

อันนี้..ของชอบ ของสาวๆหวานแต่มีแอลกอฮอล์

น้องอ๋อย..อวบระยะสุดท้าย

นั่งทาน..ร่วมกัน


                ธุรกิจของกลุ่มเกนติ้ง รวมถึงบริการเรือสำราญ สตาร์ ครูซส ที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และบริษัทลูกคือ เกนติ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของสแตนลีย์ เลเชอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจคาสิโนใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรด้วย
นายลิม เกิดเมื่อปี 2461 ที่มณฑลฟูเจี้ยนของจีน ตอนที่เขาอายุ 19 ปี เขาอพยพไปยังมาเลเซียในสภาพที่ยากจน ก่อนจะได้รับโอกาสครั้งแรกในการทำการค้าเครื่องจักรเมื่อหลังสงครามโลกครั้ง 2
                ในวัย 50 ปี นายลิม ก็มีแนวคิดจะพัฒนายอดเขาให้เป็นรีสอร์ต คาสิโน ในรัฐปะหัง และเริ่มงานสร้างถนนขึ้นไปบนเขาที่สูง 1,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ในปี 2508 จนเสร็จและพร้อมเปิดกาสิโนในปี 2514
                 นายลิม โก๊ะห์ ตง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2550 ด้วยวัย 90 ปี ปัจจุบันสุสานของนายลิม ตั้งอยู่เชิงเขาริมทางขึ้นเก็นติ้งไฮแลนด์

ทานเสร็จกลุ่มทันที

สาวๆในร้านไอติม

ป.วศิน กับลูกโป่ง สัตว์ประหลาด

มุมเวนิส..สวนสนุก

จัดวางได้หลากหลาย

รถรางเหาะรอบบริเวณ

ร้านอาหารดังทั่วโลก

เดิมๆม้าหมุนยังมี

ภายนอกก็สวย รับหมอกเต็มๆแบบเย็นยะเยือก

มายากลแสดง..สนุก

สวนหิมะเทียม..ยิงธนู ก็มี

กิ๊พชอป..น่ารักๆ

                 คณะฯของหลังจากที่ได้ห้องพักกันเรียบร้อย ก็ลงมาทานข้าวเย็น ที่ใช้ระบบการ์ด โดยเป็นลักษณะอาหารบุฟเฟ่ อาหารนานาชาติ สะอาดรสชาติก็ไม่เบา ถูกใจนักชิมตัวยงเลยทีเดียว
                 หลังทานอาหารเสร็จเราก็รวมกลุ่มประชุมกันประมาณ 30 นาที ก่อนจะแยกย้ายกันไปตระเวน ถ่ายภาพ เก็บข้อมูล และท่องเที่ยวตามอัธยาศัย
สำหรับผู้เขียนนั้นเที่ยวนี้ไม่ได้เข้าไปยังกาสิโน เพราะเคยเข้าชมสามรอบแล้ว และคิดว่าครั้งนี้ คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนัก ผู้เขียนจึงอาสาถือกล้องและมือถือของสมาชิกในคณะฯเพราะเขาไม่อนุญาตให้นำเขาไปในกาสิโน โดยผู้เขียนกับอาจารย์ป๋อง เพื่อนอีกคนที่ไม่เข้ากาสิโน รีบเดินทะลุผ่านไปยังบริเวณข้างออกอาคารเพื่อออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ความเย็นยะเยือกกับลมที่ปะทะตลอดเวลา แสงสีที่ฉายไปยังตัวอาคาร ประกอบกับหนุ่มสาว เด็กวัยรุ่นนานาชาติ ที่เดินนั่งบริเวณภายนอก ทำให้ไม่อยากเข้าไปยังตัวอาคารอีกเลย

แล้วเราก็ไปเที่ยวผับ..บนเขากัน

ตื่นเช้ามาซึมซับบรรยากาศ

มุมนี้ยังคงหนาวเย็น

หนอนตัวนี้เด็กๆชอบ เพราะวิ่งได้รอบบริเวณเลย

ลานจอดรถ.. เมื่อคนกลับ..

สวย ด้วยวิว

สวนน้ำยามเช้าสงบ..เพราะอากาศเย็นจริงๆ

เก็บภาพกัน..สนุก

มุมเด็กๆและวัยรุ่น

                     เวลาผ่านไป 20 นาที เสียงโทรศัพท์จากซิมมาเลย์ ดังขึ้นมา ผู้เขียนจึงเข้าสมทบและนำคณะฯทั้งหมดไปนั่งในผับที่ต้องข้ามไปอีก 2 โรงแรม ซึ่งเป็นผับหรู มีการแสดงดนตรี ที่มีนักร้องจีนสาวน้อยหน้าจิ้มลิ้ม จำนวน 4 คน ที่พลัดกันเต้นและร้องเพลง ทั้งจีนฝรั่ง ซึ่งก็ไม่ลืมที่จะร้องเพลงไทย ของอ้อนเกวลิน “รักเธอไม่มีวันหยุด” สำหรับเพื่อคณะเราโดยเฉพาะ ส่วนเรื่องราคาค่างวดไม่ต้องพูดถึงสูงกว่าบ้านเรา 2 เท่าตัวเลยทีเดียว
                    คณะฯเรานั่งผับหรูได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ย้ายไปนั่งอีกผับ ซึ่งแตกต่างไปจากเดิม เป็นไปลักษณะผับเธค มืดๆสลัวๆ ตรงเวทีมีวงดนตรีสาวสวยเซ็กซี่จากฟิลิปปินส์ 6 ชีวิต ทั้งเล่นกีตาร์ เบส คีย์บอร์ด กลองชุด เล่นและเต้นไปคราวเดียว สำหรับการสื่อสารก็ภาษาภาษาอังกฤษล้วนๆ งานนี้ราคาไปแพงเหมือนผับแรก กว่าจะกลับก็กระทั่งตี 3 เลยทีเดียว
                    เช้าตรู หลังจากทานยอาหารเช้าที่มากด้วยเมนูนานาชาติๆอีกครั้ง ผู้เขียนก็ออกมาเก็บภาพบรรยากาศยามเช้าอีกครั้ง ก่อนจะเดินทางกลับด้วยกระเช้าไฟฟ้าอีกครั้ง จนเมื่อเราถึงข้างล่าง ทางออกของกระเช้า ก็เป็นบริเวณจำหน่ายของหมักของแช่อิ่ม ซึ่งเราสามารถชิม โดยไม่ต้องกลัวใครตำหนิ เป็นเรื่องจริงที่น่าชื่นชม ในการบริการนักท่องเที่ยวจริงๆ


ถ้าให้เดา คงแพ้..พนันแง๋มๆ

ก่อนกลับซักภาพ

เย็นยะเยือกอีกครั้ง

วิว.ค่อยๆแจ่มชัด

เห็นโรงบำบัดน้ำ

สีสันต่างไปจากคราวก่อน

มองมุมกลับ

              เราเดินทางออกมาด้วยอาการซึมๆ ด้วยเพราะเป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว การเสวนาถึงประสบการณ์ต่างๆในทริปบนรถ คือ การเก็บตกที่ดีที่สุด รอยยอ้มและเสียงหัวเราะ ตลอดเส้นทางคือ คำตอบ ทริปนี้แม้จะเป็นครั้งที่สี่ แต่ยังคงสร้างความรู้ ความสุข ความประทับใจของผู้เขียน หลังจากที่ส่งสมาชิกฯบางส่วนขึ้นเครื่องฯที่สนามบินปีนัง ส่งสมาชิกฯอีกส่วนที่ด้านนอกสะเดา

เห็นสนามม้า..สำหรับบรรดาเศรษฐี

ยิ้ม..เพราะประทับใจ

ร้านของที่ระลึก.ชิมฟรีไม่อั้น..

สะอาด สด อร่อย หลากหลายจริงๆ

เดินทางกลับด้วย..ความสุข

       

                   โดยก่อนเข้าเขตไทย ทุกคนก็แวะไปชอบปิ๊งสินค้าปลอดภาษีอีกครั้งที่ดิวตี้ฟรี ผู้เขียนย้อนกลับมาถึงฝั่งพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในเวลาทุ่มตรงพอดี และทุกครั้งที่กลับมาถึงฝั่งไทย ผู้เขียนรู้สึกโล่ง สบายใจอย่างบอกไม่ถูก คงเพราะ ไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเรานี่เอง...เฮ้อ แล้วมีโอกาสอีกครั้งเมื่อไหร่ สัญญาจะมาเล่าเรื่องยาวๆพร้อมสาระ แนวๆนี้อีกแน่นอน.. ด้วยจิตคาราวะ ศณีรา สวัสดี.

              ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐปะหัง จาก จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ปะหัง (Pahang) (อักษรยาวี: ڨهڠ) เป็นหนึ่งในสิบสามรัฐที่ประกอบขึ้นเป็นสหพันธรัฐมาเลเซีย และเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาเลเซีย ครอบคลุมบริเวณแอ่งแม่น้ำปะหัง มีอาณาเขตติดต่อกับรัฐกลันตันทางทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐเประ รัฐสลังงอร์ และรัฐเนกรีเซมบีลันทางทิศตะวันตก ติดต่อกับรัฐยะโฮร์ทางทิศใต้ ส่วนทางทิศตะวันออกติดต่อกับรัฐตรังกานูและทะเลจีนใต้
เมืองหลวงของรัฐคือกวนตัน (Kuantan) ส่วนเมืองของเจ้าผู้ครองตั้งอยู่ที่ปกัน (Pekan) เมืองสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ กัวลาลีปิส เตเมร์โละห์ และรีสอร์ตเชิงเขาที่ที่สูงเก็นติง ที่สูงจาเมรอน และเฟรเซอส์ฮิลล์
              ชื่อเฉลิมเมืองของรัฐปะหังคือ ดารุลมักมูร์ ("ถิ่นที่อยู่แห่งความเงียบสงบ") องค์ประกอบทางชาติพันธุ์ของผู้คนในรัฐนี้ประมาณอย่างหยาบ ๆ ได้แก่ ชาวมาเลย์ + ภูมิบุตร 1 ล้านคน ชาวจีน 233,000 คน ชาวอินเดีย 68,500 คน อื่น ๆ 13,700 คน และไร้สัญชาติ 68,000 คน



เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/05/26/entry-2

จากใจบล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ ดูงานช้างที่มาเลย์ เกินคำบรรยาย..จริงๆ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/06/25/entry-2

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ มาเลเซีย 2011 (ปีนัง)

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/12/entry-4

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ วัดไทยมาเลเซีย 2011 (อลอสตาร์)

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/13/entry-1

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ ภูมิปุตรา และรัฐบาลท้องถิ่นปันัง มาเลเซีย 2011

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/21/entry-1

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ ปุตราจายาเมืองใหม่ มาเลเซีย 2011

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/08/11/entry-1

ยิ่งสูง ยิ่งหนาว
เรวัต พุทธินันทน์

โดย ศณีรา

 

กลับไปที่ www.oknation.net