วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“แพลงกิ้ง” กระแสใหม่....


เยาวชนสตูล “แพลงกิ้ง” ป้องปากบาราจากเงื้อมมือ “ท่าเรือ-อุตสาหกรรม”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กลุ่มเยาวชนและประชาชนคนรุ่นใหม่ร่วมปกป้องหาดปากบาราให้พ้นจากโครงการถมทะเลสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบา โดยการนอนคว่ำแพลงกิ้งบนผืนทรายที่เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อาศัยของปูทหารพระราชา พร้อมแจกจ่ายหนังสือ“สงขลา-สตูล กำลังจะก้าวไปสู่จังหวัดอุตสาหกรรมขนาดหนัก.. ข้อมูลที่ยังไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นระบบ” รณงค์ปฏิบัติการเพชรเกษม 41 ระหว่าง 21-22 ส.ค.ที่ จ.ชุมพร
      
เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล นำประชาชนและกลุ่มเยาวชนใน ต.ปากบารา อ.ละงู จ.สตูลร่วมทำแพลงกิ้งนอนคว่ำหน้าบนผืนทรายในอ่าวปากบาราในขณะที่น้ำทะเลลงจนกลางเห็นหาดทรายยาวนับกิโลเมตรของช่วงเย็นของวันที่ 17 สิงหาคม เพื่อสื่อสัญลักษณ์ในระดับสากลถึงการปกป้องทรัพยากรทางทะเล ที่เป็นแหล่งพักผ่อน แหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน ซึ่งชาวต่างชาติทั้งที่เป็นนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสนใจติดตามข้อมูล หลังจากที่มีโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบาราเดินหน้าจนผ่านรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และอยู่ระหว่างการขออนุญาตเพิกถอนแนวเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เพื่อถมทะเลในบริเวณอ่าวปากบาราก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา ภายในโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล

โดยอ่าวปากรารานั้นมีความสมบูรณ์ของธรรมชาติและระบบนิเวศ ล่าสุดมีการค้นพบว่าเป็นแหล่งอาศัยของ “ปูทหารยักษ์ปากบารา” ชนิดใหม่ของโลก และอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขอพระบรมราชานุญาติพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า “ปูทหารแห่งพระราชา” เพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบ 84 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
      
นอกจากนี้ ทางเครือข่ายฯ ยังได้นำป้ายรณรงค์กิจกรรมปฏิบัติการเพชรเกษม 41 มาร่วมในการแพลงกิ้งครั้งนี้ ก่อนที่จะมีการเคลื่อนพลคนใต้ทั้ง 14 จังหวัดหยุดแผนพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ระหว่างวันที่ 21-22 สิงหาคม ที่วนอุทยานเขาพาง อ.เมือง จ.ชุมพร ก่อนที่รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันยังได้มีการแจกหนังสือ “สงขลา-สตูล กำลังจะก้าวไปสู่จังหวัดอุตสาหกรรมขนาดหนัก.. ข้อมูลที่ยังไม่เคยเปิดเผยอย่างเป็นระบบ” แก่ประชาชนทั้งใน อ.เมืองและละงู นับพันเล่ม ซึ่งจัดทำโดยคณะทำงานหยุดการพัฒนาสงขลา-สตูล สู่การเป็นอุตสาหกรรมหนัก เพื่อให้รัฐบาลตระหนักถึงเสียงของประชาชนที่ต้องหารให้พื้นที่มีการพัฒนาที่ยั่งยืนเกิดขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net