วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิศวกรอเมริกัน-สาวอำนาจเจริญ "ต้องมีเมียสาวไทยเท่านั้น"


 6 ปีที่แล้ว ชายชราชาวอเมริกัน "เจมส์ เอส คิงส์" เกษียณหน้าที่ตำแหน่งวิศวกรอุตสาหกรรมแร่ยูเรเนียม จากโรงงานแห่งหนึ่งในบ้านเกิด ที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่ลำพังมาหลายปีแล้ว หลังจากหย่าขาดจากภรรยาชาวอเมริกัน ส่วนบุตร 4 คน ต่างเติบโตมีหน้าที่การงานมั่นคง ชีวิตนับจากนี้เขาไม่ยอมที่จะหายใจทิ้งเพื่อรอวันตาย แต่ต้องการจะเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ซึ่งไม่เคยได้ทำมาก่อนตลอดช่วงอายุหลายสิบปีที่ต้องจมอยู่กับหน้าที่การงาน

 "เจมส์" ตัดสินใจเก็บข้าวของที่จำเป็น ถือพาสปอร์ตเดินทางมาสู่ประเทศไทยทันทีด้วยความมุ่งมั่น ทิ้งชีวิตคนอเมริกันไว้เบื้องหลัง นับจากนี้จะไม่หวนกลับไปใช้ชีวิตที่รีบเร่งอีกต่อไป 

 เป้าหมายอยู่ที่เมืองไทยแห่งเดียวเท่านั้น เมืองที่อากาศบริสุทธิ์เหมาะสำหรับการใช้ชีวิตวัยชรา ที่สำคัญจะต้องมีภรรยาชาวไทยให้ได้ เพราะหญิงไทยสวย ใจดี พร้อมจะดูแลคนแก่ที่มีความรักเต็มเปี่ยมมอบให้ และหวังว่าจะได้รับกลับคืนเติมเต็มชีวิตของคนไม้ใกล้ฝั่งเช่นกัน

 เมื่อตั้งใจที่ต้องมีภรรยาคนไทยให้ได้ ระหว่างการท่องเที่ยว "เจมส์" ก็พยายามพูดคุยศึกษาดูใจกับหญิงไทยที่ถูกตาต้องใจ กระทั่งพบรักกับหญิงชาวอุดรธานีคนหนึ่ง "เจมส์" จึงตัดสินใจมาใช้ชีวิตครอบครัวกับเธอที่ จ.อุดรธานี แต่รักก็ต้องล่มสลาย มีความสุขได้เพียง 5 เดือน ภรรยาก็ตีจากไปมีคู่ใหม่เป็นคนไทยด้วยกัน 

 โชคยังดีที่การเลิกรากับหญิงไทยที่เขาพบคนแรก ยังเต็มไปด้วยความรักหญิงไทยไม่แปรเปลี่ยน เพราะอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เอาใจใส่ ดูแลและมีครอบครัวที่อบอุ่น แม้เธอจะทิ้งไป แต่ก็ไม่เคยหลอกเอาเงินเขาไป เป็นการจากเพราะเหตุผลส่วนตัวเท่านั้น

 เมื่อระเห็จจากบ้านอดีตภรรยาด้วยอาการบอบช้ำด้านจิตใจ "เจมส์" เก็บตัวในโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่อุดรธานีแห่งหนึ่ง อาศัยอินเทอร์เน็ตเป็นเพื่อนคลายเหงา และมุ่งไปสู่จุดประสงค์เดิมตามที่ตั้งใจ ด้วยการแชทหาหญิงไทยผ่านทางอินเทอร์เน็ต กระทั่งมาสะดุดที่ "ดวงใจ" หญิงสาวโสดวัย 30 ปีเศษ ชาว จ.อำนาจเจริญ ที่ไปประกอบธุรกิจใน จ.อุดรธานี 

 แชทคุยกันอยู่หลายวัน จึงรู้ว่า ดวงใจ เปิดร้านอินเทอร์เน็ตใกล้โรงแรมที่พัก ห่างไปเพียงไม่ถึง 200 เมตร เขาสอบถามทางและตัดสินใจเดินไปหา 

 นาทีแรกที่พบหน้า "เจมส์" รู้สึกปิ๊งทันที และรู้สึกดียิ่งขึ้นเมื่อได้เริ่มพูดคุยกัน 

 กามเทพแผลงศรคนทั้งคู่ การคบหาเป็นลักษณะก้าวกระโดด พูดคุยกันเพียง 2 อาทิตย์ เมื่อรู้สึกว่า "ใช่" ทั้งคู่จึงตกลงใจไปจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องกันตามกฎหมาย ก่อนจะย้ายกลับไปตั้งหลักปักฐานใช้ชีวิตคู่กันที่บ้านเกิดฝ่ายหญิง ที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 16 ต.บุ่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 

 นางดวงใจ คิงส์ ปัจจุบันอายุ 35 ปี สาวไทยสะใภ้ฝรั่ง เล่าความประทับใจเกี่ยวกับสามีว่า เมื่อคราวเปิดร้านอินเทอร์เน็ตที่อุดรฯ มีฝรั่งมาใช้บริการในร้านมาก จึงมีโอกาสได้รู้ว่า คนตัวใหญ่ๆ ขาวๆ ใจดี มีความหวังในใจว่า ถ้ามีหนุ่มฝรั่งมาจีบก็จะลองถามพ่อแม่ดูว่าจะให้แต่งงานกับเขาไหม เมื่อเจอคุณเจมส์จริงๆ ก็นึกรัก คบหากัน ทำให้เชื่อมั่นว่า เขาต้องใจดี เป็นคนดี 

 "และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงโทรศัพท์มาหารือพ่อแม่ ตอนแรกพ่อแม่ก็ยังห่วง เพราะเราเองก็ไม่ได้รักใครมาก่อน ไม่เคยมีครอบครัว สถานะโสด ไม่เหมือนผู้หญิงไทยทั่วไปที่มีสามีฝรั่ง ส่วนใหญ่เป็นม่ายลูกติด เมื่อพ่อแม่ยินดีโดยให้ลูกตัดสินใจด้วยตนเอง จึงตกลงจัดงานแต่งในปี 2551 โดยเจมส์ คิงส์ ให้สินสอดเป็นเงินก้อนแรกไถ่หนี้ ธ.ก.ส.ให้ครอบครัว ประมาณ 2.5 แสนบาท ไถ่ที่นาออกจากธนาคารทุกแปลงจนหมด และเพื่อให้การครองเรือนสมบูรณ์ ก็ย้ายมาอยู่กับพ่อแม่ที่อำนาจเจริญ" ดวงใจบอก

 แต่งงานกันมาหลายปี จนมีบุตรสาว ด.ญ.จันทร์เจ้า คิงส์ ชื่อเล่น น้องเจน ปัจจุบันวัยขวบเศษ แต่สะใภ้อินเตอร์รายนี้ยังไม่เคยได้ลัดฟ้าบินไปหาญาติพี่น้องสามีที่บ้านเกิดแม้แต่ครั้งเดียว ได้ชื่อว่าเป็นเมียฝรั่ง แต่ไม่เคยเห็นเมืองนอกเมืองนากับเขาเลย แต่เธอก็ไม่เคยเรียกร้องอยากได้ อยากมี แค่ความสุขที่เกิดขึ้นในครอบครัวอย่างที่เป็นอยู่ก็ดีแล้ว

 เจมส์ คิงส์ ปีนี้อายุ 72 ปีแล้ว แต่ยังแข็งแรง เขาอยากปลูกผัก ขอให้เมียซื้อเมล็ดพันธุ์มาให้ เมื่อทดลองปลูกปรากฏว่า ต้นกล้าผักตายเกลี้ยง ไม่ได้กินแม้แต่ต้นเดียว เพราะเขาไม่เคยทำมาก่อน ไปใส่ปุ๋ยบำรุงดินเกินกำหนด ต้นผักจึงตาย อยากเลี้ยงไก่ทำเกษตรก็ไม่ถนัด จึงมีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย บริหารจัดการเงินบำนาญที่ได้รับเดือนละ 3 หมื่นบาท จากรัฐบาลสหรัฐ ใช้จ่ายอย่างสมประโยชน์ ไม่ต้องประหยัดถึงขั้นรัดเข็มขัด แต่เงินจำนวนนี้ก็ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างสบายตามอัตภาพ 

 "เราจบแค่ ม.ปลาย พูดฝรั่งก็แค่งูๆ ปลาๆ เวลาต้องการคุยอะไรที่ต้องใช้คำศัพท์ยาก คุยกันไม่รู้เรื่อง ก็จะใช้อินเทอร์เน็ตโปรแกรมแปลอังกฤษ-ไทย ก็พอจะรู้เรื่องกันบ้าง ชีวิตประจำวันคุณเจมส์ส่วนใหญ่ก็จะพักผ่อนนอนเล่นดูทีวี เล่นอินเทอร์เน็ตติดต่อญาติและเพื่อนๆ ที่อเมริกา อยู่กับลูก เขารักน้องจันทร์เจ้ามาก มีเวลาก็ไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวใหญ่ ไปเป็นโขยง เขาชอบให้พาไปเที่ยวแหล่งธรรมะ วัดวาอาราม ชอบพระธาตุพนมมากที่สุด ว่างเมื่อไหร่ก็แวะไปกราบพระธาตุทุกครั้ง" ดวงใจบอก 

 "ดวงใจ" ยังบอกอีกว่า อยากสื่อสารเรื่องนี้ไปถึงชาวต่างชาติว่า หญิงไทยรักจริง ถ้าขึ้นชื่อว่าได้ตกลงแต่งงานกันแล้วไม่มีเปลี่ยนแปลง เป็นภรรยาที่ดี ดูแลปรนนิบัติสามีอย่างที่หาได้ยากในหญิงชาวต่างชาติ 

 ส่วนเจมส์กล่าวสั้นๆ ตอนท้ายเพียงว่า "คิดไม่ผิดที่ตั้งใจจะมีภรรยาชาวไทย เพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทั้งจากภรรยาและจากคนในครอบครัว ทำให้รู้สึกอบอุ่น เป็นความรักความห่วงใยที่รับรู้และสัมผัสได้ คนไทยใจดี ยิ้มแย้ม มีความโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รู้สึกรักเมืองไทยมาก"

รายงานโดย เสาวลักษ์ คงภัคพูน / สุชาติ สูงเรือง

โดย ลุงแจ่ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net