วันที่ พฤหัสบดี สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผลลัพธ์และผลกระทบของโครงการ (Project Outcome and Impact) ชี้วัดความคุ้มค่าในระยะยาว


อาจารย์จิรพร สุเมธีประสิทธิ์

sumetheeprasit@hotmail.com

 

          การประเมินคุณค่าของโครงการภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่ใช่อยู่ที่ผลผลิตที่เกิดจากการดำเนินโครงการ ซึ่งเป็นผลงานเชิงประจักษ์ทางกายภาพ เพราะสิ่งนี้ยังไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ หากแต่ต้องประเมินผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดจากผลงานของโครงการ ซึ่งมักจะเกิดภายหลังจากสิ้นสุดโครงการไปแล้ว จึงมักปรากฏว่าไม่มีการดำเนินงานในส่วนของการค้นหาและพิสูจน์ผลลัพธ์ เพราะใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจึงเน้นการลุยจัดทำโครงการไปข้างหน้า มากกว่าจะมองย้อนหลังไปดูว่าผลงานที่ดำเนินงานไปแล้วเกิดผลลัพธ์ตามเป้าหมายและความคาดหวังหรือไม่

          ผลลัพธ์และผลกระทบคืออะไร

          ผลลัพธ์และผลกระทบในเบื้องต้นก็คือ การที่พิจารณาว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร หากไม่มีการดำเนินโครงการนั้น ๆ หรืออาจจะมองว่าโครงการ/กิจกรรมได้สร้างความเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น

          แต่การพิจารณาผลลัพธ์และผลกระทบในเบื้องต้นอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะยังมีประเด็นอีกหลายประเด็นที่ควรพิจารณาและคำนึงถึง เพราะผลลัพธ์และผลกระทบทั้ง ทางบวกและทางลบ และทั้งทีอยู่ในแผนและอยู่นอกแผน(ความคาดหมาย)

          นอกจากนั้น ผลลัพธ์และผลกระทบอาจจะเป็นผลที่มาจากการดำเนินงานหลายปี หรือเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ ซึ่งอาจจะยากที่จะพิสูจน์ว่าเป็นผลลัพธ์ที่มาจากการดำเนินโครงการ

          โดยปกติ ผลกระทบมักจะเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ เนื่องจากจะมีกระบวนการที่กิจการใช้ทรัพยากร ได้แก่ บุคลากร เวลา เงิน สินทรัพย์ ชื่อเสียง เพื่อให้เกิดอย่างใดอย่างหนึ่งที่เรียกว่าผลผลิตซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงประจักษ์ในพฤติกรรมเกิดการใช้ประโยชน์ที่เรียกว่า ผลลัพธ์

          ผลลัพธ์อาจจะอธิบายได้ว่า เป็นสิ่งที่วัดได้ง่าย(ฮาร์ด) หรือเป็นสิ่งที่วัดได้ยาก(ซอฟท์) เป็นผลต่อขยายจากการเกิดผลผลิตของโครงการ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบระหว่างผลลัพธ์และผลกระทบแล้วคนส่วนใหญ่มักสนใจผลลัพธ์มากกว่าผลกระทบ

          เหตุผลที่ต้องสนใจผลกระทบ

          ผลกระทบ(Impact) มักจะเป็นสิ่งที่เป็นความแตกต่างอันเนื่องจากผลการดำเนินโครงการ ซึ่งผู้มีส่วนได้เสียมักจะให้ความสนใจ ซึ่งได้แก่

(1)  ผู้ใช้บริการ/ลูกค้า/พนักงาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องต่างต้องการเห็น “สิ่งที่ดี” จากการดำเนินโครงการ

(2)   ผู้ให้เงินงบประมาณดำเนินโครงการ ต้องการเห็นว่า ผลการใช้งบประมาณสร้างความแตกต่างอย่างไรบ้าง

(3)  ชุมชน ประชาสังคมที่ต้องการดูว่าโครงการ/กิจการ ได้สร้างผลงานทางบวกอย่างไร

 

ความเชื่อมโยงของผลกระทบต่อกิจกรรมและแผน

การที่จะวัดผลลัพธ์และผลกระทบได้ จะต้องค้นหาดัชนีชี้วัดที่ดี (Good Indicator) ของสิ่งที่คิดว่าได้ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลง ที่เปรียบเทียบกันได้ วัดได้

สถิติที่จัดเก็บโดยหน่วยงานภาครัฐ มักจะได้รับการยอมรับว่าเป็นดัชนีชี้วัดที่ดี และจัดเก็บโดยหน่วยงานอิสระ ไม่ได้มาจากอิทธิพลกดดันของใคร แต่การจัดทำการสำรวจเองก็อาจจะทำให้ได้ข้อมูลที่แสดงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน หากสามารถแสดงการเปรียบเทียบได้ โดยใช้แนวคิดเดียวกัน และประเด็นคำถามเหมือนกัน

ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ว่าจะบอกได้อย่างไรว่าผลลัพธ์และผลกระทบนั้น ๆ มาจากผลการดำเนินงานโครงการ เพราะอาจจะมีโครงการอื่นหรือองค์กรอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย และเป็นเรื่องยากที่จะแยกให้เห็นชัดว่าผลของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดมาจากผลงานของใครบ้าง และยังอาจจะต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลบ่งชี้หลายปี การชี้ชัดเกี่ยวกับบริบทของผลลัพธ์และผลกระทบจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง

การพิจารณาผลลัพธ์และผลกระทบอาจจะทำได้ด้วยการพยายามแยกออกมาเป็นต้นทุน-ผลประโยชน์(Costs and Benefits) ของการพยายามวัดค่าของผลลัพธ์และผลกระทบ

ตัวอย่างของต้นทุนที่อาจจะเกิดขึ้น

(1)  การสำรวจลูกค้า พนักงาน ผู้ดำมีส่วนได้เสีย มีต้นทุนด้านเวลาและเงินงบประมาณดำเนินการ

(2)  การประชุมหารือเพื่อหาข้อยุติในการวางแผนและการดำเนินงาน เพื่อเตรียมการในประเด็นที่จะต้องพิจารณา การสำรวจหาผลลัพธ์และผลกระทบเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและอาจจะยาวนาน และอาจจะรวมไปถึงการทบทวนแผนธุรกิจหรือแผนกลยุทธ์

(3)   ระบบการติดตามและกำกับโครงการในรูปแบบใหม่อาจจะจำเป็นต้องพัฒนาขึ้น และต้องใช้เวลาในการพัฒนา และเมื่อพัฒนาได้แล้ว บุคลากรจะต้องทำความคุ้นเคย ความเข้าใจเพื่อจะใช้งานได้ รวมทั้งต้องการการฝึกอบรม

(4)  อาจจะต้องพิจารณาข้อมูลที่ได้มา สอบทานคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล การจัดทำรายงาน การจัดเก็บฐานข้อมูล ซึ่งล้วนแต่มีต้นทุนในการดำเนินงาน

ส่วนประโยชน์ที่เกิดจากการวัดผลลัพธ์และผลกระทบก็ได้แก่

(1)  กิจการจะสามารถเพิ่มความมุ่งเน้นเพ่อนำไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบที่ควรจะเป็น ซึ่งจะให้ข้อมูลประกอบการวางแผนกลยุทธ์ได้ดีขึ้น

(2)  ผลกระทบทางลบควรจะนำมาพิจารณาและคำนึงถึงอย่างมีธรรมาภิบาลมากกว่าพยายามปกปิดและละเลย

(3)  ข้อมูลที่ได่จากการวัดผลลัพธ์และผลกระทบ จะช่วยให้เกิดมุมมองและความเข้าใจในส่วนที่เป็นผลต่อสังคม ประชาคม ที่นอกเหนือจากพันธกิจและบทบาทขององค์กรตัวเองแต่เพียงด้านเดียว

(4)   สามารถใช้ข้อมูลที่ได้ในการสนับสนุนเพื่อของบประมาณได้ดีขึ้น

แนวคิดในการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบ

แนวคิดที่อาจจะนำมาใช้ในการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบอาจจะมีหลายแนวทาง  เนื่องจากความแตกต่างของโครงการและส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของโครงการ และขึ้นกับ

(1)   กิจกรรมที่เกี่ยวข้องในแต่ละโครงการ

(2)   ทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง

(3)   ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

 

นอกจากนั้น ผลที่ได้จากการประเมินผลลัพธ์และผลกระทบอาจจะนำมาวิเคราะห์ได้ 2 แนวทาง คือ

แนวทางที่ 1   พิจารณาในลักษณะของโครงการเดียวที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่น

แนวทางที่ 2 พิจารณาโดยเปรียบเทียบกับโครงการใกล้เคียงกันเพื่อหา Benchmark

เครื่องมือในการวัดผลลัพธ์และผลกระทบ

แนวคิดที่อาจจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดผลลัพธ์และผลกระทบที่ตีพิมพ์โดย The New Economics Foundation มีหลายวิธี ได้แก่

(1)   ดัชนีชี้วัดผลประกอบการทางสังคมและสภาพแวดล้อม เป็นดัชนีที่เชื่อมโยงกับหลักการของสหกรณ์ (co-operative principles)

(2)   Eco-Mapping เป็นระบบที่ช่วยให้กิจการสามารถพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

(3)   Global Reporting Initiative เป็นระบบที่รายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม

(4)   Local Multiplier 3 เป็นเครื่องมือที่ใช้ประมาณการผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับชุมชนจากการดำเนินโครงการ

(5)   Prove it! เป็นเครื่องมือที่แสดงผลกระทบของโครงการต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

(6)   Results Based Accountability หรือ Outcomes Based Accountability  เป็นกรอบแนวทางในการเชื่อมโยงผลลัพธ์ของโครงการดัชนีชี้วัดประชากรในด้านความจำเป็นทางสังคม

(7)   Social Accounting and Audit  เป็นระบบของการรายงานผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมของโครงการ

(8)   Social Enterprise Balanced Scorecard  เป็นเครื่องมือการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายทางการเงิน สังคม และสภาพแวดล้อม

(9)   Social Return on Investment (SROI) เป็นเครื่องมือวัดผลลัพธ์ที่ใช้แนวคิดของ Cost-Benefit Approach  ที่ขยายความออกไปสู่ผลกระทบทางสังคม สภาพแวดล้อมและทางเศรษฐศาสตร์ เพิ่มเติมจากผลตอบแทนทางสังคม

(10)  Social Value Tookkit  เป็นการวัดมูลค่าเพิ่มและเปรียบเทียบกับของการให้บริการ

 

 

โดย จิรพรสุเมธีประสิทธิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net