วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โตขึ้นจะรักแร้ขาว


โตขึ้นจะรักแร้ขาว

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

มิทราบเป็นเพราะ

ภาวะน้ำท่วม อันน่ารันทด

กับ การเมืองที่กำลังเล่นเกมกัน หรือไร

จึงทำให้ผมคิดถึง เรื่องราวในอดีต ในรอบปีที่ผ่านมา ในโศกนาฎกรรมซ้ำซาก ที่เกิดขึ้นจากเหตุของพี่น้องร่วมชาติ กระทั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งคิดนึก ถึงความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง คิดถึงภาวะหญิงสาว ที่มาชูรักแร้ อวดใต้วงแขน ให้ได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า มีผู้หญิงในบ้านเมืองสักกี่คน ที่สามารถดูแล ทะนุถนอมใต้วงแขนของตัว ให้เนียนขาวได้เช่นนั้น

ขณะที่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมก็นึกถึงเรื่องราว

ครั้งจำได้ถึงสิ่งที่ได้ยิน เมื่อปีก่อน

หลังจากได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว

ของหญิงสาวตัวน้อย ที่ถามคุณแม่ของเธอ ถามหลายเรื่องราว ในระหว่างเลือกซื้อของ กลางตลาดติดแอร์ ด้วยความน่ารักของน้ำเสียง และ ด้วยความน่ารักของเธอ ที่กำลังอยู่ในวัยน่ารัก ฉอเลาะน่าหอมน่ากอด โดยสิ่งที่สะกิดหูเกิดขึ้น เมื่อเธอถามว่า

แม่ แม่ โตขึ้น

หนูจะรักแร้ขาวไหมคะ

ที่เมื่อฟังแล้ว ก็อดอมยิ้มไม่ได้

ขณะที่ด้านหนึ่ง ก็อดคิดเลยเถิดไปมากมาย คิดไปไกลถึงค่านิยมที่แปรเปลี่ยน คิดถึงชีวิตคนไทย กับ ความหมายและคุณค่าใต้วงแขน กระทั่งนึกถึงใบหน้า นักการตลาด ทั้งหลาย ในบ้านเมืองนี้ ว่าหากเขา และ เธอ เหล่านั้น ได้มีโอกาสนั่งฟังเสียงเจื้อยแจ้ว จากเด็กหญิงตัวน้อย ที่คอยฉอเลาะคุณแม่ เพื่อทำให้แม่อมยิ้ม ภาคภูมิใจ หรือ อดจะหันมาหอมแก้มไม่ได้

สำหรับความหมาย ที่แปรเปลี่ยน

อันเกิดจากการมอบคุณค่า

ให้กับใต้วงแขนขาว

เป็นความแปรเปลี่ยน ที่ขยายวง จากความสนใจของหญิงสาว วัยรุ่น สู่เด็กหญิงตัวน้อย ที่เฝ้าทะนุถนอมใต้วงแขนของเธอ ให้ขาวเนียน หรือ แม้แต่คิดว่า โตขึ้นต้องผมสวยตรง ต้องผิวขาว ตาโต แขนเล็ก ตัวบาง หน้าอกใหญ่ หรือ แม้แต่อะไรอะไรก็ตาม ที่เป็นคุณค่าซึ่งโฆษณาบอก จนแม้แต่ความเปลี่ยนแปลง ในระดับพันธุกรรมของชนชาติ ในแหลมทองแห่งนี้

ด้วยเพราะคำถาม

ที่เกิดขึ้น จากประสบการณ์

ในยามเห็นวงแขนมนุษย์ และ ผู้คน

เห็นหญิงสาวที่มีวงแขนปกติ มีรูขุมขนแบบที่มนุษย์ทั่วไปมี เหมือนเช่น เห็นผิวพันธุ์ของคนไทย ในแต่ละเชื้อชาติพันธุ์ ที่มีทั้งผิวขาว ขาวอมชมพู ขาวอมเหลือง ผิวน้ำผึ้ง ผิวคล้ำ ผิวดำ และ อีกหลากหลายสีผิว ที่มนุษย์แต่ละเชื้อ จะแตกต่างกันไปตามแต่ละพันธุกรรม

โดยไม่ได้มี ความเหมือนในความขาว

เป็นสรณะสำคัญ ของ สรรพชีวิต

หรือ บอกกล่าวว่า ดีงาม

ในด้านหนึ่ง ผมก็อดตั้งคำถามไม่ได้ กับ คุณค่าหนึ่งเดียว ที่ถูกสถาปนาขึ้นมา เป็นชุดความจริงชุดใหม่ ที่เกิดขึ้นท่ามกลาง ความขาว ความเนียน และ ไร้รูขุมขน ในนิยามความงามของยุคสมัย ท่ามกลางความพยายาม เพื่อฝืนธรรมชาติ เพื่อกำหนดวาทกรรมของยุคสมัย ด้วยเป้าหมายจากยอดขายสินค้า ด้วยตัวเลขจากการกระตุ้น เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และ ความเชื่อของผู้คน

กระบวนคิด

และ วิธีประมวลผลมากมาย

จึงเกิดขึ้นจากมันสมอง ของ นักการตลาด

นักการตลาดคนไทย นักการตลาดฝรั่ง ทั้งหญิงชาย ที่ต่างงัดกลเม็ดเด็ดพลาย ในการแปรเปลี่ยน โน้มน้าว และ สร้างความจริงชุดหนึ่งขึ้นมา เพียงบอกเล่าว่า สิ่งเหล่านี้ ดีงาม ดีแท้ และ เหมาะสมต่อการใช้สอย เพราะหากคุณใช้แล้ว คุณจะงาม คุณจะดี คุณจะมีโอกาส และ คุณจะได้รับการยอมรับ จากผู้คนที่พบเห็น เพียงคุณโชว์ใต้วงแขน ที่เรียบเนียน ไร้รูขุมขน

เมื่อยิ่งคิด ก็ยิ่งทำความเข้าใจความต่อเนื่อง

จากความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

ในยามที่วัยรุ่นของเรา ป่วยไข้

ในยุคสมัยที่เด็กผู้ชายของเรา พร้อมจะกระทืบผู้คนรอบข้างจนตาย ต่อให้สลบแล้ว ก็ยังพร้อมจะลากมากระทืบต่อ โดยไม่อินังขังขอบว่า จะเป็นหรือตาย หรือ แม้แต่เด็กผู้หญิง ที่ไล่ตบตีกัน ด้วยเหตุเพราะไม่พึงใจ เห็นข่าวเด็กผู้ชายรุมทำร้ายทำลายเด็กผู้หญิง และ อีกมากมายในความเปลี่ยนแปลง จากคุณค่ามากมายที่ปรากฎ ในบ้านเรา

คุณค่า ค่านิยม

หลักยึดถือ และ สิ่งที่เชื่อว่าดี

ถูกให้คุณค่า และ แทนที่ เหมือนพลิกแผ่นดิน

ขณะที่ ชุดความจริงทางสังคม จากนวัตกรรมโฆษณาสินค้าประดามี ที่ถาโถมและทับซ้อน ได้ทำให้ชีวิตจิตใจของคนไทย เปลี่ยนไป และ เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย หลายเรื่องราวจึงกลายเป็นปรากฎการณ์ ที่รอคอยผลที่จะติดตามมา หลายเรื่องราว เป็นความเปลี่ยนแปลงในระดับจิตสำนึก ที่วงการโฆษณามักกล่าวว่า เป็นความรับผิดชอบ และ การดูแลของครอบครัว เป็นที่ตั้ง

สำหรับความเปลี่ยนแปลง ในระดับครอบครัว

ที่โยกคลอน สั่นไหววิธีคิดของผู้คน

ซึ่งถูกโยนเป็นเรื่องส่วนตัว

เป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล ที่แม่จะต้องเป็นผู้ตอบว่า เด็กหญิงตัวน้อย ไม่จำเป็นต้องมีวงแขนที่ขาว เรียบเนียน ก็สามารถเป็นคนงามได้ โดยไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร หรือ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาทาใต้รักแร้ ให้เหมือนกันทั้งบ้านทั้งเมือง หรือ แม้แต่คำตอบง่ายง่ายที่ว่า วงแขนขาวเนียน ไม่ได้หมายความว่า หนูจะเป็นคนดีที่ใครชื่นชม มากมายไปกว่าจิตใจที่ดี

ใช่หรือไม่

สำหรับชุดความจริงชุดใหม่

กับ ภาระรับผิดชอบ ที่ครอบครัวต้องแบกรับ

จากมันสมอง การคิดค้น และ วิธีสรรหา ของนักการตลาด และ นักโฆษณา ที่มีเป้าประสงค์เพียงประการเดียว คือ ยอดขาย ด้วยคำสรุปความที่แสนสวยงาม ว่าเป็นตัวเลขการขยายตัว เป็นอัตราการเติบโตของผู้บริโภค ที่สุดท้ายก็จบลงว่า มีความสามารถในการกระตุ้น ให้เกิดการบริโภคได้มากน้อยเพียงใด โดยยังไม่ต้องคิดถึง ผลกระทบที่ติดตามมา

ใช่หรือไม่ สำหรับความเปลี่ยนแปลง

ที่ฝังรากลงลึก ถึงเด็กน้อยวัยเยาว์

ซึ่งคนขายไม่ต้องคิด เพราะคิดเพียงว่าไม่ใช่หน้าที่

โดยผลักให้เป็นเรื่อง ใต้วงแขน และ ใต้มันสมอง ของแต่ละคน

 สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net