วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลองอัปรีย์จัญไร


กลองอัปรีย์จัญไร

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

สำหรับแนวจารีต

และ ขนบจากแผ่นดินกรุงศรีฯ

ซึ่งนับเนื่องสืบทอด สู่แผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์

หลักยึดถือ และ ประเพณีปฏิบัติ ในการสร้างหอกลอง และ อวยยศอวยศักดิ์ ผู้รับหน้าที่อันสำคัญ ในตำแหน่ง เจ้าหอกลอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งประการ เพื่อสร้างรากอันยึดโยง รวมทั้งฟื้นขนบความเชื่อแต่ดั้งเดิม สร้างความเชื่อมั่น รวมทั้งจัดกระบวนประโยชน์ใช้สอย ในหลักบริหารราชธานี

ด้วยความหมาย ของ หอสูงสามชั้นสิบวา

หน้าตะแลงแกง จากแผ่นดินเก่า

สู่ความหมายแผ่นดินใหม่

รอยฝังใจหนึ่ง ซึ่งร่ำลือเล่าขาน นับเนื่องเป็นความเชื่อ สืบทอดต่อเนื่องกันมาว่า หากเมื่อใดก็ตามที่ กลองใบใหญ่ดังขึ้นเอง โดยมิได้มีผู้ใดตี เมื่อนั้นเหตุอาเพศจักบังเกิด อันเป็นความเชื่อซึ่ง ใกล้เคียงกับความเชื่อแต่ดั้งเดิม ถึงถูกสร้างผ่าน เหตุอาเพศ 16 ประการ ในเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยง ถึงความเชื่อของผู้คน ในย่านถิ่นบ้านหม้อว่า

หากได้ยินเสียงกลอง

ดังมาแต่ หอกลอง ในคราใด

จักเกิดเรื่องไม่ดี เกิดสิ่งอุบาทว์ในบ้านเมือง

ซึ่งหากคิดตามความเชื่อ ในเหตุอาเพศ อันเกิดจากเสียงกลอง ซึ่งมีอยู่ 3 ใบ ที่ประกอบด้วย กลองย่ำพระสุรีย์ศรี กลองอัคคีพินาศ กลองพิฆาตไพรี อันมีหน้าที่แตกต่าง ซึ่งประกอบด้วย การตีทุ่มโมงยาม ตามทิวาราตรี การตีเพื่อระงับดับเพลิง และ การตีเป็นมหาฤกษ์ หรือ แม้แต่ตีเตือนให้ตระหนักรู้ว่า อริราชศัตรู ได้เยี่ยมกรายเข้ามายังเขตขัณฑ์ จึงจำต้องแจ้งบอก

ซึ่งหากคิด จากหน้าที่อันสำคัญดังกล่าว

ของกลองสามใบ บนหอสูงสิบวา

ว่าหากวันใดปรากฎเสียงขึ้น

ย่อมต้องสร้างความโกลาหล หากกลองตีทุ่มโมงผิดเพี้ยน หากกลองระแวดระวังฟืนไฟส่งเสียง หรือ หากกลองเตือนภัยศัตรูบ้านเมือง เกิดเปล่งเสียงก้อง โดยที่มิได้เกิดเหตุใดใดขึ้น ความวุ่นวายยุ่งเหยิง และ ความสับสนของผู้คนจะเป็นเช่นไร มิแตกต่างจากการบัญญัติหน้าที่

การระแวดระวังมิให้กลอง

ตกต้องฟืนไฟ หรือ ได้รับความเสียหาย

จนถึงกับต้องมีตำแหน่ง ผู้ดูแลวิฬาร ไว้คอยไล่มุสิกะ

ด้วยเหตุสำคัญดังกล่าว จึงทำให้เข้าใจ หลักคำกล่าวและความเชื่อ ซึ่งนับเนื่องสืบทอดต่อกันมาว่า เหตุใดแล้ว หากเสียงกลองก้องดังปรากฎขึ้น เหตุอุบาทว์ที่พึงระวัง อันมิแตกต่างจากการเฝ้ามอง ถึงสัญญาณซึ่งเกิดแต่ธรรมชาติ เกิดแต่สัญชาตญานของสิ่งมีชีวิต สรรพสัตว์นานาที่มักแสดงผล ก่อนที่เรื่องราวเลวร้าย จักปรากฎเป็นภัยขึ้นมา

เพราะคำตอบสำคัญ ที่พึงระวัง

คือ ความตระหนักรับรู้

และ เท่าทัน

เพื่อมิให้ความฉิบหายบังเกิดขึ้น อันจะสร้างความเสียหายให้กับ ชีวิต ผู้คน และ ทรัพย์สิน ไม่นับความเสียหายร้ายแรง ที่เกิดกับราชอาณาจักร หรือแม้แต่ว่า หากเหตุสูญเสียมิได้เกิดขึ้น ความโกลาหลที่เกิดขึ้น จากความสับสนอลหม่านของผู้คน จะสร้างความเสียหายเพียงใด ให้เกิดกับการบังคับบัญชา ควบคุมผู้คน หรือ มิให้เกิดการฉกฉวย สร้างความวุ่นวายซ้ำเติม

ความหมายของคำเล่าขาน

ที่เป็นคำสอนสั่ง ให้ระวังเหตุเภทภัย

อันเกิดจากอาเพศ หรือ ลางร้ายบอกเหตุทั้งหลาย

จึงสะท้อนออกมา มิแตกต่างจากคำเตือนตน ที่ผู้เฒ่าผู้แก่คอยบอกลูกหลานว่า กลองดีนั้นไม่ดังขึ้นมาเอง เพราะมีแต่กลองอัปรีย์จัญไรเท่านั้น ที่จะดังขี้นเอง เปรียบดังคนดี ที่ไม่ควรจะคอยตีตัวเองให้เสียงดัง หรือ สรรเสริญเยินยอตนเอง ว่าดีเด่นทรงคุณค่า หรือ ประกอบกรรมดีงามเพียงใด เพราะสิ่งสำคัญของความดี ย่อมเกิดจากผู้อื่น คอยตีข่าวบอกเรื่องราว

ความจริงของหลักปฏิบัติสำคัญดังกล่าว

จึงมิแตกต่าง จากหลักยึดส่วนบุคคล

ในการเตือนตัว เตือนตน

ให้คอยรำลึก ตั้งสติ ปฏิบัติตัวตนในครรลอง ไม่จำเป็นต้องชูคอบอกกล่าว ไม่จำเป็นต้องเล่าขาน ถึงความงามความดีใด เพราะหากเหตุความดีเหล่านั้น เป็นที่ประจักษ์รับรู้ของผู้คนแล้ว เขาจะเป็นผู้บอกกล่าวเล่าความ เล่าเรื่องราวเหล่านี้ ด้วยความตระหนักถึงความดีที่ปรากฎ

สำหรับยุคสมัยในวันนี้

ที่เราเห็น ข้อถกเถียงสำคัญ

ของผู้คน ในการตีความเรื่อง ความดีงาม

ความหมายของการประกอบกรรมดี ต่างมีบทบาทเทียบเท่ากับ พฤติกรรมทำดีแล้วต้องบอกกล่าว ปิดทองก็ต้องปิดหน้าองค์พระ ปิดหลังองค์พระ แม้จะงามครบองค์ แต่อาจไม่โดนใจ ไม่ได้รับการแซ่ซ้อง หรือ แม้แต่ข้อความคำสรรเสริญ ที่อาจเดินทางตามมาอย่างล่าช้า

หลักยึดสำคัญ ที่แทบจะเป็นสิ่งล้าสมัย

ในยามเมื่อการสื่อสาร ครอบงำผู้คน

และ กำหนดความจริงชุดใหม่

จึงได้รับการท้าทายอย่างสำคัญ มิแตกต่างจากวันคืนเก่าก่อน ที่หอกลองจำต้องมี พนักงานผู้อภิบาล ผู้ดูแลวิฬาร ไว้คอยไล่มุสิกะ ในวันนี้เราอาจไม่มีตำแหน่งที่คอยไล่ โดยอาจมีเครื่องมือใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งสำคัญความเปลี่ยนแปลง ที่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้สอยเป็นหลัก

บทพิสูจน์หลักใหญ่

ที่ยังรอคอยคำตอบว่า วันนี้

เราต้องการ หลักปฏิบัติในความดีเช่นไร 

จึงเป็นสิ่งที่เรา สามารถเลือกเชื่อ เลือกปฏิบัติ หรือ แม้แต่เลือกหยิบจับใช้สอย เพื่อกระทำต่อตนเอง และ ปฏิบัติต่อผู้คนรอบข้าง โดยความเชื่อจากการรับรู้ อาจทำให้เรามองข้ามความจริง ของเสียงสัญญาณโมงยาม มองข้ามความจริง ของสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ หรือแม้แต่คำเตือนที่ล้าสมัย หากบอกว่า ศัตรูจะเข้ามารุกราน และ ครองบ้านครองเมืองของเรา

เพราะในยุคสมัยสำคัญ ที่เราทุกคนต่างรับรู้

ว่าการกินเมือง ทำได้โดยเรียบง่าย 

เงียบกริบ และ รวดเร็วเพียงไร

วันนี้ เราอาจมีความดี ที่ตีความตามยุคสมัย ก็เป็นได้

 สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

หมายเหตุ : ความเรียงนี้ ไม่มีนัยยะทางการเมืองใดใด เป็นแต่เพียงคำถามส่วนตัว ในหลักยึดเชื่อมั่น เรื่อง การทำความดี และ ความเชื่อมั่นว่าความดีงาม ไม่จำเป็นต้องยกหางตัวเองให้ผู้อื่นชม

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net