วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

... เดือด !!! เปลว สีเงิน ชำแหละนโยบาย แก้บน น้ำมัน จะทำลายเกษตกรปลูกพืชพลังงาน และเศรษฐกิจของไทย ....


 

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

... เดือด !!! เปลว สีเงิน ชำแหละนโยบาย "แก้บนน้ำมัน" จะทำลายเกษตกรปลูกพืชพลังงาน และเศรษฐกิจของไทย ....

หมายเหตุบลอกเกอร์
ออกมาแล้วครับ “ผลงาน” ชิ้นแรกของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คือการยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน “ชั่วคราว”
พร้อมกับการปรับราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลงมาเจ็ดถึงแปดบาท
“ผลงาน” ชิ้นนี้ ได้รับการแซ่ซร้องสรรเสริญจากทุกวงการ
จากนักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนัก และภาคเอกชนซึ่งทำธุรกิจน้ำมัน 
รวมไปถึงเกษตรกรซึ่งทำการผลิตพืชผลทางการเกษตร เพื่อป้อนโรงงานผลิตแก๊สโซฮอล์

เมื่อวันเสาร์ ก็มีข่าวชิ้นหนึ่งในกรุงเทพธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจเอกชน
ออกมาถามกันอย่างไม่เกรงใจ ว่า “ความชัดเจน” ของรัฐบาลอยู่ที่ไหน
และ การพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพลังงานของชาติ จะเอาอย่างไร
เช้านี้ มีข้อเขียนอีกชิน ของคุณเปลวสีเงิน ที่เขียนแจกแจง
และชำแหละนโยบายแก้บนของรัฐบาลชุดนี้ อย่างละเอียดยิบ
อาจจะยาวสักนิดหนึ่ง แต่ลองอ่าน และ พิจารณากันนะครับ
ว่านี่ กำลังเป็นจุดเริ่มต้น นำไปสู่ความปั่นป่วน กระทั่ง ความเสียหายอย่างหนัก ต่อเศรษฐกิจของประเทศชาติหรือไม่

๐๐๐๐๐๐๐๐๐
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20110827/406754/เอกชนรุมสับลดเบนซินฆ่ามาตรการพลังงานทดแทน.html
เอกชนรุมสับลดเบนซิน"ฆ่ามาตรการพลังงานทดแทน"
(คัดบางส่วนของข่าวมา)

นางพิศวรรณ อัชนะพรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด "แม้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ยังมีราคาถูกกว่าเบนซินประมาณ 70 สตางค์ต่อลิตร แต่ผลทางจิตวิทยาจะทำให้ผู้บริโภคน้ำมันหันไปเติมน้ำมันเบนซินมากขึ้น เนื่อง จากเห็นว่ารัฐบาลลดราคาน้ำมันเบนซินในอัตราที่สูงมาก" “...บริษัทต้องขอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะสนับสนุนพลังงานทดแทนต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของแก๊สโซฮอล์ซึ่งเป็นเรื่องที่ก่อนหน้านี้มีแผนการสนับสนุนตามแผนพลังงานทดแทน 15 ปี...” “..ข้อมูลที่เชลล์มีอยู่ระบุ ว่าปัจจุบันมีผู้เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์สูงกว่าน้ำมันเบนซินธรรมดา โดยมีผู้ใช้แก๊สโซฮอล์ 70% และมีผู้ใช้น้ำมันเบนซินธรรมดาอยู่ประมาณ 30% ดังนั้นการลดราคาน้ำมันเบนซินจึงเป็นอาจไม่ได้เป็นการช่วยเหลือคนจำนวนมาก ตามที่บอกกับประชาชนไว้..”

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) "นโยบายดังกล่าวถือว่าฆ่ามาตรการส่งเสริมพลังงานทดแทน หนทางสุดท้ายจริงๆ คือ การกลับมาขายน้ำมันเบนซิน 91 หากยอดขายน้ำมันโดยรวมลดลงมาก สิ่งหนึ่งที่อยากเห็นความชัดเจนคือการรักษาส่วนต่างของราคาน้ำมันเบนซินและ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดยจะต้องขึ้นอยู่กับการทำงานของกระทรวงพลังงาน และ กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังว่าจะมีมาตรการรองรับอย่างไร"

๐๐๐๐๐๐๐๐๐

"น้ำมันแก้บน"รัฐบาลเพื่อไทย
เปลว สีเงิน 29 สิงหาคม 2554 - 00:00

ทักษิณออกจากญี่ปุ่น แวะมาเก๊า ก่อนบินกลับฐานที่ตั้ง "นครดูไบ" เห็นแพลมๆ จะกลับไทย ในความเห็นผม กลับน่ะ..กลับแน่ แต่ไม่ใช่เดี๋ยวนี้..สภาพนี้..ปีนี้ จะชัดเจนว่ากลับช่วงไหน ดูจากรัฐบาลไทยตกลงเงื่อนไข "ต่างตอบแทน" กับรัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลสหรัฐ ในการออกวีซ่าให้ทักษิณบินเข้าไปโชว์ตัวในอังกฤษ-สหรัฐ ให้เห็นได้เมื่อไหร่นั่นแหละ!?
 ตอนนี้ฝรั่งเศส "หัวขบวนยุโรป" สมหวังไปแล้ว อาศัยคราบ "นาโต" กำจัดกัดดาฟี เข้าครอบครองแหล่งพลังงานในลิเบียเสร็จสมไปแล้ว ดังนั้น อีก ๒ หัวโจกจักรวรรดินิยมทุนโลก "สหรัฐ-อังกฤษ" ก็คงไม่ชักช้าใน "ส่วนแบ่ง" ของเขา
 พลังงานในอ่าวไทยและในพื้นที่ทับซ้อนไทย-เขมรนั่นแหละ!
 ฝั่งเขมร "ฮุน เซน" เป็นเด็กดีอยู่ในคาถาแล้ว เหลือแต่ฝั่งไทยนี่แหละ ก็ต้อง "เชิดยิ่งลักษณ์-เอาใจทักษิณ" การตกลงทุกอย่างในประเทศไทยจะได้ "ง่าย" และเร็วขึ้น 
 เผลอๆ "โอบามา" อาจมาเหยียบเมืองไทย ในฐานะ "แขกรับเชิญ" รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เป็นได้!!!
 ในยุค "โลกขาดสมดุล" มนุษย์มากขึ้น ทรัพยากรน้อยลง ธาตุแท้แต่ละชาติย่อมทะลุเปลือก การเห็นแก่ตัวที่มาพร้อมการแย่งชิงเพื่อครอบครองก็จะ เถื่อน-โหด-ดิบ ไร้ยางอายมากขึ้น นโยบายจะเป็นไปเพื่อ "แย่งใหญ่-แย่งอยู่-แย่งกิน" ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนใดๆ อีก
 เห็นได้จากบทบาทซาตานใต้หน้ากาก "องค์กรโลก" เช่น สหประชาชาติ นาโต ยูเนสโก กระทั่งเวิลด์แบงก์ และไอเอ็มเอฟ อันเป็นองค์กรเครื่องมือกลุ่ม "จักรวรรดินิยมทุนโลก" สหรัฐ-อังกฤษ-ฝรั่งเศส!

 เอาหละ...ย้อนมาคุยเรื่อง "กระชากราคาน้ำมัน" ลงมาของรัฐบาลเพื่อไทยบ้าง ด้วยสัญชาตญาณพื้นฐาน น้ำมันอันเป็นปัจจัยที่ ๕ ราคาถูกลง ไม่มีใครไม่ชอบหรอกครับ แต่การลดพรวดพราดชนิดไม่มีหลักการรองรับทีเดียวลิตรละตั้ง ๗-๘ บาท เมื่อตั้งสติได้ คนชักเริ่มแยกแยะระหว่าง
 ความชอบ กับ ความรับผิดชอบ!? 
 อะไรที่ได้ง่ายๆ แถมมากเกินเหตุผล แสดงว่า..มันไม่ปกติ และน่าจะมีปัญหา?
 คำว่า "ไม่ปกติ" ก็ทำนอง ของปลอม ของไม่ถูกต้อง ของร้อน ของล่อ-ของสินบน ของที่นำมาไขว้เขวชั่วมื้อ-ชั่วคราว ไม่จีรังยั่งยืนนั่นแหละ
 แล้วชาวบ้านก็จะระแวง เอ๊ะ...รัฐบาลเขาจะมาตกเบ็ดอะไรเรา?
 ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน เหมือนครอบครัวฐานะปานกลางครอบครัวหนึ่ง วันหนึ่งตื่นขึ้นมาพบว่า "อาหารฮ่องเต้" เต็มโต๊ะ พ่อบอก "ทุกคนกินกันให้เต็มคราบเถอะ พ่อซื้อมาเอง" ก็กินกันเป็นที่สนุกสนาน เป็นอย่างนี้ทุกมื้อมาหลายวัน จนวันหนึ่งลูกถามขึ้นว่า
 "เอาเงินที่ไหนมาซื้อทุกวัน..พ่อ?"
 "ก็เงินสะสมที่เป็นกองกลางของครอบครัวเราไงล่ะ" พ่อตอบ
 ถ้าเราเป็นสมาชิกครอบครัวนั้นจะรู้สึกอย่างไร อาหารดี-อร่อย ก็ชอบหละ แต่เมื่อทราบว่าเอาเงินสะสมครอบครัวมากินผลาญแบบนี้ หมดอร่อย ใจหนึ่งย่อมไม่ชอบ และเริ่มเป็นห่วงอนาคตที่แน่ชัดว่า "ขัดสน" แน่
 ถ้ามีใครเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ลูกหลานจะศึกษาเล่าเรียน หรือมีเหตุฉุกเฉิน มีเรื่องจำเป็นต้องใช้ แล้วจะเอาเงินทองที่ไหนกัน?

 ประเด็นคือ ลดราคาเบนซิน ผมก็ชอบ แต่ลดแบบเกินเหตุ-เกินจำเป็น ลดโดยไม่มีแผนบริหาร-จัดการทั้งการเงินการพลังงาน รวมถึงธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องเช่นนี้ ผลได้ที่เห็นแน่ๆ มีอย่างเดียว คือ
 ได้ "แก้บน" ที่หาเสียงไว้ตอนเลือกตั้ง!
 และการลดนี้ ไม่ว่ามองด้านไหน ไม่เป็นยุทธศาสตร์เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อการพัฒนาพลังงานทดแทน หรือเพื่อแผนการพลังงานใดๆ ทั้งสิ้น และทั้งเป็นคนละเรื่องกับ "ปล่อยราคาลอยตัว" และคนละอ่าว คนละมหาสมุทรกับคำว่า...เป็นไปตามกลไกตลาด
 เป็นอย่างเดียวคือ เป็นราคา "น้ำมันประชานิยม"!
 ไอ้นโยบายบริหารสไตล์ "ยืมเงินอนาคต" มากิน-มาใช้ปัจจุบันที่ทักษิณถนัดนั้น มันฟู่ฟ่าทันตาเห็นวันนี้-เดี๋ยวนี้ แต่วันข้างหน้า ทั้งเรา-ทั้งลูกหลานเดือดร้อนแน่ แบกหนี้กันหูตูบ ที่จะยืมเงินของอนาคตไปเรื่อยๆ มันก็อาจทำได้
 แต่ผลที่เกิดกับชาติ-ประชาชนแน่ๆ ก็อย่างที่ยุโรป เช่น กรีก อย่างที่อังกฤษ ปัจจุบันเศรษฐกิจล่มสลาย ประเทศล้มละลาย คนตกงาน เงินเฟ้อ แล้วก็เกิดจลาจล ปล้นสะดมฆ่าแกงกัน!

 สมัยทักษิณ "อุ้มน้ำมัน" ลิตรละ ๓๐ บาท คนใช้น้ำมันน่ะชอบ แต่ชาติและโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งอยู่บนฐานเบี่ยงเบน เมื่อไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนจริงได้ มันก็ยากกำหนดทั้งแผนลงทุนและแผนชีวิต
 และผลบั้นปลายจากนโยบาย "ยืมเงินอนาคตมาใช้" ของทักษิณก็คือ เงินกองทุนน้ำมันเกลี้ยง แถมติดลบ สร้างหนี้ให้ทั้งคนที่ใช้น้ำมันและไม่ใช้น้ำมัน รวมถึงหมาทุกตัว ต้องแบกภาระผ่านภาษีและแวตร่วมแสนล้าน 
 กระทั่งวันนี้ หนี้จากภาระกองทุนน้ำมันก็ยังใช้ไม่หมด!
 แต่แปลก...ในขณะที่ "เงินอนาคต" ถูกดูดจนประเทศผอม เพราะเป็นหนี้ แต่ท่านลองทบทวนดูซีครับ ในรอบ ๑๐ กว่าปีที่ "ระบอบทักษิณ" ครอบงำประเทศ มีใคร-กลุ่มไหนล่ะที่ รวยขึ้น..รวยขึ้น..?
 รวยวัน-รวยคืน เงินอนาคตจากกระเป๋าคนนั้น-คนนี้ ไหลไปรวมอยู่ที่นี่ จากแสน-สองแสนล้าน เป็น สามแสน-สี่แสนล้าน ถ้าไม่ใช่พวกในขบวนการนโยบาย "ยืมเงินอนาคต" มาใช้เหล่านั้น!?

 ประเทศไทยน่ะ รักษาไว้ให้อยู่กันยาวๆ เถอะครับ อย่าหวังอยู่กันแค่ผลาญเงินกองทุนหมด ๓ เดือน ๖ เดือนเลย แนวคิดลดราคาน้ำมันของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ผมไม่ค้าน แต่ผมอยากให้ทำด้วยเจตนาชาติยั่งยืน อย่าทำด้วยเจตนา "ตีหัวเข้าบ้าน" เลยครับ 
 เบนซิน ๙๕ มีคนใช้ราวๆ ๑ แสนลิตร/วัน ใช้กันเฉพาะ "รถส่วนเกิน" เท่านั้น แล้วลดไปเพื่อใครตั้ง ๘.๐๒ บาท ควรขึ้นราคาเพื่อเอาไปเฉลี่ยลดให้แก๊สโซฮอล์ด้วยซ้ำ
 เบนซิน ๙๑ มีคนใช้ราวๆ ๘ ล้านลิตร/วัน ถือว่าเพื่อคนส่วนมาก ก็สมควรลด แต่ไม่จำเป็นต้องลดเพ้อเจ้อตั้ง ๗.๑๗ บาท แค่ ๒-๓ บาท ชาวบ้านก็แทบแย่งกันหอมซ้าย-หอมขวายิ่งลักษณ์แล้ว
 และดีเซล มีคนใช้ราวๆ ๕๔ ล้านลิตร/วัน ความจริงที่ตรึงไว้ไม่เกิน ๓๐ บาท ชาวบ้านก็ทำใจและรับได้อยู่แล้ว ทำไมต้องไปลดอีกตั้ง ๓ บาท อยากถามว่าตัวเลข ๓ บาทนี้ คำนวณมาจากฐานไหน เพื่ออะไร และคิดว่าภาคขนส่งและการเกษตรจะสะท้อน "น้ำมันถูก" นี้จริงหรือ?

 แค่รถเมล์-เรือเมล์ลดราคา นั่นมันราคา "ผักชีรัฐบาล" แต่ราคาสินค้า ราคาอาหารการกิน ปัจจัยครองชีพประจำวันที่ขึ้นกันไปแล้ว มันลดลงได้ที่ไหนล่ะ ตรงกันข้ามอีก ๖ เดือน กองทุนน้ำมันหมดตูด กลับมาขายน้ำมันราคาเดิม ทุกอย่างก็จะอ้าง "ขึ้นราคา" กันอีก
 แล้วที่ลดเบนซิน ๙๑ ลิตรละ ๓๔.๗๗ บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ ๙๑ ที่ใช้กันอยู่วันละราวๆ ๗ ล้านลิตร/วัน ไม่ลด ขายลิตรละ ๓๔.๕๔ บาท ต่างกันไม่กี่สตางค์อย่างนี้ คุณพิชัยเอาหัวหรือเอาอะไรคิด ถึงได้เป็นแบบนี้
 ใครจะเติมแก๊สโซฮอล์ล่ะ เดิมคนใช้เบนซิน ๙๑ กันอยู่ ๘ ล้านลิตร/วัน ถึงตอนนี้คนที่เคยเติมแก๊สโซฮอล์ ๗ ล้านลิตร/วัน ก็จะเฮโลมาเติมเบนซิน ๙๑ จาก ๘ ล้านลิตรเพิ่มเป็น ๑๔-๑๕ ล้านลิตร/วัน ขณะเดียวกันแก๊สโซฮอล์แทบขายไม่ได้
 ใครพินาศ ปั๊มหรือ...ไม่ใช่!
 คนปลูกปาล์ม ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพด ที่เรียกว่า "พืชพลังงานทดแทน" รวมถึงธุรกิจ-อุตสากรรม และแผนพลังงานทดแทนอันเป็นนโยบายของประเทศ ด้วยเป้าหมาย "ลดการนำเข้าน้ำมัน" พึ่งพาตัวเองด้วยพลังงานทดแทน
 และหัวใจหลักที่ควรบอกให้ชาวบ้านได้ตระหนัก เงินที่ลดจากเบนซิน ๙๕ ไป ๘.๐๒ บาท ก็ดี ที่ลดเบนซิน ๙๑ ไป ๗.๑๗ บาท ก็ดี ที่ลดดีเซลไป ๓ บาทก็ดี ที่จัดเก็บมานั้น ใช่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนจะขูดรีดผู้ใช้เอามาหวังโกง-หวังกินกัน
 ไม่ใช่หรอกครับ เขาเก็บเอาเงินเหล่านั้นไปอุดหนุนให้คนใช้ก๊าซ LPG และก๊าซ NGV ได้ใช้ในราคาถูกกว่าราคาเป็นจริงนั่นเอง ผมจะยกมาให้ดูหยาบๆ!
 NGV ราคาที่ต้องขายจริงๆ กิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่ทุกวันนี้ตรึงไว้กิโลกรัมละ ๘.๕๐ บาท 
 LPG ราคาสะท้อนต้นทุนจริง เขาต้องขายกิโลกรัมละ ๒๕ บาท ก็ตรึงไว้ที่กิโลกรัมละ ๑๘.๑๓ บาท
 นั่นก็คือ เอาเงินจากกองทุนที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันนั่นแหละมาชดเชยให้ใช้ LPG ราคาถูกกันเดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ชดเชยให้ใช้ NGV เดือนละ ๔๐๐ ล้านบาท และยูโรโฟร์ เดือนละ ๑๗๒ ล้านบาท
 เนี่ย...เมื่อเป็นน้ำมันประชานิยม ไปลดราคาแบบแก้บน โครงสร้างพลังงานที่เป็นลูกโซ่มันรวนไปหมด วันนี้ "เงินเก่า" ยังเหลือให้อุดหนุน แล้วอีก ๕-๖ เดือนหมด นายพิชัยบอกว่าจะไปกู้ ก็ต้องกู้มาอุ้มก๊าซ ๒ ตัวนี้ไปตลอดชาติ 
 แบบนี้มันคือการสร้างปัญหาในปัญหาให้ต่อเนื่อง ไม่ต้องดูมาก เอาตามที่นายพิชัยบอก เมื่อลดราคาน้ำมันนี้ เงินจะหายจากกองทุนเดือนละกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่บอกว่า "ลดชั่วคราว" ซัก ๖ เดือน ๖,๐๐๐X๖ เป็นเท่าไหร่ หมายถึงเงินที่รัฐบาลจะสร้างหนี้ให้รัฐบาลตั้งแต่วันแรกที่เข้าบริหารเลยทีเดียว

 ความต้องการที่จะให้ชาวบ้านใช้น้ำมันราคาถูก ผมสนับสนุน แต่อยากให้ทำแบบ "มืออาชีพ" ตอบโจทย์สังคมประเทศ ไม่ใช่ตอบโจทย์หาเสียงเพื่อไทย แก้แบบสะท้อนความเป็นจริงจาก "ภาวะจริง" ของพลังงาน จะให้ราคาพลังงานทั้งก๊าซ-ทั้งน้ำมันลอยตัว ก็เอา
 หรือจะทำเป็น "พลังงานชินวัตร"!?
 ยึด ปตท. ยึดโรงกลั่น-โรงก๊าซ ยึดทุกอย่างที่เกี่ยวกับพลังงานกลับมาเป็นของรัฐ เปลี่ยนโลโก้โชติช่วงชัชวาลเป็นรูปสี่เหลี่ยมทักษิณแทน เป็นน้ำมันทักษ่อน ก๊าซยิ่งล่อน แล้วขายลิตรละ ๕ บาท ๑๐ บาท ใช้เงินทักษิณอุดหนุนเดือนละหมื่น-สองหมื่นล้าน
 อย่างนั้น ผมจะไปปิดทอง ๒ พี่น้อง ทั้งที่หัวเทียนและจานจ่ายเลย...พับผ่าเหอะ.
๐๐๐๐๐๐๐๐๐

โดย ประยูร

 

กลับไปที่ www.oknation.net