วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สถาบันพระปกเกล้า กับ การส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง



วันที่ 30-31 สิงหาคมที่ผ่านมา
ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็น ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า
"จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคต การขับเคลื่อนการเมืองภาคพลเมืองในพื้นที่"ภาคอีสาน 
ณ โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น


โดย
สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า
ซึ่งได้ดำเนินงานมาตั้งแต่พ.ศ.2542เป็นต้นมา


ปัจจุบัน
มีศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองทั้งประเทศ จำนวน 42 ศูนย์ตามจังหวัดต่างๆ
ซึ่งวัตถุประสงค์ของศูนย์ฯเพื่อมีเครือข่ายพลเมืองในแต่ละศูนย์และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้
และเป็นแหล่งข้อมูลทางการเมือง
..ว่างั้นนะ



ซึ่งแต่ละศูนย์
จะมีคณะกรรมการประจำจาก นักวิชาการ อาสาสมัคร เอ็นจีโอ องค์กรชาวบ้าน นักเคลื่อนไหว
ในแต่ละจังหวัดซึ่งมีในแต่ละภาคดังนี้

ภาคเหนือ   เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย

ภาคอีสาน เลย สกลนคร ขอนแก่น บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ อุดรธานี หนองคาย ร้อยเอ็ด

ภาคกลางและตะวันออก สระแก้ว นครนายก ลพบุรี ราชบุรี จันทบุรี อุทัยธานี ชลบุรี ระยอง สมุทรสงคราม ชัยนาท กาญจนบุรี สิงห์บุรี อยุธยา เพชรบุรี

ภาคใต้ ระนอง ปัตตานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ชุมพร สตูล ภูเก็ต พัทลุง สุราษฎ์ธานี

แวะไปอ่านรายละเอียดได้ที่  http://kpi.playthailand.com/index.php?module=political&pro_id=1


นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ - ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง (กลาง)

การจัดครั้งนี้เป็นการจัดที่ภาคอีสาน
โดยมีผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองเป็นผู้นำการขับเคลื่อน


 11จังหวัดในอีสานประกอบด้วย 
ขอนแก่น นครราชสีมา เลย ศรีษะเกษ สกลนคร อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ อุดรธานี  ร้อยเอ็ด หนองคายและบุรีรัมย์
เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงาน
 ความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขปัญหาถอดบทเรียนต้นแบบของการดำเนินงาน 
ร่วมกำหนดอนาคตภาพการขับเคลื่อนงานการเมืองภาคพลเมืองของแต่ละศูนย์


อาจารย์ศศริธร อดิศรเมธากุล ตัวแทนจากอุบลราชธานี
 นำเสนอปัญหาที่จะมีการจัดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ บริเวณเขื่อนสิรินธร
และดำเนินการจัดตั้งสภาเด็ก เวทีสานเสวนาเยาวชน


วงเสนาเป็นไปด้วยความเข้มข้นครับ
 ทั้งตัวแทนของศูนย์ที่มีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาและนักขับเคลื่อนทางสังคมที่ลุยงานกับชุมชนในภาคอีสาน
อีกทั้งประเด็นปัญหาร้อน เช่น ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาที่ดินทำกิน ทางป่าดงใหญ่ บุรีรัมย์ 
วังน้ำเขียว นครราชสีมา การจัดการน้ำ การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น เขื่อน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อุบลราชธานี
ปัญหาการผันน้ำจากหนองหาร อุดรธานีและสกลนคร


อีกทั้งปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่มีบางท่านจากนครราชสีมาเสนอให้
"คดีทุจริตคอร์รัปชั่นต้องไม่มีวันหมดอายุความ"
ใหนจะปัญหาการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ปัญหาสังคม ความยากจน รวมไปถึงปัญหาการเมืองในระบบ
ทั้งเรื่องนโยบายที่ยังเป็นปัญหาว่าจะปฏิบัติใช้ได้หรือไม่อย่างไร?

ดร.จำนงค์ บุผาลา
ทั้งนี้ในการนำเสนอประเด็นการเสวนาผมขอมอบตำแหน่ง"ดาวสภาประชาชน"
ให้ อาจารย์ จำนงค์ จากนครราชสีมาครับ


ชมภาพ
บรรยากาศ"การโสเหล่"หรือเสวนาไปเรื่อยๆเด้อครับ
ขี้คร้านเขียนแล้วหล่ะ
 เขียนหลาย เดียวคนอ่านกะสิ เครียดไปนำ^^
v
v




พี่พิพัฒนชัย พิมพ์หิน จาก ศูนย์ขอนแก่น
นำเสนอว่าภาคประชาชนมีบทบาทในงานต่างๆมากมายทั้งในองค์อิสระและองค์กรต่างๆ


ตัวแทนจากศรีสะเกษ


มีแต่ผู้คักแน!!


ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจครับ เพื่อเก็บประเด็นมาฝากเราท่าน(เบิ๋ย)


นักวิชาการ ผู้นำเสนอจากสกลนคร ปัญหาที่ดินส่องดาว
เสนอเรื่องสำนึกพลเมืองภูต้นน้ำ


ประเด็นปัญหาที่ดินทำกิน กับข้อพิพาทอุทยาน


การชู "สภาเด็ก" ให้เข้ามามีส่วนร่วมสะท้อนจินตภาพในอนาคต
ว่าอยากเห็นชุมชนเขาเองเป็นอย่างไรในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม


ท้องถิ่นก็ควรมีบทบาทในฐานะผู้รับเงินเดือนประชาชน


รัฐบาลก็น่าจะนำข้อมูลปัญหาไปแก้ปัญหาเชิงนโยบาย


แม้สถาบันพระปกเกล้าจะเป็นองค์กรภาครัฐภายใต้รัฐสภา
แต่คงต้องทำงานอย่างหนัก
ให้ผลงานที่ทำกับเครือข่ายภาคประชาชนเป็นรูปธรรม ขอเอาใจช่วยครับ


บรรยากาศในห้องเสวนา


ประเด็นการขับเคลื่อนงาน


พ่อสมศรี ทองหล่อ ตัวแทนศูนย์ฯบุรีรัมย์ 
นำเสนอว่า แต่ละศูนย์ควรจะเป็นภาควิชาการทำงานร่วมกับองค์กรเครือข่ายชุมชนในพื้นที่


สรุปงานด้านกลยุทธุ์บางส่วนการเคลื่อนงานในภาคอีสาน


พี่ประวัติ บุนนาค 
นักเคลื่อนไหวอาวุโสแห่งอีสานอีกคนหนึ่งที่ทำงานมานานในขอนแก่น
นำเสนองานที่ปรึกษาที่เคยทำกับช่วยกลุ่มต่อต้านเหมืองแร่โปแตสฯที่อุดร
พูดถึงแหล่งน้ำมันในอีสาน
งานวิทยุชุมชนและพูดถึงสถานการณ์ที่"จุดติด"ของกลุ่มคนเสื้อแดง
เราจะอย่างไร?(วงเกือบแตกเพราะท่านพูดซ้ำบ่อย)^^
.
.
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ..จนกระทั่ง



พ่อสุบรรณ
 จากหนองคายผู้อาวุโสสุด เป็นผู้กล่าวปิดท่านฝากไว้ว่า

"สิ่งใดที่ทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อสังคม..จงทำ"

เชิญเราท่านแวะไปศึกษาหาความรู้กับสถาบันพระปกเกล้า
ได้เด้อครับ


ผู้ที่ทำงานส่วนใหญ่กับสถาบันพระปกเกล้า
ต้อง"ไม่ฝักไฝ่การเมือง"ว่าไปคือต้องเป็นกลาง
แต่ผมไม่เป็นกลางปันได๋ดอกเด้อครับท่าน
.
.
.
ผม
"เลือกที่จะเคียงข้างประชาชน"
เพราะเราท่านคือเพื่อนประชาชน
.
.
สวัสดี^^


โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net