วันที่ ศุกร์ กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ย้อนอดีตกาล :: วันวานยังหวาน :: อาขยานยัง(พอ)จำได้


              
 
เอนทรี่นี้ต่อยอดมาจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับบล็อกเกอร์ภาณุมาศ_ทักษณา
(ขออนุญาตอ้างชื่อนะคะท่าน) ถึงกาพย์ยานี 11 บทหนึ่ง :-


ช่วงที่เรียนประถมต้น  หลังปกสมุดทุกเล่มของโรงเรียนจะมีกลอนบทนี้พิมพ์ไว้
(ที่อยากสารภาพคือเพิ่งมารู้ตอนโตนี่เองว่ามันคือกาพย์ยานี11) และที่จำมาคือแบบนี้
ถ้าจะพลาดก็น่าจะตรงวรรควรรคสุดท้ายที่บางแห่งเขียนผิดกัน(ซึ่งไม่รู้ของใครเพี้ยน)
บ้างก็ว่า เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย บางที่ว่า มองเห็นดาวอยู่พราวพราย(แพรว)
ไม่รู้อันไหนแน่ที่ถูกต้อง วานอดีตเด็กในสำนักที่กำลังจะอ้างถึงช่วยบอกทีก็ดีนะคะ 

ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กเน๊าะ กลอนบทนี้มีให้เห็นทุกวันก็อ่านมันไปทุกวันผ่านๆ
แม้ความหมายจะไม่เก็ทแต่เด็กนักเรียนทุกคนก็จำได้ขึ้นใจอย่างน่าประหลาด
และที่ตลกคือคำว่า ยลตามช่องพวกเราเอาไปพ้องกับการโยนเบี้ย(เหรียญ)
ลงตามช่อง(บ้าน)ของการเล่นตั้งเต...การละเล่นยอดนิยมรองจาก
โดดหนังยางกีฬาสุดฮิปของเด็กผู้หญิงสมัยนั้น...ไปซะงั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า 

ไม่รู้ว่านี่จะกลายเป็นการกล่าวโทษมิสหรือมาสเซอร์ที่สอนหรือเปล่า แต่เท่าที่
จำได้ไม่มีใครเคยบอกถึงความหมาย หรือความสำคัญ หรือแม้แต่ที่มาที่ไป
ของกลอน(กาพย์)บทนี้...ว่าทำไมมันถึงต้องมาอยู่หลังปกสมุดของโรงเรียนด้วย 

จนเมื่อโตขึ้นและได้ยินกาพย์บทนี้จากปากคำของคนอื่นอีกครั้งนั่นแหละ ความใส่ใจ
ใคร่รู้จึงเกิดขึ้น (ความอยากรู้อาจมาช้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาเลย...จริงมั้ยจ๊ะ)
แล้วหลังจากนั้นการเสาะหาแหล่งที่มาที่ไปของกาพย์บทนี้จึงมีตามมา 

ได้ความว่า...มันคือฉันทลักษณ์ไทยที่เรียกว่ากาพย์ยานี11 และตัวเลข 11 คือจำนวนคำ
ในแต่ละบาทซึ่งประกอบด้วยสองวรรค วรรคแรก 5 วรรคสอง 6 และเมื่อรวมกันสองบาท
ก็จะเท่ากับเป็นหนึ่งบท ( เอ่อ...ความรู้นี่จำเขามาค่ะ อธิบายเก่งจัด - งงมั้ยเนี่ย???)
ผู้ประพันธ์คือ ภารดาฟรังซัว ดูเวอเนต์ ฮีแลร์ แห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ  เมื่อ 50 กว่าปีก่อน
โดยได้รับแรงบันดาลใจและแปลมาจากบทกวีของเช็คเปียร์  ความว่า...

 

Two folks look through same hole, one sees mud, one sees star.

 

 

 

โอเค...ทีนี้เราก็เพิ่มรอยหยักในสมองขึ้นมาได้อีกหน่อย อ้อ นอกจากนี้ภารดาฮีแลร์
ท่านนี้ยังเป็นผู้เรียบเรียงหนังสือแบบเรียนดรุณศึกษาที่เราใช้เรียนสมัยชั้นประถมอีกด้วย
และไม่รู้เหมือนกันว่ามีเพื่อนๆคนไหนเคยเรียนกับหนังสือดรุณศึกษาแบบเราบ้าง?



 ~ เปลี่ยนเรื่อง ~

­­­­­

ย้อนอดีตถึงกาพย์หนึ่งบทหลังปกสมุดกับหนังสือดรุณศึกษากันไปแล้ว พานทำให้นึกถึง
อีกอารมณ์นึงที่เป็นภารกิจสนุกบวกกับน่าเบื่อนิดๆปิดท้ายวันของการเรียนขึ้นมาได้
ซึ่งนั่นก็คือ การท่องอาขยานก่อนกลับบ้าน

หลายคนคงจำได้ถึงอารมณ์ที่ดูเหมือนทำความดีเพื่อพ่อแม่ ครู และผู้ปกครองมาแล้วทั้งวัน
บวกกับอารมณ์พร้อมเผ่นกลับบ้าน ที่เด็กทุกคนใส่มันลงไปหมดกับการแหกปากตะโกนที่ถูก
ครูหลายท่านเหน็บแนมว่าเป็นการท่องกันแบบตะพึดตะพือ หรือไม่ก็ท่องกันยังกับนกแก้วนกขุนทอง

บทนึงที่นึกขึ้นได้ และน่าประหลาดใจแฮะ...ที่มันก็คือกาพย์ยานี11 อีกเหมือนกัน คือ-

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล
ต้องยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา...

ถ้าถามจริง-ขอตอบตรงว่า...หลังจากนั้นก็...บลา...บลา...บลา...ใครจำได้ก็ช่วยต่อให้ที
ยิ่งใครจำได้สดๆร้อนๆ ไม่ได้ไปขุดคุ้ยที่ไหนมาจะคารวะความจำของท่านเลย 

และความที่เป็นโรงเรียนคริสต์ แน่นอนบทอาขยานภาษาอังกฤษจึงมีให้จำกันไม่หวาด
ไม่ไหว และก็ขอบอกตามตรงอีกแหละว่าจำไม่ไหวจริงๆ เพราะจำได้อยู่บทเดียว...อิอิ  คือบทของ
มิสเตอร์จอห์นนี่ ที่ทุกวันนี้สมองโล่งโปร่งจำไม่ได้ว่าอีตาคนนี้และเพื่อนๆทำกิจกรรมอะไรกัน 

What is Johnny walking for?
Walking for? walking for?
What is Johnny walking for?
All through the town? 

It is fun to walk like me,
Walk like me, walk like me.
Won't you come and walk with me
All through the town?... 

และก็ขอสารภาพอีกครั้งว่าจำได้สั้นจุ๊ดจู๋แค่นี้อีกแล้วเจ้าค่ะ  และถ้ามีใครเคยท่อง
และจำได้...ขอประกาศความผูกพันเลยว่าความรู้สึกที่เรามีต่อกันน่าจะเหมือนเพื่อน
ผู้พลัดพรากที่โคจรมาพบกันอีกครั้งหลังจากหลายสิบปีให้หลังเลยนะเนี่ย 

ถึงตอนนี้ก็ขอแถมท้ายด้วยบทอาขยานที่ภูมิใจนำเสนอ
นั่นคือบทที่ว่าด้วย "หอกโมกขศักดิ์"

บัดนั้น พระยาพิเภกยักษี
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี อสุรีกราบลงกับบาทา
ทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์ ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์
อันโมกขศักดิ์อสุรา พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้
ทรงอานุภาพฤทธิรุทร  ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว
แต่มียาคู่หอกชัย ให้ไว้สำหรับแก้กัน
แม้นละไว้จนรุ่งราตรี  ต้องแสงพระระวีจะอาสัญ
ขอให้ลูกพระพายเทวัญ ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า
อย่าเพ่อรีบรถบทจร  ข้ามยุคนธรภูผา
แล้วให้ไปเก็บตรีชวา  ทั้งยาชื่อสังกรณี
ยังเขาสรรพยาบรรพต  ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
กับปัญจมหานที สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
แม้นว่าได้บดชโลมลง  องค์พระอนุชาไม่อาสัญ
จะดำรงคงชีพชีวัน หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา 

ถามว่าอะไรคือความภูมิใจ ?

ขอตอบสั้นๆเพียงว่าปีนั้นทุกเย็นผู้เขียนคือต้นเสียงของการท่องอาขยานบทนี้
แต่อย่าได้คิดเชียวนะ...ว่าเราได้รับเกียรติเป็นหัวหน้าห้องแล้วมาคุยโวสิท่า
ขอตอบว่าไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย เพียงแต่ครูสุภาครูประจำชั้นปอนั้นเข้ามา
บอก
รด-สะ-วัน สั้นๆ...ประมาณว่า...แปดหลอดอย่างเธอน่าจะสร้างความดีอะไรไว้บ้างนะ
... ฮา ฮา ฮา ...
(อายจังเรา)

~ เปลี่ยนอารมณ์ ~ 

ก่อนจะจากกันไป  ช่วยทิ้งเม้นต์ความทรงจำที่ค้างคาอยู่ในซอกหลืบของสมองกับชีวิต
สนุกในวัยเรียนวัยหวาน  รวมถึงบทอาขยานที่เพื่อนๆจำได้เพื่อแลกเปลี่ยนกันบ้างนะคะ

หลังจากนี้ใครใคร่โอเกะ...ก็ขอให้โอเกะกับเคนโด้กันไปเลย
(ส่วนใครที่ไม่รู้จักเพลงนี้ต้องขอโทษ...และเสียใจอย่างแรงด้วยนะจ๊ะ)

 

 
ขอขอบคุณยูทูบ
Uploaded by 
 
 

~ขอขอบคุณ(อีกครั้ง)
ข้อมูลอ้างอิงจากวิกิพิเดีย
http://www.siambook.net/product.detail_97359_th_3767998
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F._%E0%B8%AE%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B9%8C
http://sites.google.com/site/khirsis/-khn-hnung-hen-kholn-tm-khn-hnung-ta-haelmkhm-hen-daw-xyu-phraw-phaerw
และหากมีความสับสนผิดพลาดใดในข้อมูลขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

โดย rosawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net