วันที่ จันทร์ กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฤา


โขน (Khon) เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อลังการและอ่อนช้อย การแสดงประเภทหนึ่งที่ใช้ท่ารำตามแบบละครใน แตกต่างเพียงท่ารำที่มีการเพิ่มตัวแสดง เปลี่ยนทำนองเพลงที่ใช้ในการดำเนินเรื่องไม่ให้เหมือนกับละคร แสดงเป็นเรื่องราวโดยลำดับก่อนหลังเหมือนละครทุกประการ ซึ่งไม่เรียกการแสดงเหล่านี้ว่าละครแต่เรียกว่าโขนแทน มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากหลักฐานจดหมายเหตุลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีการกล่าวถึงการแสดงโขนว่า เป็นการเต้นออกท่าทาง ประกอบกับเสียงซอและเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ ผู้แสดงจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าตนเองและถืออาวุธ


โขนเป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงเช่น วรรณกรรม วรรณศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ หัตถศิลป์โดยนำเอาวิธีเล่นและการแต่งตัวบางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำท่าเต้นเช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะการพากย์ การเจรจา หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดงในการแสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็น สร้างตามลักษณะของตัวละครนั้น ๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิดทอง ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่าหน้าโขน
 — โดย Tanate Jaichaum.


เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโขน ก่อนชมภาพยนตร์ “คนโขน” มารู้เกร็ดน่ารู้ของ “โขน” ศิลปะชั้นสูงของไทยกันสักนิ

1. การเล่นโขนนั้นผู้เล่นไม่ได้ใช้แค่ทั้งชีวิต แต่ต้องใส่หัวใจใส่เข้าไปในการแสดงด้วย ต้องฝึกฝนและสั่งสมประสมการณ์อย่างสูง เนื่องจาก “โขน” เป็นศิลปะชั้นสูงที่ไม่สามารถสร้างสรรค์ได้ในเวลาข้ามคืน 

2. การฝึกหัดโขนควรเริ่มฝึกตั้งแต่อายุ 8-12 ปีโดย ตัวละครของโขนแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ พระ นาง ยักษ์ และลิง 

3. นักแสดงไม่มีสิทธิ์เลือกตัวละคร ครูผู้ฝึกจะเป็นผู้เลือกให้ตามความเหมาะสม ผู้เป็นพระ/นาง-ต้องหน้าสวย แขนเป็นวงเหมือคันศร, ยักษ์-ต้องตัวใหญ่ที่สุด, และลิง-ต้องตัวเล็ก แขนสั้นคอสั้น

4. ผู้ฝึกหัดโขนต้องนุ่งโจงกระเบนสีแดงสวมเสื้อขาว เป็นกฎระเบียบที่ได้รับอิทธิพลมาจากการฝึกหัดนาฎศิลป์ภายในวังสวนกุหลาบ ราคาไม่แพงและสามารถควบคุมผู้ฝึกหัดให้เป็นหมวดหมู่ได้อย่างง่าย 


5. ก่อนเข้าสู่เวทีมืออาชีพ นักแสดงโขนทุกคนต้องผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า “พิธีครอบครู” เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าทั้งหมดพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เผยแพร่งานศิลป์ให้ โลกรู้จัก
 

6. บทละครที่นิยมใช้ประกอบการแสดงโขน คือ รามเกียรติ์ ชาวอินเดียโบราณเชื่อว่าผู้ใดได้อ่านหรือฟังเรื่อง “รามเกียรติ์” ก็สามารถล้างบาปได้ 

7. โขน มีลักษณะสำคัญที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขนหมดทุกตัว ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบหุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรูบริเวณดวงตาให้สามารถมองเห็ยกเว้นตัวพระ ตัวนาง และตัวเทวดา 

8. เครื่องแต่งกายของโขนนั้น ได้เลียนแบบอย่างเครื่องแต่งกายของพระมหากษัตริย์ โดยแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 
 ศิราภรณ์ (เครื่องประดับศีรษะ)
 ภูษาภรณ์ (เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม)
 ถนิมพิมพาภรณ์ (เครื่องประดับต่างๆ)

9. โขนเป็นละครใบ้ โดยเฉพาะโขนกลางแปลง ผู้ดูจึงต้องดูการแสดงท่าทาง ซึ่งจะบอกความหมาย ความรู้สึก ความคิด ความประสงค์ต่างๆ ได้จึงจะสามารถดูโขนได้อย่างสนุกสนาน 

10. วงดนตรีที่ใช้ในการแสดงโขน ต้องใช้วงปี่พาทย์เท่านั้น 


11. อีกสีสันของโขนที่ขาดไม่ได้ คือการพากย์โขน นักพากย์จำเป็นต้องมีพื้นฐานแน่น ตั้งแต่เรื่องบท เพื่อสื่อถึงการออกอารมณ์ มีชั้นเชิงในด้านลีลา เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน แล้วยังต้องสังเกตไปถึงนักพากย์ ปี่พาทย์ และตัวนักแสดง เพื่อจะปรับเสริมเติมแต่งให้ทุกอย่างดูกลมกลืนด้วย



ไปดูคนโขนมาแล้ว ตั้งแต่เห็นโปสเตอร์ก็อยากดูโดยไม่มีสาเหตุ


ไม่รู้ว่าจะอธิบายความชอบหนังเรื่องนี้อย่างไร รู้แค่ว่าชอบมาก เสียงดนตรีมันเข้าโสต

นี่เป็นคอมเม้นต์จากวิดิโอในยูทูบ(ขอขอบคุณมากค่ะ)

ไปดูมาแล้ว ดูเพราะชอบโขน ชอบนักแสดงนำ ชอบผู้กำกับ ดูด้วยใจที่แยกแยะ(การเมืองบางเ­รื่องก็เห็นด้วย บางเรื่องก็ไม่เห็นด้วย แต่ฝีมือชอบพันเปอร์เซ็นต์) ดีกว่าหนังไทยทั่วไปเยอะ ได้สาระกว่าละครไทยเป็นร้อยเท่า รำโขนสวยอ่อนช้อยจริงๆ ศิลปะขั้นสูงของไทย ภาพสวยมากๆๆ มุมกล้องสวย ดูแล้วได้อารมณ์ละเมียด น่าจะไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง เราเสียเงินเสียทองให้กับหนังฝร­ั่งได้กันตั้งมากมาย กับหนังไทยที่ส่งเสริมศิลปวัฒนธ­รรมไทยทำไมเราจะเสียไม่ได้

ถ้าภาพยนต์เรื่องนี้ไม่มีผู้กำก­ับที่ชื่อ ศรัญยู วงกระจ่าง หนังเรื่องนี้ก็คงไม่มีปัญหาอ่ะ­ไร (ก็มีเเต่พลรพรรครักทักษิณที่บอ­กว่าหนังไม่ดี)

ถือว่าเป็นหนังดีเรื่องนึง บางคนไม่ทันได้ดูเลย พอรู้ว่าคนนี้กำกับเท่านั้นหล่ะ

ก็เที่ยวมาคอมเม้นสร้างกระทู้ปั­่นหนังเรื่องนี้กัน

กลายเป็นว่าคนที่อยากจะไปดูจริง­ๆก็ตัดสินใจกันลำบาก

ขอให้ผู้ชมดูหนังตัวอย่าง เเล้วก็ช่วยใช้สมองของคุณลองมอง­ดูดีๆนะครับ

เเล้วคุณก็จะรู้เองว่าหนังเรื่อ­งนี้น่าที่จะไปดูสักครั้ง...

http://www.youtube.com/watch?v=EVavblJxYC4 http://www.youtube.com/watch?v=aveXZrFVAgI&feature=related

โดย เฉาก๊วยแดง

 

กลับไปที่ www.oknation.net