วันที่ จันทร์ กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Ubud Palace พระราชวังแห่งอูบุด


Ubud Palace พระราชวังแห่งอูบุด

ชนชั้นสูงมากมายในอูบุดเคย (และบางคนยังคง) ได้ชื่อว่าทีอำนาจราชศักดิ์ แม้ถึงศตวรรษที่ 20 และนานหลังจากที่ดัตช์ปุกยึดบาหลีสำเร็จ ราชนิกุลของบาหลีก็ยังได้รับความเคารพนับถือ พินอบพิเทา … วันนี้ฉันจึงถือโอกาสนำทุกท่านเข้าไปเยี่ยมชมพระราชวังหนึ่งเดียวของกษัตริย์องค์สุดท้ายของอูบุด

ต้องบอกว่าความจริงแล้ว ปกติบุคคลภายนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเพ่นพ่านเดินชมภายในสถานที่ ที่เคยเป็นพระราชฐาน แต่ในเช้าวันสุดท้ายของการมาเยือนเมืองแห่งนี้ ฉันแวะไปถ่ายรูปสถานที่ต่างๆรอบเมืองอีกครั้ง และได้แวะไปที่พระราชวัง เจอกับคุณลุงผู้ทำหน้ทีดูแลวังทั่วไป จึงเข้าไปแจ้งความประสงค์ว่า ฉันอยากจะขออนุญาตเข้าไปชมและถ่ายรูปภายในพระราชฐานเพื่อนำความทรงจำดีๆจากบาหลีกลับบ้านในแดนไกล … เมื่อเห็นว่าฉันมาคนเดียว คงไม่ไปรบกวนใครๆเข้า ฉันจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้

ภายในบริเวณพระราชวัง ประกอบไปด้วยลานชั้นนอก ซึ่งปกติจะใช้เป็นลานจัดแสดงนาฏศิลป์บาหลีให้กับนักท่องเที่ยวได้ชม ระหว่างลานชั้นนอกและชั้นในคั่นด้วยกำแพง ไม่รู้เรียกว่า จันดี เหมือนกำแพงวัดหรือเปล่าค่ะ มีประตูที่สลักเสลาประดับด้วยลวดลายที่สวยงามปิดทองเหลืองอร่าม เหนือกรอบประตูมีรูปพระพักตร์น่าสะพึงกลัวของโบมา อสูรผู้ขับไล่วิญญาณร้ายสถิตอยู่

ด้านหนึ่งของลานที่ปูด้วยแผ่นหินตัดแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของที่บวงสรวงเทพเจ้า ทุกๆวัน วันละหลายครั้ง จะมีผู้นำเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวงมาบูชาเป็นประจำ อันเป็นวิถีชีวิตของชาวบาหลีทั่วไป

ฝั่งตรงข้าม ... เป็นศาลาที่ใช้บูชาพระคเนศ ... เทพแห่งศิลปะ

ตรงข้ามกับศาลาประดิษฐานพระคเนศ เป็นประตูที่กั้นระหว่างลานนี้กับพระราชฐานชั้นในของวัง … วันที่ฉันไปเยือนมีการประดับประดาประตูและบันไดหินทางขึ้นอย่างสวยงาม ..

มีการประดับด้วยการตั้งไม้ไผ่สูงที่เรียกว่า “บาเตน” รวมถึงมีการตกแต่งด้วยทางมะพร้าวสานเป็นรูปต่างๆที่สวยงามประดับไว้ข้างประตูทางขึ้น … แต่ละขั้นบันไดประดับด้วยดอกลั่นทม ให้อารมย์ที่ละเมียดละไม สวยมากๆ ให้บรรยากาศของการต้อนรับอาคันตุกะผู้มีเกียรติ์ ค่ะ

บนลานด้านหนึ่งมีศาลา ซึ่งภายในศาลามีเครื่องดนตรีมากมาย ... "กาเมลัน" เป็นชื่อเรียกวงดนตรีที่บรรเลงดนตรีพื้นเมืองของบาหลี ส่วนใหญ่จะใช้ประกอบการแสดง ... เครื่องดนตรีปิดทองสวยมาก จะเล่าให้ฟังในบทความที่เกี่ยวกับนาฏศิลป์ของบาหลีค่ะ

ถัดเข้าไปเป็นลานชั้นใน … เพียงก้าวพ้นประตูใหญ่เข้าไป เราจะพบกับกำแพงที่กั้นภายนอกกับภายใน ซึ่งถือว่าเป็นกำแพงที่กั้นวิญญาณร้ายจากภายนอกมิให้กล้ำกรายเข้ามาได้ … ด้านหลังกำแพงชั้นในมีรูปสลักที่ดูเหมือนนางยักษ์ …เมื่อหันหลังกลับไปที่กำแพงจันดี เราจะเห็นรูปสลักดังในภาพด้านบนค่ะ

หลังกำแพงที่กั้นระหว่างประตูทางเข้า เป็นส่วนกลางของตัวบ้าน (ที่สร้างตามคติความเชื่อว่า อาคารต่างๆเปรียบเหมือนร่างกายของมนษย์ ซึ่งจะเล่าให้ฟังโดยละเอียด เมื่อาไปเยี่ยมชม บ้านของชาวบาหลี) สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาลาฉลองช่วงอายุ ในที่นี้ คือพิธีตะไบฟัน อันเป็นคติความเชื่อเฉพาะท้องถิ่นของชาวบาหลี ..

จากเกิดจนตาย ชาวบาหลีจะผ่านพิธีฉลองช่วงชีวิต ซึ่งบ่งบอกถึงการก้าวจากช่วงชีวิตหนึ่งไปยังช่วงชีวิตถัดไป ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นสัญลักษณ์ของการผ่านพ้นช่วงชีวิตที่อ่อนวัยกว่า และเข้าสู่วัยวุฒิที่สูงขึ้น

วัยทารก … ทารกแรกเกิดจะเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว ชาวบาหลีถือว่าเด็กเป็นวิญญาณของบรรพชนที่กลับจากโลกวิญญาณมาเกิดในโลกมนุษย์ ดังนั้นยิ่งอายุน้อยแบเบาะมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้ชิดกับสวรรค์ ดังนั้นพวกเขาจะไม่ให้ทารกสัมผัสกับผืนดินอันไม่บริสุทธิ์ของผืนโลกตลอดระยะเวลา 105 วัน หรือ 3 เดือน (ปฏิทินบาหลี ถือว่า 1 เดือนมี 35 วัน) อันเป็นช่วงของพิธี ตลู บูลัน และถึงแม้จะผ่านช่วงเวลานี้แล้ว ทารกก็จะไม่ถูกปล่อยให้คลาน ด้วยถือว่าเป็นกิริยาของสัตว์ จะมีคนอุ้มตลอดเวลา

เมื่อครบ 210 วันแรก จะเป็นช่วงของพิธี โอโตนัน เด็กจะพ้นจากโลกแห่งวิญญาณและเข้าสู่ช่วงชีวิตใหม่ในโลกมนุษย์ เมื่อเด็กเติบโตและเริ่มเดินได้ ก็มีอิสระที่จะวิ่งเล่นกับเพื่อนๆได้ โดยมีผู้ใหญ่คอนระแวดระวังอย่างใกล้ชิด ผู้ใหญ่จะไม่ตีเด็กเพราะจะเป็นการทำร้ายวิญญาณ แต่จะเลี้ยงดูเด็กด้วยความเคารพยอมรับในความเป็นปัจเจกบุคคลของเด็ก เด็กๆในบาหลีจึงมีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบสูงกว่าในภูมิภาคอื่นๆหลายแห่งของโลก

เด็กหญิงจะถือว่าถึงวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีประจำเดือนครั้งแรก ส่วนเด็กชายนั้นเมื่อเสียงแตกหนุ่ม เด็กหญิงในวรรณะสูงจะแยกสันโดษเป็นเวลา 3 วัน จากนั้นจะแต่งกายด้วยผ้าทอลายงดงามเข้าพิธีรับขวัญโดยนักบวช … ในช่วงนี้ของชีวิต เด็กหนุ่มสาวจะเข้าพิธีตะไบฟันฟันที่ยาวไม่เท่ากัน โดยเฉพาะเขี้ยวที่แหลม ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของปีศาจและแม่มด … ในทางพิธีกรรมนั้น เมื่อฟันบน 6 ซี่ได้รับการฝน เชื่อว่าเป็นการลดกิเลสของมนุษย์ 6 ประการ อันได้แก่ ตัณหา โลภะ ทืสะ โมหะ ริษยา และอวิชชา .. นี่ถือว่าเป็นการเบิกทางให้วัยรุ่นย่างสู้วัยผู้ใหญ่

ระหว่างการทำพิธีตะไบฟัน อาจจะมีการเต้นศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า โตเป็ง ที่ใช้ผู้เต้นเพียงคนเดียว สวมบทบาททุกตัวละครในเรื่องที่แสดง(ซึ่งมักจะเป็นเรื่องปรัมปราทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรในบาหลี) โดยการเปลี่ยนหน้ากากไปตามบท

ตรงข้ามกับศาลาฉลองช่วงอายุ ... เป็นที่ตั้งของศาลาที่สร้างได้ประณีตและงดงามมากๆ คุณลุงเล่าวว่า เป็นที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีสำคัญๆ เช่นงานแต่งงานของพระราชวงศ์ ... และคงจะเป็นที่เก็บสิ่งต่างๆที่มีความสำคัญ เช่น บารอง รวมถึงสิ่งต่างๆที่งดงามด้วยศิลปะเชิงช่างชั้นครู

ตรงข้ามกับศาลาฉลองช่วงอายุ ... เคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์แห่งอูบุด ถึงแม้ไม่ใช้สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตอลังการ แต่ยังคงงดงามด้วยศิลปะการก่อสร้าง และตกแต่งตามแบบพื้นเมือง

ระหว่างศาลาประกอบพระราชพิธี และวังของกษัตริย์ เป็นที่อยู่ของราชินีแห่งอูบุด ซึ่งในวันนี้ชรามากแล้ว

ทัศนียภาพรอบๆพระราชฐานบางส่วนค่ะ

พื้นที่ส่วนหนึ่ง ... กันออกมาเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสกับบรรยากาศของชนชั้นสูงของอูบุด ส่วนราคาการเข้าพักฉันไม่ทราบค่ะ และว่ากันว่าในปัจจุบันมีทรัพย์สินบางส่วนถูกนำมาสร้างเป็นโรงแรมและที่พักของนักท่องเที่ยว เป็นรายได้ส่วนหนึ่งด้วยค่ะ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net