วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฟอนฟืนยังระอุ


ฟอนฟืนยังระอุ

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

จำได้ในวัยเด็ก

ถึงวันคืนซึ่งยังคงสนุกสนาน

ที่มิมีสิ่งใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า การเล่น

ความสนุกสนาน ยามได้เห็นกองไฟ ไม่ว่าจะจุดบนเตา จุดกับกระดาษ จุดเล่นเป็นคบไฟ หรือแม้กระทั่ง รอคอยโอกาสข้ามปี ที่จะได้เล่นดอกไม้เพลิง ดอกไม้ไฟ ด้วยทุกสิ่งอย่างของไฟ ในวันวัยยามเด็ก ล้วนเป็นเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น เย้ายวน และ ชวนให้กระโดดโลดเต้นตาม

แม้ว่าจะรู้ดี ถึงอาการพองยามถูกไฟ

หรือ อาการแสบร้อนของผิวหนัง

ยามถูกหวดด้วยก้านมะยม

เพราะอำนาจสูงสุดของบ้าน สั่งการ และ พยายามบอกสอนเสมอว่า อย่าเล่นกับไฟ ดังนั้นเมื่อบอกแล้ว เตือนแล้ว ไม่เชื่อกันแล้ว รอยแผลแดงจากแขนขา จากประสิทธิภาพของก้านมะยม หรือ บางครั้งอาจรวมความถึง ไม้แขวนเสื้อ จึงกลายเป็นคำตอบ หลังความสนุกสนาน

ไม่ใช่เพราะไม่รู้ถึง

ความร้ายแรง ของ เพลิงไฟ

แต่เพราะความอยากเล่น อยากลองต่างหาก

ที่ทำให้คิดว่า การลองเพียงนิด หรือ คิดว่าควบคุมไฟได้ อันเป็นหนึ่งในความท้าทายวัยเด็ก แม้จะเข้าใจว่า เวลาเกิดไฟไหม้ขึ้นมาแล้ว จะเกิดความโกลาหลเพียงใด เพราะทุกวันนี้ ผมก็ยังคงจำได้ ถึงอาการใจสั่น หลังโกยเสื้อผ้าลงกระเป๋า หรือ แม้แต่ยืนมองแม่ ห่อผ้าผ่อนข้าวของทุกชิ้น เมื่อเห็นเพลิงใหญ่ลุกไหม้จากห้องแถว จากฟากตลาด กำลังโหมแรงมาใกล้บ้านที่อยู่

เรื่องจริงอันย้อนแย้ง ระหว่างทักษะพื้นฐาน

ที่ควรฝึกฝน ในการใช้ไฟให้เป็น

กลายเป็นหนึ่งในความสุข

เมื่อทุกครั้งที่เดินทาง ในยามวัยคะนอง ไม่ว่าจะเป็นชายน้ำ ชายหาด หรือ กลางป่าเขา ยิ่งในยามลมหนาวพัดแรง ยิ่งพาให้ใจกระเจิดกระเจิง กับกองไฟเบื้องหน้า ไม่ว่าจากเหตุความจำเป็น ในการหุงหาข้าวปลา หรือข้ออ้าง ในความประทับใจของชีวิต ยามได้ดื่มด่ำท่ามกลางมิตรภาพ มิตรสหาย หรือ แม้แต่ได้บอกรักใคร หน้ากองไฟกับสายลมหนาว

เรื่องราวความงดงาม

กับความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต

ยามคิดถึงวันติดเตาถ่าน กับ วันที่ก่อกองไฟเป็น

กระทั่งนึกถึงวันแรก ที่เปิดเตาแก๊ส ทำสิ่งเล็กน้อยในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับสายตาเด็กเล็กแล้ว เปลวไฟ และ การควบคุมไฟ เป็นบทเรียนของอำนาจอย่างหนึ่ง เป็นบทเรียน ซึ่งบางครั้งบางที นับรวมเกี่ยวเนื่องถึงวุฒิภาวะ ในการเติบโตของชีวิต ไม่นับถึงความแตกต่างสำคัญ

ในความงดงามของเปลวไฟ จากเตาไฟแต่ละแบบ

ที่มีสีสันของเพลิง หรือ มีอารมณ์ปรุงรส

อันกรุ่นกลิ่นแตกต่างจาก เตาไฟฟ้า

ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจำเป็น ต่อการเรียนรู้ และ ก้าวผ่านของชีวิต ไม่นับรวมความสุขหน้ากองไฟ ที่คนไม่เคยสัมผัส ก็คงไม่อาจรับรู้ ถึงกลิ่นสัมผัส ถึงรสชาติ หรือ ไออุ่นกลางลมหนาวได้ว่า สุขใจมากมายเพียงใด กับ ความงดงามชั่วครั้งชั่วคราว อันต่างจากปมเจ็บปวด ของความแร้นแค้น ยามลมหนาวพัดผ่าน หรือ ต้องรีบลุกจากการนอนให้ไวที่สุด เพื่อนั่งพิงไออุ่นรอบกองไฟ

ในงานชิ้นหนึ่ง

ที่อธิบายความหมายสำคัญ

ในประวัติศาสตร์การใช้ไฟ ของมนุษยชาติ

ซึ่งเรียบเรียงโดย J.R.McNEILL และ WILLIAM H. McNIELL ในงานเขียนที่ชื่อ Human Web : A Bird's Eye View of World History หรือในพากย์ภาษาไทย ที่ชื่อ ประวัติศาสตร์มนุษย์ฉบับย่อ ของ สำนักพิมพ์มติชน ซึ่ง คุณคุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ แปลไว้ ได้กล่าวความสำคัญอันยิ่งใหญ่ของ ไฟ ในฐานะของ "เครื่องมือเปลี่ยนภูมิทัศน์อันทรงสมรรถภาพที่สุด"ว่า

ไฟ คือ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ของวิวัฒนาการ

เมื่อไฟ คือ เครื่องมือของการเปลี่ยนโลก

และ ทำให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้

เป็นเครื่องมือ และ ทักษะสำคัญ ที่มนุษย์แต่ละเผ่าพันธุ์ นำติดตามข้ามโลก ใช้ทั้งเพื่อการล่าสัตว์ เพื่อสร้างความอบอุ่น เพื่อป้องกันความหวาดกลัว เพื่อป้องกันสัตว์ร้าย หรือ แม้แต่สร้างความอุดมสมบูรณ์ ในยามที่ก้าวพ้น จากชุมชนล่าสัตว์ สู่ชุมชนเกษตรกรรม หรือ แม้แต่เป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรม จิตวิญญาณ บูชาความเชื่อศรัทธา หลังจากใช้ประโยชน์ในทางกาย

จนอดคิดไม่ได้ถึงเรื่องราว

ในการใช้ไฟ ในประวัติศาสตร์ของผู้คน

ไม่ว่าจะเป็น จักรพรรดิเนโร ที่ถูกระบุว่า เผากรุงโรม

เพียงเพราะต้องการ สร้างเมืองใหม่ ในอุดมคติของผู้นำ หรือแม้แต่ตำนานการรบ และ การใช้ไฟ เข้าประหัตประหารเข่นฆ่า ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์แต่ละชนชาติ อันโหดร้ายแตกต่างกันไป ตามแต่เป้าประสงค์ และ การควบคุมให้ไฟพร่าผลาญผู้คน มากน้อยเพียงใด

สำหรับใครก็ตาม ที่เคยกระโดดโลดเต้น

อยู่รายรอบกองไฟ ย่อมต้องตระหนัก

ถึงอานุภาพที่มิอาจดูแคลนได้

จนแม้แต่บทเรียนสำคัญ ในการใช้ชีวิตผจญไพร ยังต้องบอกสอน ให้ดับฟืนไฟให้ดี อย่าเชื่อเพียงเพราะคิดว่า เอาน้ำราด เอาดินทรายฝังกลบก็เป็นพอ เพราะความระอุร้อน ที่อาจรอวันปะทุ จากฟืนที่กลายเป็นถ่าน หรือจากถ่านที่ซุกซ่อนตัว เพื่อรอเชื้อไฟฟอน ก่อนการลุกครั้งใหม่

สำหรับคำเตือนสำคัญ

และ บทเรียนอันจำเป็นในชีวิตผู้คน

การเรียนรู้เพื่อเข้าใจ และ ควบคุม ล้วนเป็นสิ่งจำเป็น

นอกเหนือจากเข้าใจ ในอำนาจที่ตนเองมี เรายังคงต้องเข้าใจในอำนาจ ที่คนอื่นก็มีเช่นกัน มิแตกต่างจากอำนาจในการเผาผลาญ ที่บางครั้งเราอาจคิดว่า เราควบคุมได้ กำหนดกำกับได้ แต่สำหรับอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ในวันที่ฟืนฟอนพร้อม อากาศแห้งผาด ลมโหมกำลังแรง ทุกสิ่งของความย่อยยับ ที่อาจต้องการเพียงแค่สะเก็ดไฟ กลายเป็นคำตอบครั้งต่อไป

สำหรับคืนวันที่เห็นเชื้อไฟ แห่งความโกรธเกลียด

ยังคงระอุอยู่ในหัวใจ ของใครหลายคน

ผู้ที่ต่างเชื่อมั่นว่า ตนเองควบคุม และ ใช้ไฟเป็น

ผมจึงอดสะท้อนใจไม่ได้ เมื่อคิดถึงบทเรียน ในครั้งอดีต

 สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน

โดย Kati

 

กลับไปที่ www.oknation.net