วันที่ พฤหัสบดี มกราคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไปกันใหญ่ กระเช้าขึ้นภูกระดึงแก้ปัญหาไฮโซ!!


               

 กระเช้าการเมืองมาแล้วคร๊าบบ บ บ บ

ปวดหัวจริงจริ๊งงง  กับความคิดเห็นของผู้หลักผู้ใหญ่ในท้องถิ่นบางท่าน

*********

นายสุเครื่อง บุรินทร์กุล ประธานหอการค้าจังหวัดเลย เปิดเผยว่า กรณีนักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์ นั่งเฮลิคอปเตอร์พร้อมกับขนสัมภาระเพื่อขึ้นไปแคมปิ้งบนยอดภูกระดึงอย่างหรูหราเกินนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของภูกระดึงที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ (อีโค-ทัวร์) เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวส่วนใหญ่นั้นต้องการจะเดินขึ้นภูกระดึงเป็นหลักอยู่แล้ว แต่เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาจรู้จักกับนักบินและขออาศัยขึ้น ฮ.ไปด้วย พร้อมกับมีการนำรูปถ่ายไปโพสต์ลงในอินเทอร์เน็ตจนเกิดเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมา ซึ่งที่ผ่านมาก็อาจจะมีบ้างที่มีนักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์หลายกลุ่มอาศัยความสนิทชิดเชื้อกับนักบินอาศัยนั่ง ฮ.ขึ้นภูกระดึงบ่อยครั้ง

"การท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.เลย หรือที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงคงไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพียงแต่รู้สึกว่าคนที่นั่ง ฮ.ขึ้นไปเอาเปรียบนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ มากเกินไป อย่างไรก็ตาม ภาพที่สะท้อนออกมาก็แสดงให้เห็นว่ายังมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยากจะมาเที่ยวภูกระดึง แต่ต้องการความสะดวกสบาย ซึ่งก็สอดคล้องกับโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงที่ทางภาคเอกชนได้มีการผลักดันมาตลอด 10 กว่าปี หากมีกระเช้าไฟฟ้าแล้ว นักท่องเที่ยวที่สูงอายุหรือที่ไม่ชอบการเดินขึ้นภูกระดึงก็อาจจะนั่งกระเช้าขึ้นไปได้ พร้อมกับจะเป็นการแก้ปัญหาฮ.ไฮโซได้ด้วย"นายสุเครื่อง กล่าว

ประธานหอการค้า จ.เลย เปิดเผยอีกว่า กรณีที่เกรงว่าหากมีการสร้างกระเช้าไฟฟ้าแล้ว อาจจะส่งผลกระทบกับลูกหาบที่อาศัยขนสัมภาระขึ้นภูกระดึงนั้น เชื่อว่าไม่กระทบมากนัก เพราะปัจจุบันลูกหาบได้ลดจำนวนน้อยลงทุกวัน อีกทั้งยังรู้สึกว่าลูกหาบเอาเปรียบนักท่องเที่ยวมากจนเกินไป เนื่องจากคิดราคาแพงเกินไป บางครั้งเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก็จะคิดราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งพอไปถึงยอดภูกระดึงแล้วบางคนก็บอกราคาที่แพงกว่าความเป็นจริง

หากมีการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้า ปัญหาเรื่องการใช้อภิสิทธิ์นั่ง ฮ.ขึ้นภูกระดึง และการที่ลูกหาบเอาเปรียบนักท่องเที่ยวก็จะหมดไปด้วย อีกทั้งยังจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มผู้สูงอายุได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยได้อย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนคงไม่ไปเรียกร้องให้ทางกองทัพอากาศหาคนผิดมาลงโทษ เพราะเป็นเรื่องขายหน้าของนักบินที่รับเอานักท่องเที่ยวกิตติมศักดิ์ขึ้นไปอง ซึ่งขณะนี้ก็หาตัวคนผิดมาลงโทษได้แล้ว ส่วนมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ก็เป็นเรื่องของทางกองทัพอากาศที่จะต้องล้อมคอก หลังวัวหาย

***ที่มา...สำนักข่าวเนชั่น***


ถ้ามีกระเช้า เราคงไม่ได้เกี่ยวก้อยขึ้นภูฯ

ปัญหานี้มาจากนักบินใหญ่เบ่งใส่นักบินน้องขนเพื่อนพ้องขึ้นเที่ยวภูกระดึงถึง 2 เที่ยว (แต่ไม่เห็นพูดถึงขาลงนะคร๊าบบ ว่าลงยังไง ....ต้องฝากเจ้ากรมจเร ทอ.ตามด้วย)  มันไม่ได้เกิดจากนักท่องเที่ยวที่อยากไฮโซนะทั่น  มันมาจากพวกงี่เง่า ที่คิดว่ามีความสนิทสนม เบียดบังใช้งบประมาณของกองทัพ ซึ่งก็มาจากภาษีลูกจ้างต๊อกกาต๋อยอย่างพวกเรานี่แหล่ะ

พวกขึ้นภูกระดึงแบบไฮโซ ผมก็เห็นมาแล้ว ป้า ๆ ท่านนั่งเป็นเสลี่ยง มีคนหามขึ้นไปเลย เที่ยวละ 2,000 บาท เท่าไหร่ ผมจำไม่ได้แม่นยำ ..ส่วนข้าวของก็จ้างลูกหาบแบกไป กก.ละ 15 บาท(ราคาปัจจุบัน) แต่ไม่ใช่การใช้ ฮ.ของกองทัพปฏิบัติภารกิจส่งพวกพ้องขึ้นไปเที่ยว โดยอ้างว่า เพิ่มชั่วโมงนักบิน และเห็นว่า ฮ.อยู่ในช่วงปฏิบัติภารกิจ ก็ขอติดไปด้วย  ถ้าติดแค่นิดหน่อยก็ไม่สมควรแล้ว  แต่นี่เล่นให้ติดเครื่องขึ้นไปเป็น 2 รอบ  (ขาลง ย้ำ ขาลง นอ.ท่านนี้ไม่ยอมพูดถึง)

แล้วสร้างกระเช้าเนี่ยะ พูดกันมานมนาน มีปัญหาการเมืองระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่น ก็ฮือฮาที หวังเอาเรื่องกระเช้ามาสร้างผลงาน หรือกลบกระแสไม่แน่ใจ แต่เรื่องนี้มันเริ่มมาตั้งแต่ปี 2525 จนปัจจุบันก็ปาเข้าไป 25 ปีแล้ว แต่การก่อสร้างยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยทุกยุคทุกสมัย และหอการค้าจังหวัด ต่างเชียร์ให้สร้างมาอย่างแข็งขัน 

การศึกษาข้อมูลเรื่องการสร้างกระเช้าเริ่มมีขึ้นอย่างจริงจัง เมื่อเดือนมกราคม 2541 กรมป่าไม้ว่าจ้างบริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ เข้ามาศึกษา ในหัวข้อ" โครงการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดการด้านนันทนาการ/การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง" ซึ่งรู้กันมาว่า มีระบุไว้ใน TOR ว่า จะสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงได้อย่างไร

รายงานการศึกษาบอกว่า เสารองรับเคเบิ้ล จะเป็นเหล็กรูปวงกลม ซึ่งจะใช้เสาจำนวน 14-19 ต้น (ขึ้นกับจะเลือกเส้นทางไหน) ความสูงเฉลี่ยต้นละ 46 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างราว 14 เดือน
โดยที่สถานีต้นทางและปลายทางจะใช้พื้นที่ 650 กับ 400 ตร.เมตร

ในการศึกษาเสนอเส้นทางไว้ 3 เส้นทางให้เลือก
เส้นทางที่ 1 เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด ประมาณ 3.6 กิโลเมตร สถานีต้นทางอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ(ศูนย์ศรีฐาน)
สถานีปลายทางอยู่ที่หลังแป เส้นนี้ใช้เสา 14 ต้น ความสูงเฉลี่ย 46 เมตร งบประมาณก่อสร้างราว 250 ล้านบาท

เส้นทางที่ 2 อยู่ตรงข้ามศูนย์ศรีฐาน ใกล้บ้านไร่ใต้ แต่เส้นทางนี้จะผ่านพื้นที่ป่าปิด จึงน่าจะไม่เลือก

เส้นทางที่ 3 เริ่มจากบ้านอีเลิศขึ้นไป ใช้เสา 19 ต้น 
 

แต่สิ่งที่ผู้ศึกษาไม่ได้ศึกษาก็คือ จะต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้างที่หลังภูกระดึง

ฉะนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังจากนั้น ทั้งเรื่องขยะ เรื่องคลื่นมหาชนนักท่องเที่ยว ที่รัฐบาลทั่นทักฯ เคยบอกว่านักท่องเที่ยวจะได้ขึ้นแล้วก็ลงในวันเดียว  แต่ป๋มอยากถามว่า ใครบ้างที่เดินทางไปไกล ๆ ขนาดนั้น เพื่อขึ้นไปเที่ยววันเดียวบ้าง ....นี่เป็นแค่ข้อสังเกตุแบบน้ำจิ้ม ๆ รอเพื่อน ๆ ที่อ่านบล็อก มาช่วยกันสังเกตุดีกว่า 

แล้วนี่ ทั่นประธานหอการค้า จ.เลย คนปัจจุบัน เห็นว่า มันจะช่วยแก้ปัญหาไฮโซ   อีกหน่อยทั่นต้องเตรียมแก้ปัญหาไฮโซ(ตามความคิดทั่น) ตบตีกันแย่งพื้นที่ตั้งแคมป์นะขอร๊าบบ หรือจะผุดรีสอร์ตไฮโซ ขึ้นมาอีก ถ้าจะทำก็ต้องคิดให้ดี ภูกระดึงมันพื้นที่ป่านะขอรับ

แล้วถ้ามันไม่มีผลกระทบทบหลายๆ ด้าน  มันก็คงสร้างเสร็จไปตั้งแต่ท่านยังไม่ได้มานั่งตำแหน่งนี้แล้วคร๊าบบบ....เจ้านายยยย

                         

โดย vickie

 

กลับไปที่ www.oknation.net