วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อสี่ชาย ไปบุรีรัมย์ ๔ อยากเป็นเขยโคราช + ปาลิโอ้ เขาใหญ่



เมื่อสี่ชาย ไปบุรีรัมย์ ตอน ๔ อยากเป็นเขยโคราช...ทำยังไงดีครับ (จบ)

มัชฌิมาปกร

อาทิตย์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๔ บ้านลุงเขว้า อ.หนองบุนมาก จ.นครราชสีมา

 อากาศของชนบท เย็นกว่าในเมือง นอนกันสบาย ๆ แต่แล้วพวกเราก็ต้องสดุ้งตื่นกันเมื่อตอนราว 7.30 น. อันด้วยคนบ้านนอกคอกนา ก็มีอาชีพแต่ทำไรทำนา ต้องตื่นแต่เช้าไปทำธุระของตน เสียงรถอีแต๋นนี่เองที่ปลุกชาวเราให้ตื่นอย่างไม่ต้องได้หลับกันต่ออีก ผมก็เลยต้องตื่น และทุกคนก็ตื่นกันหมดอย่างเลี่ยงไม่ได้

 เมื่อตื่นแล้วผมก็มีหน้าที่ไปดูในครัวว่ามีอะไรกิน ปรากฎว่า แม่ยายทอดไข่เจียวไว้ให้ และมีน้ำพริกด้วย ผมก็เลยไปเก็บผักที่ปลูกไว้ในสวน อันได้แก่ ถั่วพลู บวบ และกระเจี๊ยบเขียว อยู่บ้านนี้ไม่ต้องกลัวอดตายครับ ตัวกินผัก อยู่ได้สบาย เอามาลวกจิ้มน้ำพริก บังเอิญเหลือบไปเห็นใบกระเพรางาม ๆ เลยหาเรื่องทำเมนูใหม่ ผัดกระเพรา จัดไปครับ มื้อนี้ผมแสดงฝีมือเอง อร่อยหรือไม่ ก็ต้องถามสามชายกันดูเองนะครับ

 มาถึงตอนนี้แล้ว นับได้ว่าเป็นตอนสุดท้ายแล้ว เมื่อวานวันเดียวมีเรื่องเล่า ๓ ตอนด้วยกัน อะไรกันนักกันหนา ไปวันเดียว มาทบทวนกันหน่อยครับ ออกจากรังสิตราวเก้าโมงครึ่ง ถึงปากช่องราว ๑๑ โมง แวะบำรุงท้องที่ร้าน บ้านไม้ชายน้ำ ปากช่อง ต่อด้วยแวะนมัสการหลวงพ่อโต ออกจากสีคิ้ว ก็วิ่งยาวมาถึงบุรีรัมย์ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ชมปราสาทหินพนมรุ้ง และต่อด้วยปราสาทหินเมืองต่ำ หลังจากนั้น วิ่งเข้าเมืองบุรีรัมย์ เชียร์บอลอย่างหนำใจ

 หลังจากเสร็จธุระเราก็อาบน้ำตั้งตัว ไปแวะทักทายแม่ของเจ้า หนุ่ม ชาตรี ฉิมทะเล ซึ่งเป็นคนที่นี่ครับ บ้านห่างกันสองสามหลังเท่านั้นเอง ได้ไปเยี่ยมบ้านด้วยครับ กะจะไปขอเสื้อซ้อม แต่ไม่มีแล้วครับ แล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปยังปั๊มน้ำมัน เพื่อเติมคาเฟอีน

 วันนี้เรามีแผนที่จะวิ่งเข้าเมือง ความจริงเราไม่ต้องผ่านตัวเมืองก็ได้ แต่บังเอิญเหลือเกินว่า มีความจำเป็นอย่างหนึ่งที่เราจะต้องแวะเข้าไป ตัวเมืองโคราชอยู่ห่างจากที่นี่ราว ๖๐ กม. ผ่านบ้านด่านเกวียนด้วย แต่สมาชิก ๑ ในสี่ ออกความเห็นว่า “ไม่แวะ” ที่เหลือ เด็ก ๆ เลยต้องเกรงใจ เพราะเกรงว่าจะกลับถึงรังสิตค่ำไป จึงวิ่งเข้าตัวเมือง






 เรามาแวะตัวเมืองโครราช ก็เพื่อมาไหว้แม่ยาโมนั่นเอง เสร็จแล้ว อีกอย่างหนึ่ง ที่สามหนุ่ม อยากจะกระทำเป็นยิ่งนัก นั่นคือ “ลอดประตูชุมพล” ตัวเมืองโคราชนั้น เป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีคูน้ำล้อมรอบ มีประตูเมืองทั้งสี่ด้าน และประตูทางทิศนี้ อยู่หลังอนุสาวรีย์ย่าโม ซึ่งเชื่อกันว่า หากมาลอดประตูนี้จะพบเนื้อคู่เป็นสาวโคราช เป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมา จะลอดเข้าลอดออก หรือ กลั้นหายใจก่อน ก็ไม่แน่ใจนะครับ แต่ผมเองนั้นไม่เชื่อ เลยมาลอดเล่น ๆ หลายครั้ง เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เพราะทำงานที่โคราช และมาพักแถวนี้ ด้วยเหตุนี้เอง ทุกวันนี้ก็เลยเป็นเขยโคราชโดยถูกต้องตามกฎหมาย

 ผมกับกร แวะขอรับโชคกันคนละใบสองใบ ผมถามลุงคนขายว่าเลขอะไรดี คนขายซึ่งดูเหมือนเป็นคนไม่ค่อยปกตินักตอบว่า “เลขอะไรก็ได้ แล้วแต่โชคแต่ดวงคนซื้อ” เออ ดีจริง ๆ ลุงพูดตรงดี ผมก็เลยได้มา ๑ รางวัล แต่ผมแปลกใจมาก พอหยิบมาแล้ว ลุงจะชี้ไปที่ล๊อตเตอรี่ แล้วบอกว่า “นี่ออกวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔” ผมก็ยังคิดไม่ออกว่า ลุงแกบออกเพื่อให้รู้ว่าหวยของแกเป็นของแท้ หรือ ไม่ได้เอาหวยเก่ามาขาย เช่นว่า ๑ ตุลาคม ปีที่แล้ว ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไม

 เดินจากลุงมาขึ้นรถ แล้วขับออกไป มุ่งหน้าที่เขาใหญ่ ปาลิโอ้ จุดหมายสุดท้ายที่เราจะแวะ วันนี้ ไอ้เปรียวมานั่งหน้า โดยหวังว่าจะเป็นเพื่อนคุยกับผม แต่เปล่าเลยครับ หนักกว่า พี่กรอีก นั่นแม้ว่าเขาจะนั่งเฉย ๆ แต่เขาก็ไม่หลับ ส่วนไอ้เปรียว จะเหลืออะไรครับ “นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก แยกเป็นหลง ลงเป็นซื้อ” เอากับมันสิ

 เรามาถึงเขาใหญ่ราว ๆ เที่ยง ดีที่ปาลิโอ้ เวลานี้คนไม่เยอะเท่าไหร่ อาจจะเป็นเวลาเที่ยงด้วย คนยังไม่มา ก็เลยได้ถ่ายรูปกันพอสมควร แต่ว่า หากจะมาถ่ายรูปจริง ๆ คงใช้เวลาเป็นวัน ๆ กันเลยครับ ที่นั่นมีการจัดแสดงภาพถ่ายเชิงศิลป์ด้วยครับ โดยช่างภาพชื่อ “ไม้หลัก”  เปรียวเขาเหมือนจะชอบถ่ายรูปมากเหมือนกัน ส่วนผมก็ถ่ายเล่น ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่วันนี้อัธยาศัยไม่ได้มาครับ เราเลยไม่ได้ตามไป

 คงจะเป็นที่ทราบกันดีครับว่าผมไม่ชอบถ่ายภาพคน แต่ก็พอถ่ายได้ ผมก็ถ่ายให้ทั้งสามคนตามสะดวก เพราะมีผมกับเปรียวที่ถือกล้อง แต่โอ๊ตก็ถ่ายเป็น สรุปแล้ว รูปผมมีน้อยมาก ส่วนรูปคนอื่นในกล้องผมมีเต็มไปหมด แล้วก็ถ่ายออกมาพอใช้ได้ ไปขอดูรูปตัวเองในกล้องของคนอื่นแล้ว ไม่ได้เรื่อง ตัวจริงยังว่าแย่แล้ว รูปแย่ยิ่งกว่าอีก

 ถ่ายรูปกันพอสมควรแล้ว เดินวนไปวนมา ก็สรุปกันว่า ได้เวลากลับกันแล้ว ผมก็ชวนกันขึ้นรถ มีแต่เปรียวนั่นแหละ ช้า ตลอด ๆ เห็นสาวน่ารักหน่อยไม่ได้ งง

 การเดินทางในทริปนี้ ก็นับได้ว่า ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เดินทางกันโดยสวัสดิภาพ ก็นับได้ว่าเป็นความทรงจำที่ดีของเราทั้งสี่คน ที่โสด ๓ หนีภรรยามา ๑ กลับไปบ้านต้องไปเขียนรายงานฉบับพิเศษ

 คุณเปรียว ฝากขอบคุณ “ขุนรองปลัดชู” เอากับมันสิ ทำเอาท่านผู้อ่าน งงกันเป็นแถว มีอะไรที่มันทำแล้วไม่งงบ้าง ขนาดผมคุยกับมันยังงงเลยครับ  ก็คือว่า ระหว่างทาง เราเปิดหนัง “ขุนรองปลัดชู” ดูกันในรถ เปิดไปเปิดมา ไอ้เปรียวหลับก่อนเลย แล้วทุกคนก็ไม่ดู มีผมเป็นคนขับ ดูอยู่คนเดียว หนักกว่าเมื่อวานอีกนะครับ ขับรถไป คอยคุยกับคนข้าง ๆ ไป พอไหว วันนี้ ขับรถไป ดูหนังไป

 วันเวลาพาเราให้มาพบกับบุคคลอันควรเทอดไว้ในฐานะมิตร แต่เราก็มิอาจที่จะอภิรมย์กับเวลานั้นได้นาน ด้วยเหตุที่ต่างคนก็ต่างมีหน้าที่ที่จะต้องไป การพบกันเป็นวาสนา แต่การที่จะคบกันได้ เป็นเรื่องของทั้งสองฝ่าย สำหรับผมแล้ว มิตรภาพที่ดี จะพยายามรักษามันไว้ตามสมควร ตามกำลัง และตามกาลเวลา

 สุดเส้นทางที่เราจะเดินแล้ว จุดประสงค์ในการเดินทางครั้งนี้ คือไปเชียร์บอลทีมที่เราชอบ คือ สโมสรบางกอกกล๊าส แต่การเดินทางที่เราได้บันทึกรายละเอียด และความทรงจำของชีวิตร่วมกัน คือผลพลอยได้ ซึ่งอาจจะมีค่ามากกว่าสิ่งที่เรามุ่งหวังเสียอีก

 ขอขอบคุณ BGFC  ที่ทำให้มี ทริปนี้

 ขอขอบคุณ เพื่อนร่วมทางทุก ๆ คน

 ขอขอบคุณ พ่อตาแม่ยาย ที่ให้นอนที่บ้าน

 ขอขอบคุณ ภรรยา ที่ให้ ฟุคุจัง มาเป็นเพื่อนที่ดี

 ขอขอบคุณ ตำรวจ ที่ไม่โบกรถผม

 ขอขอบคุณ โหน่ง BG ที่ไม่แย่ง “หมาใจดำ” ผมดื่ม

 ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่กรุณาติดตาม

 

















TAGS : Squeezebox,Nikon 35mm,Kindle Fire,75-300mm,E-P3,VR-6025Z,WD-73640,Nikon AW100,Canon S100,Best Buy Refrigerator,Top Sale,Cheap Markets Online,Best Price Tag Heuer,Black Friday Deal

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net