วันที่ พุธ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมืองตาก .. คราน้ำปิง-วังหลากท่วม(๒)


    รุ่งเช้าวันที่ 7  น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเมื่อคืนอีกประมาณ 10 ซม.

กระสอบทรายที่ปิดกั้นประตูไว้ไม่ให้น้ำเข้าบ้านพอรับมืออยู่ แต่น้ำยังซึมเข้าได้ตลอด

และคุยกับคนในบ้านว่า น้ำน่าจะสูงขึ้นอีก คงต้องเตรียมกระสอบทรายเพิ่ม

สายวันนั้นจึงเข้าตัวเมืองตากเพื่อไปหาซื้อกระสอบมาบรรจุทรายที่อบต.เตรียมไว้ให้

แต่กระสอบที่แจกหมดแล้ว พบว่าในตัวเมืองตากเริ่มน้ำท่วมมากขึ้น

ไม่ใช่เพราะน้ำล้นตลิ่ง แต่เกิดจากน้ำผุดจากท่อระบายน้ำไหลย้อนเข้าตัวเมือง

ไม่สามารถไหลลงน้ำปิงได้ เพราะระดับน้ำสูงขึ้น ความต้องการกระสอบจึงมีมากขึ้น

พราะในตัวเมืองตากก็ต้องใช้ กระสอบจึงขายดีและราคาสูง(ขึ้น)

แม้ในยามที่ผู้คนกำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ ยังมีมนุษย์บางจำพวกไม่ยอมโผล่พ้นน้ำ

หัวใจจมอยู่ในความเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนคงไม่เท่าไหร่

แต่ยังมาเอาเปรียบ ขูดรีด ไม่ใช่เพียงเรื่องกระสอบ แม้แต่วันต่อมาที่ผู้คนกลัวสถานการณ์ไม่ดี

และคนที่น้ำท่วมจำนวนมากติดอยู่ในบ้านไม่สามารถออกมาได้

ต้องใช้เรือขนส่งเสบียงอาหาร จึงต้องซื้อคราวละมากๆราคาไข่ก็สูงขึ้นและหายาก  .. 

 มนุษย์หนอมนุษย์ .. แท้จริงควรจะพึ่งพามากกว่าเอารัดเอาเปรียบกัน

        น้ำท่วมเมืองตากครั้งนี้ได้รับทราบว่าหนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เพราะคนเฒ่าคนแก่บอกว่า ตั้งแต่สร้างเขื่อนมาร่วม 50 ปีน้ำไม่เคยท่วมเท่าครั้งนี้

เริ่มจากอำเภอสามเงาที่เป็นที่ตั้งของเขื่อนภูมิพล และมีน้ำจากแม่น้ำวังหลากมาเพิ่ม

อีกจำนวนมาก ความเดือดร้อนจึงไล่มาตั้งแต่ อ.สามเงา อ.บ้านตาก  อ.เมือง อ.วังเจ้า ..

 แล้วเลยไปอ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร

อ.บ้านตากหนักหนาขนาดที่ว่า สะพานข้ามน้ำปิงที่เชื่อมจากตัวอำเภอสู่ด้านนอก

(ระหว่าง ตากออก-ตากตก)ถูกน้ำท่วมสูงเกือบหนึ่งเมตร รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้

ผู้คนในตัวอำเภอฝั่งตะวันตกจึงติดอยู่ด้านใน ใช้เพียงเรือท้องแบนวิ่งผ่านบนสะพาน

เข้าไปส่งเสบียงอาหาร

.

.

แม่น้ำวังที่ลดลงแล้ว

น้ำในเขต เทศบาลบ้านตาก ฝั่งตะวันออก ยังสูงอยู่แม้ระดับน้ำจะลดลงไปแล้ว

ช่วงสะพานยังถึงเอว และทางฝั่งตากตก(อีกฝั่งของน้ำปิง)ท่วมสูงกว่า

.

.

       ส่วนในตัวเมืองตาก  ถูกน้ำท่วมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไล่ไปตั้งแต่ ต.หนองบัวเหนือ

ต.ป่ามะม่วง บ้านปากห้วยแม่ท้อ  ต.หนองบัวใต้ บ้านท่าตระคร้อ  ส่วนฝั่งตะวันออก

ตั้งแต่บ้านหัวเดียด ไม้งาม น้ำโจน วังหิน ปริมาณสูงขึ้นหลายเท่าตัวจากระดับน้ำปกติ

บ้านที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง หลายหลังจมมิดหลังคา

.

.

แม่น้ำปิง ที่สูงกว่าปกติของช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาหลายเท่า

       ในวันที่ 7 ต.ค. หลังจากทำคันกระสอบทรายเพิ่ม ด้วยความมีน้ำใจของเด็กๆ บ้านใกล้

ที่มาช่วยกันขนมาซ้อนไว้ ระดับน้ำตอนกลางวันยังไม่น่ากังวลเท่าไหร่

แต่ช่วงค่ำ(19.30น.)ของวันนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดนายสามารถ  ลอยฟ้า

ได้ออกอากาศเสียงตามสายรายงานสถานการณ์น้ำท่วมของจ.ตากและบอกว่า 10 ชม.

หลังจากนี้ ปริมาณน้ำจะขึ้นสูงมากขึ้นกว่าเดิม เป็นผลมาจากปริมาณน้ำวัง

ไหลบ่ามารวมจำนวนมาก  ให้ประชาชนอดทนอีกสองวันปริมาณน้ำจะทรงตัวและลดลง

คืนนั้นจึงเบาใจว่าอย่างน้อยน่าจะผ่านพ้นไปได้อีก 1 คืน รอดูรุ่งเช้าวันใหม่

   เช้าวันที่ 8 ต.ค. สัญญาณของระดับน้ำที่สูงขึ้นเร็วและแรงกว่าเดิมก็เริ่มมา

และในตอนสายยิ่งเพิ่มมากขึ้น ถนนหลายช่วงน้ำปิงหลากท่วมและสูงขึ้น

บ้านหลายหลังจมจนถึงหลังคาไปแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังไม่วิตกกังวลกันมาก

แต่ความวุ่นวาย โกลาหล เกิดขึ้นในช่วงบ่าย เมื่อผู้นำหมู่บ้าน ประกาศเสียงตามสายว่า

สถานการณ์เขื่อนกิ่วลม(จ.ลำปาง) ไม่ดี ให้ทุกคนเตรียมขนย้ายผู้คน และข้าวของไปไว้ที่อื่น

หลังจากก่อนหน้านี้ขนย้ายไว้ที่สูงในหมู่บ้านมา 2 รอบแล้ว .. ด้วยคำว่าสถานการณ์ไม่ดี ..

โดยไม่มีคำอธิบายอื่นว่าไม่ดีอย่างไร แบบไหน ผู้คนจึงแตกตื่น กังวล เตรียมขนย้าย

กันอย่างชุลมุน .. ด้วยความสงสัยของตัวเองว่าถ้าสถานการณ์ไม่ดี

ผู้ว่าฯ น่าจะออกประกาศของจังหวัด แต่กลับไม่มี สอบถามไปอีกหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม

ของแม่น้ำปิงก็บอกว่าไม่มีข่าวอะไร สอบถามไปหาน้องคนหนึ่งที่อยู่สามเงา ใกล้แม่น้ำวัง

 ก็บอกว่าไม่มีอะไร และน้ำวังเริ่มลดลงตั้งแต่เมื่อวานเย็น รวมทั้งสอบถามไปที่

เทศบาลเมืองตากก็ไม่มีข่าวเพิ่มเติมจากที่ผู้ว่าประกาศไว้ในช่วงเช้า 

จึงเริ่มไม่แน่ใจกับข่าวที่ออกมาจากเสียงตามสาย  แต่คนในบ้านบางส่วนก็หวาดวิตก

และจะย้ายออกไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง 

ประมาณบ่ายสองโมงจึงสอบถามไปยังเขื่อนภูมิพลว่าระดับหลังจากนี้จะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม

เป็นเท่าตัวหรือเปล่า จะเพิ่มขึ้นอีกแค่ไหน เพราะมีข่าวออกมาว่าจะสูงขึ้นอีก 1 เมตร   

เจ้าหน้าที่บอกว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นผลจากน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนที่ปล่อยลดลงเหลือ

80 ล้านลบ.ม. แต่ปริมาณน้ำจากน้ำวังที่มากถึง 1,000 ลบ.ม. ทำให้ระดับน้ำ

ที่ไหลผ่าน อ.บ้านตาก สู่อ.เมือง มีจำนวนแรงมากขึ้น แต่คงไม่มีโอกาสสูงขึ้นถึง 1 เมตร

อย่างที่ชาวบ้านกังวล  .. ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของเขื่อนคนนี้ที่ให้ข้อมูลอย่างดี

ข่าวบางทีถ้าไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดี  ก็ทำให้เกิดความผิดพลาด ความวุ่นวายได้

เมื่อได้รับข้อมูลจากเขื่อนจึงบอกคนละแวกแถวบ้านว่าคงไม่น่ากลัวอย่างข่าวที่ออกมา

แต่ก็ไม่สามารถรับประกันอะไรได้  ก่อนเย็นวันนั้นจึงต้องเอารถยนต์ช่วยคนบ้านใกล้กัน

ขนข้าวเปลือกไปไว้ที่โรงสี อีกหมู่บ้านหนึ่งหลังบริษัทผาแดง  หลังจากนั้นก็กลับมา

ขนคนที่บ้านบางส่วนที่กลัวสถานการณ์ไม่ดี รวมทั้งคนชราบ้านตรงข้ามไปอาศัยในหมู่บ้าน

ที่เอาข้าวเปลือกไปไว้

บางทีการรับมือกับสถานการณ์ ควรจะตั้งสติให้ดี มากกว่าแตกตื่นกลัว 

และตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะเตรียมพร้อมอย่างไร

เย็นวันนั้นเพื่อความแน่ใจในสถานการณ์ของค่ำคืนที่จะถึงจึงสอบถามไปที่

สำนักงานเทศบาลอีกครั้งว่ามีรายงานระดับน้ำเพิ่มเติมจากเดิมหรือเปล่า

ทางเทศบาลต้องประสานไปทางเขื่อนและแจ้งว่าทางเขื่อนบอกว่า

น้ำจะเพิ่มขึ้นประมาณ 11 ซม. แต่เจ้าหน้าที่เทศบาลก็บอกว่าให้เตรียมพร้อมไว้บ้างก็ดี ...

จึงต้องฟังไว้เพราะน้ำท่วมใหญ่เมืองตากครั้งนี้จำเลยของชาวบ้าน(โดยเฉพาะอ.บ้านตาก)

คือเขื่อนภูมิพล  ในข้อหาที่ว่า ไม่บริหารจัดการน้ำให้ดีรอจนวิกฤติ

(แต่หลังน้ำท่วมสอบถามเจ้าหน้าที่เขื่อนคำตอบคืออีกอย่าง จะพูดถึงต่อไป)

เพราะตั้งแต่มีเขื่อนน้ำไม่เคยท่วมรุนแรงเหมือนครั้งนี้

เย็นวันนั้นหลังจากสอบถามข้อมูลจากเทศบาลแล้ว  เพื่อความมั่นใจจึงตรวจสอบ

ไปที่เขื่อนอีกครั้ง (เจ้าหน้าที่รับสายไม่ใช่คนเดิม) สอบถามเรื่องระดับน้ำ

ที่จะไหลมาถึงตัวเมืองตาก เพราะคิดว่ากว่าน้ำจะไหลมาถึงตัวเมืองตากต้องผ่าน อ.สามเงา

อ.บ้านตาก ทางการน่าจะรู้ระดับปริมาณน้ำ ได้รับคำตอบว่าเขื่อนยังปล่อยน้ำปริมาณเท่าเดิม

คือ 100 ล้านลบ.ม.(ตอนแรกที่โทรไปบอกว่าลดลงเหลือ 80 ลบ.ม.แล้ว)

จากตัวเลขที่สอบถามไป 2 ครั้งแล้วไม่ตรงกันจึงเริ่มไม่แน่ใจการให้ข้อมูล

จึงสอบถามว่าคืนนี้น้ำจะขึ้นสูงถึง 1 เมตรอย่างที่ชาวบ้านได้ข่าวมาหรือเปล่า

เสียงปลายสายถามกลับมาว่า ตั้งแต่คุณอยู่มาเคยมีน้ำท่วมขนาดนั้นหรือเปล่า

จากคำบอกเล่าของคนในหมู่บ้านที่ว่าไม่เคยมีน้ำท่วมใหญ่แบบนี้ตั้งแต่สร้างเขื่อนมา

จึงตอบไปตามนั้น ...  เสียงปลายพูดบางคำที่ฟังไม่ชัดแล้วก็ตัดสายไป ...

ต้องวางสายไปด้วยความงงๆ ว่า ถ้าเราไม่ทราบสอบถามข้อมูลจากหน่วยงาน

ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แล้วจะให้เอาข้อมูลจากไหน

 เรามีสิทธิ์จะได้รับคำยืนยันที่หน่วยงานนั้นสามารถคิดคำนวณออกมาได้หรือเปล่า 

ถ้าจะสอบถามจากอดีตที่เคยผ่านมา

คนที่นี่บอกว่าไม่เคยเจอ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่  ..  แค่ไหน

ถ้าไม่ดูจากข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ... 

คิดว่าชาวบ้านสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานรัฐ

ถ้าเพียงได้ข้อมูลที่เป็นจริง และครอบคลุม ไม่ใช่คลุมเครือ

เมื่อได้ข้อมูลเพียงแค่นั้น จึงมาสังเกตจากกระแสน้ำจากเช้าถึงตอนเย็น

พบว่าช่วงเย็นน้ำที่หลากเข้ามาเริ่มลดความเร็ว และความแรงลง

ไม่เพิ่มสูงรวดเร็วเหมือนช่วงสายจึงคิดว่าค่ำคืนนี้น้ำคงไม่ไหลบ่ามากกว่าช่วงกลางวัน

แต่เพื่อความไม่ประมาท ก่อนค่ำจึงเอารถยนต์ไปไว้ในที่สูง

แล้วปั่นจักรยานกลับมาบ้าน  น้ำแรงจนจักรยานสะท้าน ..

แต่สะเทือนใจกับการทำงานของหน่วยงานรัฐมากกว่า

 เพราะดูข่าวจากที่น้ำท่วมหนักในส่วนอื่นที่ท่วมมาเป็นเดือน

ยังหนักหนากว่าจ.ตากมากมายนัก  แต่การให้ข้อมูลของทางการดูเหมือนจะน้อยมาก

พูดไปทำไมมี ... ที่นี่ข้าราชการ นักการเมืองไทย

   สุดท้ายหลังค่ำคืนวันที่ 8 ต.ค.ผ่านไป น้ำก็เริ่มลดลงตามที่ผู้ว่าฯประกาศไว้

ชาวบ้านเริ่มทยอยขนของและผู้คนกลับเข้าหมู่บ้าน แม้ส่วนมากน้ำจะยังท่วมสูงอยู่

และเหตุการณ์ที่ต้องประสบครั้งนี้ทำให้รู้ว่า ...

-พลังของน้ำนั้นรุนแรงน่ากลัวกว่าที่ใครจะประมาทได้ เพราะสามารถทะลุทะลวง

   แทรกซึมไปได้อย่างทรงพลัง

-การเผชิญวิกฤติต้องพยายามตั้งสติมากกว่าตื่นตระหนก และต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี

-พยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด มากกว่าจะรอความช่วยเหลือจากใคร

   หรือรอรับชะตากรรม โดยยังไม่พยายามให้ถึงที่สุด

-ข้อมูล ข่าวสาร ความชัดเจน ในการสื่อสาร ที่ถูกต้องและรวดเร็ว

-การสร้างบ้านเรือนถิ่นฐานต้องเรียนรู้อดีตที่เป็นมาและศึกษาประวัติศาสตร์ของพื้นที่นั้น

   ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเตรียมพร้อมให้มากที่สุด

และสุดท้ายทุกอย่างก็เป็นเช่นนั้น ... เมื่อสุดกำลังเราก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เป็น

 

ภาพบนเจ้าของบ้านผู้ใจดี ให้ใช้เป็นที่จอดรถสารพัดชนิด

และยานพาหนะที่เป็นพระเอกของงานนี้คือ รถอีแต๋น รถไถนา

 

ภาพบนประตูระบายน้ำ ..ออก

ภาพล่างประตูรับน้ำ ..เข้า

 

ริมแม่น้ำปิง หน้าโรงเรียนหนองบัวใต้ ระดับน้ำที่ต่างกันวันเดียว

 ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพ มาอยู่บนถนน แถมช่วงกลางคืนเจอฝนถล่มซ้ำ

 

 น้ำปิงเอ่อล้นท่อระบายน้ำขึ้นมาท่วมในเขตเทศบาลชั้นใน

 

สิ่งมีชีวิตที่หนีน้ำ ที่น่าเห็นใจคือเจ้าหอยทาก ตายลอยน้ำเกลื่อน

ต้นไม้ลอยคอ .. จนจมหาย ... หวังว่าจะไม่ตาย

 จักรยานลุยน้ำ ..ไม่ต้องกลัวเครื่องยนต์ดับ ถ้ามีแรงปั่น .. ต้านกระแสน้ำ

 ความหวัง ..ยังไม่สิ้นสุด

ขอให้ผู้ที่ต้องประสบภัยที่ผ่านมาและที่กำลังจะต้องเผชิญ

รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างดี ด้วยพลังใจและพลังสติที่ดี

เพราะน้ำจากทางเหนือมากกว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา

ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยความปลอดภัยมากที่สุด  ขอเอาใจช่วยทุกคนค่ะ

โดย สายน้ำพระจันทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net