วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

.... นี่ซิคนรู้จริง !!! ผู้คร่ำหวอดเรื่องน้ำ ยัน ผมเอาหัวเป็นประกันกทม.ไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ ลองอ่านดู ....


(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

.... นี่ซิคนรู้จริง !!! ผู้คร่ำหวอดเรื่องน้ำ ยัน 'ผมเอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์'  ลองอ่านดู ....

หมายเหตุบลอกเกอร์
ช่วงนี้ คนกทม.เครียดกันถ้วนหน้า กับข่าวคราวเรื่องน้ำจะท่วม หรือไม่ท่วม รวมถึงจะท่วมสูงแค่ไหน
ผมไปอ่านพบบทสัมภาษณ์ในคมชัดลึก ของคุณณรงค์  จิรสรรพคุณากร ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักระบายน้ำ กทม. ซึ่งนับเป็นผู้คร่ำหวอด เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการน้ำคนหนึ่ง
เนื้อหาอาจจะยาวสักนิด แต่หากอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ก็สามารถเข้าใจ และ เห็นภาพได้ ว่าทำไม ผอ.ผู้นี้ จึงมีความเชื่อมั่น ขนาดกล้าเอาหัวเป็นประกันเช่นนี้ 
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอ่านเรื่องยาวแต่ต้นจนจบ ผมได้ตัดตอน เฉพาะที่เห็นว่าสำคัญ มาลงไว้ถัดจากนี้ 
ส่วนเนื้อหาคำสัมภาษณ์ทั้งหมด (โดยคมชัดลึก) ได้นำลงโดยไม่มีการตัดทอนในช่วงท้าย
อ่านแล้ว หวังใจว่า คนกทม.ส่วนใหญ่จะหายเครียดลงได้บ้าง
(ส่วนต่อไปนี้ เป็นการตัดตอนบางส่วน ที่เห็นว่าสำคัญมาลง)

๐๐๐๐๐๐๐๐๐
# สถานการณ์ของกทม.ขณะนี้เป็นอย่างไร ?

             เราอยู่ได้เพราะคันกั้นน้ำที่พัฒนามาไม่ต่ำว่า 20 ปี  ความจริงแล้วในกทม.ไม่มีจุดไหนที่สูงกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหรือระดับน้ำทะเลปานกลางเลย ถ้าเราไม่มีคันกั้น น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเข้ามา แต่เมื่อมีคันกั้นน้ำจึงไม่ท่วม  อย่าง ถ.สุขุมวิท ก็อยู่ระดับเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยา รามคำแหงน้ำก็สูงกว่าระดับถนน 30 ซม.  ถ.เพชรบุรีน้ำสูงกว่า 8 ซม.  ถ.ศรีอยุธยาน้ำสูงกว่า  6 ซม. ถ.ราชดำเนินน้ำสูงกว่า  78 ซม. ถ.อรุณอมรินทร์ น้ำสูงกว่า 1.60 ซม. ถ.จรัลสนิทวงศ์น้ำสูงกว่า 1.27 ซม. แต่กทม.โดยได้สร้างแนวคันกั้นน้ำล้อมเมืองไม่ให้น้ำเข้า ความยาว 77 กม.  ขณะนี้เสร็จไปแล้ว 75.8 กม.  เหลืออีก  1.2  กม. ที่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จ 

# คาดว่าคันที่ทำไว้นั้นเพียงพอต่อการรับแรงดันของน้ำหรือไม่ ?

             เราคำนวนตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เราใช้ค่า 100 ปี โอกาสที่เกิดใน 100 ปี บวกค่าการทรุดตัวของแผ่นดิน  ค่าความสูงของคลื่นน้ำ เราคำนวนไว้หมดแล้ว แต่ถามว่าในอนาคตจะพอไหม เราออกแบบไว้ตั้งแต่ 2538 เป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ เราจ้างวิศวกรที่ปรึกษาจากเนเธอร์แลนด์มาออกแบบ  ปีนั้นทางเหนือทั้งหมดระบบระบายน้ำยังไม่พัฒนามาก ถามว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทุกจังหวัดต้องป้องกันตนเอง ในอนาคตแนวที่เราทำไว้ต้องปรับปรุง ปีนี้ต่างจังหวัดมีแนวกั้นน้ำที่ไม่ถาวรมันถึงพัง แต่ในอนาคตเขาต้องพัฒนาเหมือนเราแน่  ต้องสร้างถาวรเหมือนเราแน่ คันของเราเป็นเขื่อนถาวรคอนกรีตเสริมเหล็ก และลงเสาเข็มความลึกกว่า 25 เมตร ไม่ใช่แนวคันดินชั่วคราวเหมือนที่อื่น

# กทม.ฝั่งตะวันตกมองทั้งระบบที่มี ปลอดภัยแค่ไหน ?
 
             ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าประชาชนจากนนทบุรีไม่มาพังประตูน้ำเราซึ่งเคยเกิดเมื่อปี 2549 มีการถือมีดถือขวาน เจ้าหน้าที่เราเห็นก็ปิดตู้ควบคุมแล้วโดดน้ำหนี มาถึงเขาก็ทุบตู้คอนโทรล สับสวิตช์ให้ประตูเปิด
             ส่วนที่เสริมกระสอบทรายคือบริเวณคลองทวีวัฒนา เราร่วมกับกองทัพเรือ ไปปิดน้ำที่จะตลบด้านข้างจากนครปฐม  แต่เราก็ปิดเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคลองทวีวัฒนา และใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 เป็นคันกั้นน้ำ

# หากน้ำจากเขื่อนภูมิพลและจากอยุธยาเข้ามาเพิ่มจะมีปัญหามั้ย ?

             ก็เท่านี้ จะไม่เพิ่มขึ้นกว่านี้ เขื่อนภูมิพลเราคาดการณ์ว่าจะปล่อยเป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานก็รันโมเดลว่าลุ่มน้ำปิงกับวัง หากปล่อยอย่างนี้จะเป็นอย่างไร จากโมเดลนี้ที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 60 ซม .แต่จากการวัดพบว่าหลังจากที่ปล่อยออกมาแล้ว น้ำกลับไม่ได้สูงขึ้นแต่ยังลดลง แสดงว่าน้ำที่ปล่อยมาก็แผ่ตามทุ่งไปหมด บริเวณ จ.ตาก ไม่ลงแม่น้ำเจ้าพระยา  นี่ไม่ใช่การคำนวน แต่มาจากการวัดจริง
             น้ำที่กองอยู่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเพิ่มในอัตราที่น้อยมาก แต่ที่คันกั้นน้ำพังเพราะเป็นคันดินชั่วคราว  หากมีน้ำซึมนิดเดียวก็ธรรมชาติน้ำก็เซาะดินไปเรื่อยๆ จากประสบการณ์ที่เราผ่านมาเป็นอย่างนี้ 

# กทม. ฝั่งตะวันออกจะป้องกันอย่างไร เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรง ?
             ที่ผ่านมาเราพัฒนากับกรมชลประทาน  ที่คลองสามวาเราทำสถานีสูบน้ำสูบได้  36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  สถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ 60  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  คลองประเวศบุรีรมย์  60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เพื่อสูบน้ำมาทางตะวันตก นอกจากนี้น้ำส่วนหนึ่งจะไปที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งจะมีสถานีสูบน้ำเช่นกัน   แต่โดยธรรมชาติของน้ำส่วนใหญ่จะลงใต้ เราก็ใช้คลองแนวดิ่งเช่น คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ ซึ่งน้ำจะไม่ไหลผ่าน กทม.  และกรมชลประทานยังทำคลองด่วน 100 คิว ที่จะระบายน้ำจากสนามบินสุวรรณภูมิ และมีสถานีสูบน้ำริมอ่าวไทย  มีประสิทธิภาพสูบน้ำ  100 ลบ.ม. /วินาที

# แต่ฝั่งตะวันออก ไม่มีคันกั้นน้ำ ?
             ขณะนี้เราปิดหมดแล้ว 4 เขตที่มีปัญหา เพราะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดประตูน้ำที่พระยาสุเรนทร์ น้ำก็เลยทะลุเข้ามา แต่ตอนนี้เราก็เปิดประตูน้ำเพื่อช่วย จ.ปทุมธานี ปล่อยผ่านคลองแสนแสบ และใช้อุโมงค์น้ำสูบออก เราปล่อยวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่มีฝน และ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรวันที่ไม่มีฝน น้ำจึงไปขังในบางจุดที่ต่ำ แต่ก็จะท่วมประมาณ 50 ซม. บริเวณริมคลองต่างๆเท่านั้น โดยจะรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้
             ทุ่งตะวันออกเท่าที่ผมตามมาตั้งแต่เขื่อนป่าสัก ประตูพระนารายณ์ มาจนคลอง 13 ตัวเลขนิ่งมาแล้วหนึ่งอาทิตย์  ต่อไปนี้ก็จะลดอย่างเรวดเร็ว เพราะเขื่อนป่าสักลดการปล่อยน้ำอีก น้ำที่กองอยู่ด้านตะวันออกจะลดลง เรารักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ที่กทม.จะสูงระดับเอวไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้นิ่งแล้วและต่อไปจะเริ่มลด

# จริงมั้ยที่เขาบอกว่าคนต่างจังหวัดรับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ ?
             เป็นคำถามที่ดีครับ แต่ไม่เป็นความจริงเลย เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละจุดแต่ละช่วงนั้นก็มีความสามารถในการรับน้ำที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทสามารถรับน้ำได้ 4,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อไหลมาถึง อ.บางบาล จ.อยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนั้นรับน้ำได้เพียงแค่ 1,300 ลููกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อน้ำมามาก เแต่ความสามารถในแต่ละช่วงรับได้น้อย ไม่ว่าอย่างไรพื้นที่เหล่านั้นก็ต้องท่วม มันก็ต้องล้นออกด้านข้าง ไม่ว่าจะมี กทม. หรือไม่ก็ตาม

๐๐๐๐๐๐๐๐๐

๐๐๐๐๐๐๐๐๐
บทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม
http://www.komchadluek.net/detail/20111013/111738/เอาหัวเป็นประกันกทม.ไม่ท่วม100.html
'เอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วม100%

'ผมเอาหัวเป็นประกัน'กทม.ไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์' : สัมภาษณ์พิเศษ "ณรงค์ จิรสรรพคุณากร" ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักระบายน้ำ กทม.
           ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองถึงสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังรุมเร้าพื้นที่ลุ่มภาคกลางอย่างหนัก และดูเหมือนความรุนแรงจะคืบคลานใกล้เข้ามายังเมืองหลวงมากขึ้นทุกขณะ ล่าสุดสถานการณ์น้ำเริ่มทะลักเข้ามายังเขตปริมณฑลอย่างปทุมธานี นนทบุรีแล้ว

  แต่ดูเหมือนว่าระดับผู้ปฏิบัติที่คร่ำหวอดอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครจะมีความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยว่าสามารถรักษาพื้นที่กรุงเทพมหานครให้รอดพ้นจากภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไปได้ สวนทางกับผู้บริหารบ้านเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลที่ยังออกอาการก้ำกึ่งว่าจะรับมือไหวหรือไม่เพียงใด
             "ณรงค์  จิรสรรพคุณากร"  ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ สำนักระบายน้ำ กทม. เปิดเผยกับทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น ถึงสถานการณ์การรับมือของกทม.ชนิดยืนยัน นั่งยันว่า กทม.น้ำไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงขนาดกล้าเอาหัวเป็นประกัน

# สถานการณ์ของบกทม.ขณะนี้เป็นอย่างไร ?
             เราอยู่ได้เพราะคันกั้นน้ำที่พัฒนามาไม่ต่ำว่า 20 ปี  ความจริงแล้วในกทม.ไม่มีจุดไหนที่สูงกว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหรือระดับน้ำทะเลปานกลางเลย ถ้าเราไม่มีคันกั้น น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะเข้ามา แต่เมื่อมีคันกั้นน้ำจึงไม่ท่วม  อย่าง ถ.สุขุมวิท ก็อยู่ระดับเดียวกับแม่น้ำเจ้าพระยา รามคำแหงน้ำก็สูงกว่าระดับถนน 30 ซม.  ถ.เพชรบุรีน้ำสูงกว่า 8 ซม.  ถ.ศรีอยุธยาน้ำสูงกว่า  6 ซม. ถ.ราชดำเนินน้ำสูงกว่า  78 ซม. ถ.อรุณอมรินทร์ น้ำสูงกว่า 1.60 ซม. ถ.จรัลสนิทวงศ์น้ำสูงกว่า 1.27 ซม. แต่กทม.โดยได้สร้างแนวคันกั้นน้ำล้อมเมืองไม่ให้น้ำเข้า ความยาว 77 กม.  ขณะนี้เสร็จไปแล้ว 75.8 กม.  เหลืออีก  1.2  กม. ที่ยังก่อสร้างยังไม่เสร็จ 
             ส่วนแผนป้องกันน้ำท่วมจะแบ่ง กทม.ออกเป็นสี่ส่วน  1.ฝั่งธนบุรี  2.ฝั่ง กทม. ภายในคันกั้นน้ำ ตามพระราชดำริ  3.นอกคันกั้นน้ำตามพระราชดำริแถวมีนบุรี หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง แต่พื้นที่บริเวณนั้นได้พัฒนาร่วมกับกรมชลประทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว และ 4. คือตามแม่น้ำเจ้าพระยาคลองบางกอกน้อยคลองมหาสวัสดิ์

# หากน้ำมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาเราจะกันอย่างไร ?
             เราก็มีเขื่อนอย่างที่เห็น  แต่ก็มีบางส่วนที่ฟันหลอเพราะถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน  แถวท่าพระจันทร์ถึงท่าเตียน ท่าโรงโม่ เดิมประชาชนไม่ยอมให้สร้าง เราก็เลยทำทางเดินแทน เช่นตามข้างม.ธรรมศาสตร์เราก็ยกทางเดิน แต่ตอนนี้เราเจรจาก็น่าจะให้เราสร้างแล้ว  ส่วนที่ 1.2 กม.ที่เหลือแม้จะฟันหลอก็ไม่มีปัญหา เพราะเราใช้กระสอบทรายกั้น แล้ววิธีกั้นกระสอบทรายของเราไม่เหมือนที่อื่น เราวางกระสอบทรายเป็นรูปปิรามิด เพื่อให้ฐานมันกว้างยังไงก็ไม่มีวันล้มเพราะแรงดันน้ำ และเราจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ  24 ชั่วโมง พร้อมกับสต็อกกระสอบทราย หากมีปัญหาจุดไหนเจ้าหน้าที่ก็มาแก้ปัญหาได้ทันที

# ส่วนที่เป็นฟันหลออยู่ช่วงไหน ?
             แถวราชวงศ์ ท่าน้่ำราชวงศ์ เพราะประชาชนไม่ยอมให้สร้างเลย  แต่ต่อมาก็ยอมและกำลังเจรจาก่อสร้าง โดยคาดว่าปีหน้าจะเสร็จหมด ตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง

# บริเวณคลองบางกอกน้อย บางกอกใหญ่จะมีจุดเชื่อมและมีจุดปิดเปิดหรือไม่ ?
             บางกอกน้อยเราไม่ได้ปิด เพราะเป็นเส้นทางใหญ่ใช้สัญจร แต่คลองในพื้นที่เรามีประตูน้ำปิดกั้นหมด เรามีสถานีสูบน้ำคอยสูบน้ำออก โดยกทม.ฝั่งธนบุรี  กทม. ตอนใต้จากคลองบางนา สะพานแขวน พระราม 9  เราก็ทำคันกั้นน้ำสูง 2.50 ม. จากพระราม 9 ถึงซังฮี้ เราทำคันสูง 2.80 ม. จากซังฮี้ถึงพระราม 7 ทำคันสูง  3 เมตร  ถามว่าทำไมทำไม่เท่ากัน ก็เพราะพฤติกรรมของน้ำเวลาไหลจะมีความลาดเอียงตอนเหนือจะสูง ตอนใต้จะต่ำ เราสร้างคันล้อตามผิวน้ำที่เกิดขึ้นจริง  ส่วนคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์เราทำคันไว้สูง 3เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

# คาดว่าคันที่ทำไว้นั้นเพียงพอต่อการรับแรงดันของน้ำหรือไม่ ?
             เราคำนวนตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ เราใช้ค่า 100 ปี โอกาสที่เกิดใน 100 ปี บวกค่าการทรุดตัวของแผ่นดิน  ค่าความสูงของคลื่นน้ำ เราคำนวนไว้หมดแล้ว แต่ถามว่าในอนาคตจะพอไหม เราออกแบบไว้ตั้งแต่ 2538 เป็นปีที่น้ำท่วมใหญ่ เราจ้างวิศวกรที่ปรึกษาจากเนเธอร์แลนด์มาออกแบบ  ปีนั้นทางเหนือทั้งหมดระบบระบายน้ำยังไม่พัฒนามาก ถามว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทุกจังหวัดต้องป้องกันตนเอง ในอนาคตแนวที่เราทำไว้ต้องปรับปรุง ปีนี้ต่างจังหวัดมีแนวกั้นน้ำที่ไม่ถาวรมันถึงพัง แต่ในอนาคตเขาต้องพัฒนาเหมือนเราแน่  ต้องสร้างถาวรเหมือนเราแน่ คันของเราเป็นเขื่อนถาวรคอนกรีตเสริมเหล็ก และลงเสาเข็มความลึกกว่า 25 เมตร ไม่ใช่แนวคันดินชั่วคราวเหมือนที่อื่น

# ถ้าทุกจังหวัดสร้างคันเหมือนกันหมดจะเกิดอะไรขึ้น ?
             เป็นปัญหาแน่ เราเคยรันโมเดลว่าถ้าจังหวัดเหนือเราทั้งหมดสร้างเขื่อนเหมือนเรายันจังหวัดชัยนาท น้ำในแม่น้ำจะเป็นอย่างไร หากปริมาณน้ำมามากเหมือน ปี 2538 และน้ำไม่แผ่ไปท่วมที่ไหน น้ำที่อ่างทองจะสูงกว่าเมื่อปี 38 ประมาณ 8 เมตร เพราะน้ำเข้าทุ่งไม่ได้ น้ำมันเยอะก็เลยยกตัวสูงขึ้น ถามว่าถึงตอนนั้นเป็นยังไง ตายกันหมด ถ้าทุกคนพัฒนา 

# แล้วกรุงเทพฯจะสูงเท่าไหร่  หากอ่างทองมีน้ำสูง 8 เมตร ?
             ต้องสูงขึ้น  เราต้องเสริมอีกอย่างน้อย  1 เมตร  เพราะโดยธรรมชาติของน้ำจะลาดเอียง กทม.จะต่ำ ต่างจังหวัดจะสูง เราจะรับไม่เต็ม ต่างจังหวัดจะสูงกว่าเรา แต่พระองค์ท่านเล็งเห็นตรงนี้  ดำรัสผ่านคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)  ตอนนี้เราประชุมทุกสัปดาห์เราทราบก็วางแผนกัน กรมชลประทานก็มีโครงการแก้มลิงตอนบน ตอนล่าง คลองผันน้ำเราศึกษาไว้หมด กรมชลประทานถึงเป็นหน่วยงานหลักในการรับผิดชอบตั้งแต่ใต้จังหวัด ลำพูนหรือลำปาง   หลายแห่งได้เริ่มทำถ้าทุกคนพัฒนาเหมือนเราหมดริมแม่น้ำลงทุนมหาศาล  และกันน้ำท่วมอย่างเดียว แต่หากทำแก้มลิงกันได้ทั้งน้ำท่วม และน้ำในการเกษตรด้วย แต่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในการเอาคนออกไป

# วันนี้น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเพราะทุกคนต่างทำคันกั้นน้ำใช่หรือไม่ ?
             ต้องเข้าใจว่าทุกคนต้องป้องกันตนเอง สมมุติผมเป็นนายอำเภออยู่ ก็ต้องป้องกันอำเภอผม ผมเป็นผู้ว่าฯผมก็ต้องป้องกันจังหวัดผมเป็นของธรรมดา ผมไม่ทำชาวบ้านก็ด่าผม แต่ไม่ได้มองภาพรวมผ่านคณะกรรมการ กปร. ที่เรามีข้อมูลกองไว้ตรงนั้น ผมยังเสียใจที่ไม่ได้เอาข้อมูลตรงนี้มาใช้ ซึ่งพระองค์ท่านเห็นเรื่องนี้มาตั้งนานทำไมไม่เอามาใช้

# กทม.ก็บล็อกน้ำของตัวเองเหมือนกัน ?
             เราป้องกันพื้นที่ เราไม่ได้ปิดแม่น้ำเจ้าพระยา เราไม่ได้ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาแคบลง เราไม่ได้ถมน้ำให้ตื้น หรือให้น้ำผ่านน้อย ไม่ใช่ หากเราสร้างเขื่อนเราก็ขุดแม่น้ำในส่วนที่สร้าง ให้ลึกขึ้น เราไม่ได้ปิดเลย ตอนนี้ต่างจังหวัดที่ท่วมเราก็ช่วย อย่างฝั่งธนบุรี เราก็เปิดประตูน้ำที่ทวีวัฒนา

# รับน้ำจากที่ไหนเข้าคลองทวีวัฒนา ?
             คลองทวีวัฒนาจะเชื่อมกับประตูระบายน้ำที่บางเลน  บริเวณคลองบางหลวง ซึ่งเป็นคลองใหญ่ น้ำตอนนี้ลามทุ่งมาหมดแล้ว  แล้วมาถึงคลองมหาสวัสดิ์ที่เป็นชายแดนของเรา ในพื้นที่เรา เราก็ทำประตูระบายน้ำปิด และมีสถานีสูบน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเข้าพื้นที่ เราไม่ได้สูบออก แต่เราสูบเข้าแก้มลิงสนามไชย เราช่วย จ.นนทบุรี เราปล่อยน้ำเข้ามาไม่ให้พื้นที่เราท่วม เราใช้แก้มลิงตรงนี้ 
             ส่วนหนึ่งก็ไหลออกไปทางท่าจีน ส่วนหนึ่งก็ออกคลองบางกอกน้อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา เราไม่ได้ไปปิดคลองมหาสวัสดิ์ เราปิดคลองซอย  น้ำจากจังหวัดนนทบุรีก็มาเชื่อมที่คลองมหาสวัสดิ์ได้ ส่วนที่ออกท่าจีนก็มีประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำของกรมชลประทาน

# ได้มีการประสานงานกับกรมชลประทานอย่างไร ?
             ตอนนี้กับกรมชลฯ เราเชื่อมข้อมูลถึงกันโดยวางเคเบิลใยแก้ว ข้อมูลถึงกันหมด เราจะประสานงานค่อนข้างตรง โดยมีหน่วยงานที่เชื่อมข้อมูลถึงกัน คือ กทม. ชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ กรมอุตุนิยมวิทยา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต  ข้อมูลของแต่ละฝ่ายสามารถเข้าไปดูได้ ยกหูคุยกันได้
# แก้มลิมสนามไชยจะรับน้ำจากที่ไหนบ้าง ?
             ใช้คลองซอย คลองพระยาราชมนตรี คลองสนามไชย แก้มลิงนี้ใช้ประโยชน์สองจังหวัด คือ กทม. และสมุทรสาคร  ซึ่งกรมชลประทานกับเราร่วมกันพัฒนาตามโครงการพระราชดำริ

# กทม.ฝั่งตะวันตกมองทั้งระบบที่มี ปลอดภัยแค่ไหน ? 
            ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าประชาชนจากนนทบุรีไม่มาพังประตูน้ำเราซึ่งเคยเกิดเมื่อปี 2549 มีการถือมีดถือขวาน เจ้าหน้าที่เราเห็นก็ปิดตู้ควบคุมแล้วโดดน้ำหนี มาถึงเขาก็ทุบตู้คอนโทรล สับสวิตช์ให้ประตูเปิด
             ส่วนที่เสริมกระสอบทรายคือบริเวณคลองทวีวัฒนา เราร่วมกับกองทัพเรือ ไปปิดน้ำที่จะตลบด้านข้างจากนครปฐม  แต่เราก็ปิดเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคลองทวีวัฒนา และใช้ถนนพุทธมณฑลสาย 4 เป็นคันกั้นน้ำ

# ขณะนี้คลองทวีวัฒนาน้ำล้นแล้วจะมีปัญหาหรือไม่ ?
             ล้นเพราะเราปล่อยเข้ามา ตอนนี้เราช่วย จ.นนทบุรี เราปล่อยผ่านคลองมหาสวัสดิ์ คลองทวีวัฒนา วันละ 3 ล้านลบ.ม. และใช้แก้มลิงสูบออก ที่น้ำปริ่มๆเพราะเราช่วย จ.นนทบุรี เปิดน้ำเข้ามา

# คันกั้นน้ำถาวรของ กทม. รับแรงปะทะได้ขนาดไหนถ้ามีมวลน้ำขนาดใหญ่มา ? 
             เขื่อนของเราไม่ได้ขวางทางน้ำ เราสร้างตามลำน้ำ แรงปะทะของเราจะไม่มี  เราไม่ได้กั้นแม่น้ำ เรากั้นตามยาว เราไม่ได้สร้างขวาง แต่สร้างตามแรงไหลของน้ำ

# หากมีชาวบ้านจากนนทบุรีมาพังจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ?
             เรามีแผนสอง หากเลยคลองมหาสวัสดิ์ ตัดเข้ามาสักร้อยเมตร เรามีถนนศาลาธรรมสพณ์ที่ยกระดับอยู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะเป็นคันกั้นของเรา

# มวลน้ำที่จะลงมากทม.จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?
             เราตามน้ำมาตั้งแต่แต่นครสวรรค์ ตอนนี้ปริมาณน้ำนิ่งหมดแล้ว หมายความว่าน้ำที่ท่วมขังตอนนี้จะมีกระเพื่อมเล็กน้อย จะไม่พรวดพราด ลุ่มน้ำปิงลด แม่น้ำวังลด แม่น้ำน่านคงที่ น้ำยมก็คงที่ หากระดับจะสูงขึ้นก็เป็นแค่การกระเพื่อม

# หากน้ำจากเขื่อนภูมิพลและจากอยุธยาเข้ามาเพิ่มจะมีปัญหามั้ย ?
             ก็เท่านี้ จะไม่เพิ่มขึ้นกว่านี้ เขื่อนภูมิพลเราคาดการณ์ว่าจะปล่อยเป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทานก็รันโมเดลว่าลุ่มน้ำปิงกับวัง หากปล่อยอย่างนี้จะเป็นอย่างไร จากโมเดลนี้ที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 60 ซม .แต่จากการวัดพบว่าหลังจากที่ปล่อยออกมาแล้ว น้ำกลับไม่ได้สูงขึ้นแต่ยังลดลง แสดงว่าน้ำที่ปล่อยมาก็แผ่ตามทุ่งไปหมด บริเวณ จ.ตาก ไม่ลงแม่น้ำเจ้าพระยา  นี่ไม่ใช่การคำนวน แต่มาจากการวัดจริง
             น้ำที่กองอยู่ไม่ได้เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาเพิ่มในอัตราที่น้อยมาก แต่ที่คันกั้นน้ำพังเพราะเป็นคันดินชั่วคราว  หากมีน้ำซึมนิดเดียวก็ธรรมชาติน้ำก็เซาะดินไปเรื่อยๆ จากประสบการณ์ที่เราผ่านมาเป็นอย่างนี้ 

# ขณะนี้เริ่มมีข่าวเขื่อนกั้นน้ำโดยรอบ กทม. เริ่มพัง ?
             คงไม่ส่งผลกระทบมาก  เพราะวันนี้ระดับน้้ำลดลง  ต้องเข้าใจว่าตอนนี้นำมาถึงกทม.แล้ว  อย่าง นวนคร หรือธรรมศาสตร์ น้ำก็มาถึงแล้ว เพียงแต่มีคันล้อมไว้ ถ้าไม่ตรวจตราน้ำก็จะพังเข้ามา 

# แล้วฝั่ง กทม.จะเป็นอย่างไร ?
             เราใช้แนวถนนต่างๆปิดกั้น แต่ที่เป็นห่วงคือตอนเหนือ เพราะปทุมธานียังไม่พัฒนา ยกตัวอย่างคลองเปรมประชากรที่เชื่อมคลองรังสิต  แต่ตอนนี้เราเริ่มจับมือกันทำแล้ว อย่างบริเวณคลองหลักหกที่มีการขุดลอกทำเขื่อนมีประตูถาวร ตอนนี้เรารุมที่หลักหกมาสองวัน เอาคนเข้าไป เอากระสอบทรายเข้าไป แต่ว่าประชาชนก็ต่อต้านมาก  ทั้งเราทั้งทหารก็อยู่ตรงนั้น  แต่กรมชลประทานกลัวคลองรังสิตที่รับน้ำจากคลองแนวดิ่งลงที่คลองรังสิตและมาลงเจ้าพระยา ที่นายกฯได้เตรียมกระสอบทรายตั้งแต่คลอง1-16 ซึ่งกำลังรุมทำกันอยู่ 
             อย่างไรก็ตาม ถ้าน้ำเข้ามาตามคลองเราก็มีประตูปิดหมดแล้ว นอกจากนี้เรามี ถ.ร่มเกล้า และ ถ.นิมิตรใหม่ เป็นคันกั้นน้ำ  นี่เป็นรับสั่งของในหลวงในการทำ  เหมือนที่เรายก ถ.ศาลาธรรมสพณ์ เป็นคันกั้นน้ำ

# กทม. ฝั่งตะวันออกจะป้องกันอย่างไร เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำโดยตรง ?
             ที่ผ่านมาเราพัฒนากับกรมชลประทาน  ที่คลองสามวาเราทำสถานีสูบน้ำสูบได้  36 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  สถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ 60  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  คลองประเวศบุรีรมย์  60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เพื่อสูบน้ำมาทางตะวันตก นอกจากนี้น้ำส่วนหนึ่งจะไปที่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งจะมีสถานีสูบน้ำเช่นกัน   แต่โดยธรรมชาติของน้ำส่วนใหญ่จะลงใต้ เราก็ใช้คลองแนวดิ่งเช่น คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองบางโฉลง คลองจระเข้ใหญ่ ซึ่งน้ำจะไม่ไหลผ่าน กทม.  และกรมชลประทานยังทำคลองด่วน 100 คิว ที่จะระบายน้ำจากสนามบินสุวรรณภูมิ และมีสถานีสูบน้ำริมอ่าวไทย  มีประสิทธิภาพสูบน้ำ  100 ลบ.ม. /วินาที

# แต่ฝั่งตะวันออก ไม่มีคันกั้นน้ำ ?
             ขณะนี้เราปิดหมดแล้ว 4 เขตที่มีปัญหา เพราะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดประตูน้ำที่พระยาสุเรนทร์ น้ำก็เลยทะลุเข้ามา แต่ตอนนี้เราก็เปิดประตูน้ำเพื่อช่วย จ.ปทุมธานี ปล่อยผ่านคลองแสนแสบ และใช้อุโมงค์น้ำสูบออก เราปล่อยวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรในวันที่มีฝน และ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรวันที่ไม่มีฝน น้ำจึงไปขังในบางจุดที่ต่ำ แต่ก็จะท่วมประมาณ 50 ซม. บริเวณริมคลองต่างๆเท่านั้น โดยจะรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้
             ทุ่งตะวันออกเท่าที่ผมตามมาตั้งแต่เขื่อนป่าสัก ประตูพระนารายณ์ มาจนคลอง 13 ตัวเลขนิ่งมาแล้วหนึ่งอาทิตย์  ต่อไปนี้ก็จะลดอย่างเรวดเร็ว เพราะเขื่อนป่าสักลดการปล่อยน้ำอีก น้ำที่กองอยู่ด้านตะวันออกจะลดลง เรารักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ที่กทม.จะสูงระดับเอวไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้นิ่งแล้วและต่อไปจะเริ่มลด

# จุดอ่อนของกทม.ที่จะทำให้น้ำท่วมมีมั้ย ?
             เรากลัวประชาชนมาพังประตูน้ำ และวันก่อนได้ส่งสัญญาณไปที่ ผอ.เขตทวีวัฒนาว่าให้ไปรายงานว่าให้สั่งนายอำเภอบริเวณนั้น เพราะหัวโจกที่เป็นแกนนำส่วนใหญ่เป็นกำนันผู้ใหญ่บ้าน ก็ให้นายอำเภอช่วยกำชับว่าอย่ามา แต่หากไม่ส่งสัญญาณ ประชาชนอาจจะมาถือมีดถือขวาน ใครจะกล้าอยู่ 
             จากปทุมธานี ถ้าประตูน้ำหรือแนวกั้นพัง เราก็มีแผนสองรองรับว่าจะปิดตรงไหน เราสั่งการไว้แล้วว่าถ้าเกิดจะปิดตรงไหน ทิ้งส่วนไหน ถามว่าจะเดือดร้อนเพิ่มไหม ไม่มี เพราะน้ำนิ่งแล้ว  ด้านตะวันออกจะเห็นเร็วเพราะนิ่งแล้ว 
# ปลายเดือนจะมีสามน้ำคือน้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำทะเลหนุน จะทำให้น้ำท่วมหรือไม่ ?
             เราให้กรมอุทกศาสตร์รันโมเดลว่าหากน้ำมาที่ 4,000 ลบ.ม. ต่อวินาที จะเป็นอย่างไร  ซึ่งกลางเดือนจะอยู่ 2.05 ม. และ 2.20 นิดๆ  ก็คิดว่าปลายเดือน ก็น่าจะอยู่ที่ 2.20 ไม่น่าเกินนี้ นี่หมายถึงปริมาณน้ำเหนือรวมกับน้ำหนุนแล้วนะ ขณะที่กทม. เคยเก็บสถิติเมื่อปี  2538  ที่ระดับน้ำสูงสุด 2.27 ม. วันนั้นน้ำผ่าน 5,500 ลบม.วินาที ฉะนั้นสถานการณ์ยังต่างกันเยอะกับตอนนี้ ผมเอาหัวเป็นประกันได้เลยว่า กทม.น้ำไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์

# จริงมั้ยที่เขาบอกว่าคนต่างจังหวัดรับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ ?
             เป็นคำถามที่ดีครับ แต่ไม่เป็นความจริงเลย เพราะแม่น้ำเจ้าพระยาในแต่ละจุดแต่ละช่วงนั้นก็มีความสามารถในการรับน้ำที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ยกตัวอย่างแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทสามารถรับน้ำได้ 4,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อไหลมาถึง อ.บางบาล จ.อยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงนั้นรับน้ำได้เพียงแค่ 1,300 ลููกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อน้ำมามาก เแต่ความสามารถในแต่ละช่วงรับได้น้อย ไม่ว่าอย่างไรพื้นที่เหล่านั้นก็ต้องท่วม มันก็ต้องล้นออกด้านข้าง ไม่ว่าจะมี กทม. หรือไม่ก็ตาม
 
๐๐๐๐๐๐๐๐๐

โดย ประยูร

 

กลับไปที่ www.oknation.net