วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แรมราตรี ๒. ธิดารัตติกาล


ณ ปลายทางชาชาลาเรามาพัก

เมื่อค่ำคืนเพรียกกวักอยู่ไหวไหว

โดยเทียบเชิญคำชวนนั่นของใคร

หรือสายลมหนึ่งไหนพัดเธอมา

โอ้ธิดารัตติกาลบ้านตะวันฯ

รอยยิ้มเธอไหวจันทร์ให้เจียนบ้า

เรือนร่างเธอสั่นไหวใจชรา

ถ้อยวาจาเธอสั่นไหวใจกระทง

นะ ธิดารัตติกาลบ้านตะวันฯ

รู้ไหมว่าเขาเหล่านั้นต่างลุ่มหลง

รู้ไหมเล่าเธอมาพาเรางง

รู้ไหมเล่าเธอส่งเรางงงวย

รู้ไหมเล่าเงาเธอไหวให้ใครคลั่ง

ให้ใครเมาเหมือนดั่งว่าเจ็บป่วย

รู้ไหมเล่ารอยยิ้มเธอรุ่มรวย

รู้ไหมว่าหน้าเธอสวยให้รุ่มทรวง

เธอเหมือนไฟไหม้ฟ้าในหน้าแล้ง

และคือหนามเสียดแทงอยู่หนักหน่วง

มันแทงเจ็บแทงใจด้วยไฟลวง

ทะลุแล้วทะลุล่วงทุกทรวงเรา

โอ้ธิดารัตติกาลบ้านตะวันฯ

เรามาพบสบกันในคืนเหงา

ณ ที่นี่ราตรียังวัยเยาว์

ในหลืบเร้นแสงเงาเธอเยาว์งาม

 ดูเหมือนว่าเธอเปลี่ยวใจใช่ไหมเล่า

ฉันก็เปล่าเปลี่ยวไหวเกินใจห้าม

เมื่อพิษผ่าวเมรัยเริ่มไหม้ลาม

จึงเพลิงห่ามในใจเริ่มไหม้รุม

สักหน่อยไหมอยากฟังสักครั้งไหม

บทกวีความในของวัยหนุ่ม

ในหม่นม่านควันบุหรี่ที่ห่มคลุม

ฉันอยากอุ้มเธอพรากจากหม่นควัน

สักครั้งไหมไปด้วยกันกับฉันไหม

ยังถิ่นทิพย์โพ้นไกลแม้ในฝัน

ทางช้างเผือกทอดขาวพริบพราวนั้น

เราไปปีนป่ายมันหน่อยปะไร

เถิดไปเดินทางไกลใต้แสงจันทร์

ฟังกวีเล่าฝันอันหวามไหว

ก่อนราตรีแรมร้างก่อนห่างไกล

ก่อนสมัยตะวันแดงสาดแสงเยือนฯ

โดย ไพฑูรย์ธัญญา

 

กลับไปที่ www.oknation.net