วันที่ อังคาร ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รับมือน้ำท่วม (อีกครั้ง) กับระดับน้ำคลองรังสิต ริมถนนรังสิต-นครนายก หน้าหมู้บ้านภัสสร และหมู่บ้านชมฟ้า-วรางกูลคลอง 2 เมื่อเที่ยงวันนี้


รับมือน้ำท่วม (อีกครั้ง) กับระดับน้ำคลองรังสิต ถนนรังสิต-นครนายก หน้าหมู้บ้านภัสสร และหมู่บ้านชมฟ้า-วรางกูลคลอง 2 เมื่อเที่ยงวันนี้


นับตั้งแต่น้ำท่วมอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมแต่ละแห่งโดนน้ำทะลักเข้าท่วมทยอยแตกที่ละแห่งจนครบทุกแห่ง  ส่วนใหญ่เกิดจากพนังกั้นน้ำแตก เพราะน้ำแรง  เอาไม่อยู่ แอบสงสัยอยู่ในใจว่าถ้าปล่อยให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติตั้งแต่ถนนเอเชีย จังหวัดลพบุรี ที่แก้ปัญหาให้น้ำจากแม่น้ำปาสักและแม่น้ำท่าจีนเล่นไล่จับกันบนถนนเอเชีย ผิดธรรมชาติของน้ำ  
 เรากั้นน้ำไม่ให้ไหล และแก้ไขอย่างไม่เป็นระบบตั้งแต่จุดเริ่มต้น ทั้งๆที่น้ำเขาทำงานอย่างเป็นระบบตามธรรมชาติที่ออกแบบให้มา  เมื่อกั้นไม่ให้เขาไหล เขาก็ไปทางอื่น ถ้าไปไม่ได้เขาก็โกรธเกรี้ยว กระแทกพนังจนแตก อันนี้เป็นธรรมชาติของเขา ทำให้จากที่ควรเสียหายน้อยกลับเสียหายมาก

การป้องกันอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพเป็นประสิทธิผลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด  แต่เมื่อไม่ได้ป้องกันจะด้วยความชะล่าใจหรือรู้ไม่เท่าทันก็แล้วแต่  ผู้เกี่ยวข้องต้องตั้งใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและชัดเจน และเป็นระบบ..ซึ่งในความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้น

น้ำทยอยท่วมลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งเข้าท่วมพื้นที่ปทุมธานีบางจุด  ตนเองเริ่มคิดแล้วว่าหากพนังกั้นน้ำแตกบ่อยๆ และมีลักษณะการทำลายแบบที่ไหนแตกทิ้งที่นั่น  การป้องกันก็ทำไม่ได้ การแก้ไขก็ไม่ทำ  สงสัยแถวบ้านที่อยู่บริเวณคลอง 3  ริมถนนรังสิต-นครนายก ที่ๆไม่เคยท่วม อาจจะท่วมก็ได้ ในขณะที่พี่สาวซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีความรู้เรื่องคลองต่างๆในเมืองปทุมธานีเป็นอย่างดี ยังเชื่อว่า บ้านที่อญุ่ไม่ท่วม แล้วอธิบายการไหล และการระบายน้ำของกรมชลประทานให้ฟังเป็นฉากๆ  เราก็แย้งในใจว่า  ถ้าน้ำเขามาเป็นปกติก็ไม่กลัวท่วมหรอก  แต่นี่เขามาแบบไม่ปกติ แล้วรัฐบาลก็ไม่ทำอะไร  แบบนี้จะท่วมไม่ท่วมขอเตรียมตัวก่อน เดียวท่านน้ำจะมาเยือนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เราจะได้อยู่ได้ไม่ลำบากและไม่เป็นภาระกับคนอื่น

ตั้งแต่นั้นเริ่มติดตามข่าวมาตลอด จนกระทั่ง นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค โรจนะแตก  ก็เริ่มเก็บของ เท่าที่เก็บได้ขึ้นที่สูง  วางแผนแล้วว่าจะทำอย่างไรกับรถ 3 คัน (แต่ที่บ้านมีอยู่แค่ 2 คน แถมทั้ง 2 คนขับรถคันหนึ่งไม่เป็น  เจ้าของรถก็ไม่อยู่)  

เราคิดว่าเราเร็วแล้ว แต่ไม่ทันคนอื่นเรื่องเตรียมเสบียงค่ะ  ออกไปซื้อเสบียงได้แค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมา 2 ห่อ ขนมปังปอนด์ 2 ห่อ  เนื้อหมูแย่งหยิบไม่ทันค่ะ เลยไปหยิบเนื้อไก่มา 3 แพ็ค  เฮลล์บลูบอยหนึ่งขวด เอาไว้ชงน้ำกินเวลาร่างกายต้องการกลูโคสตอนเครียดๆ  ช้าวสาร ปลากระป๋อง  รองเท้ายาง  และรองเท้าบูธ

น้ำไม่มีให้ซื้อไม่เป็นไร  แต่รองน้ำดื่มใส่หม้อใบใหญ่ๆเก็บไว้แล้วน่าจะเพียงพอสัก 1 อาทิตย์  น้ำใช้เตรียมไว้แล้ว  โชคดีที่แกสหมดตอนเช้าโทรไปสั่งแกส ได้แกสถังหมดตอนทุ่มนึง คนส่งแกสบอกว่าวันนี้คนสั่งแกสมากของพี่เป็นถังที่ 30 เดียวผมต้องไปส่งอีก 10 ถัง  ในใจนึกว่าโชคดีที่ยังมีแกสมาส่ง  แต่ก็เตรียมถ่านไม้ดำๆเอาไว้ชั้นบนเผื่อไว้


 
ระดับน้ำในคลองรังสิต ใกล้สะพานคลอง 3  หน้าหมู่บ้านชมฟ้า-วรางกูลคลอง 2  ถนนรังสิต-นครนายกฝั่งขาเข้า น้ำเอ่อเข้าบ้านริมคลองมากกว่าสัปดาหแล้วค่ะ ในภาพชาวบ้านช่วยกันทำสะพานไม้  (เวลาที่ปรากฎบนภาพ เร็วกว่าเวลาจริง 7 ชั่วโมงค่ะ)

เตรียมถ่ายไฟฉาย  ถ่านวิทยุทรานส์ซิเตอร์ ไม้ขีด  ไฟแช็ค  ยากันยุง หาไม่ได้ก็ใช้ธูป เตรียมถังใส่สิ่งสกปรก สิ่งขับถ่าย  มีฝาปิดให้มิดชิด เตรียมถุงดำ ถุงซิปขนาดใหญ่เอาไว้ เพราะถุงซิปจะเก็บกลิ่นไว้ดีกว่า เตรียม EM (มีติดบ้านอยู่แล้ว) เอาไว้หยอดลงไปในถุงสิ่งสกปรก  ให้จุลินทรีย์ทำงานต่อ  ออ! เตรียมเจลล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ เอาไว้ทำความสะอาดในกรณีที่ต้องสัมผัสน้ำสกปรก (จะได้ไม่ต้องล้างด้วยน้ำ เป็นการประหยัด และไม่เพิ่มน้ำลงไปในท่อระบายน้ำอีก) 

ซื้อผลไม้ตัดแต่งมาเก็บไว้  ที่ซื้อผลไม้ตัดแต่งมาไม่ซื้อเป็นผลมาเก็บไว้  สุดท้ายกินให้น้อยลงแค่พออิ่ม ก็เพราะต้องการลดปริมาณขยะ ช่วงน้ำท่วมเทศบาลเมืองรังสิตไม่มีรถขยะมาเก็บขยะเลย 



ระดับน้ำในคลองรังสิต ใกล้สะพานคลอง 3  หน้าหมู่บ้านชมฟ้า-วรางกูลคลอง 2  ถนนรังสิต-นครนายกฝั่งขาเข้า  ที่นี่ทางหมู่บ้านได้เอาห้องสุขาเคลื่อนที่มาให้พี่น้องบ้านริมคลองใช้มา 2 สัปดาหแล้วค่ะ  (เวลาที่ปรากฎบนภาพ เร็วกว่าเวลาจริง 7 ชั่วโมงค่ะ)

แมวอีก 7 ตัว  เตรียมกรงไว้  อาหารแมว น้ำสะอาด  ทรายแมว  ถุงใส่อึแมว  ยาแก้ท้องเสีย ผ้าสะอาดเผื่อเขาพลัดตกน้ำ จัดตั้งไว้ในเห็นชัด 

เตรียมเก้าอี้ไว้ 7 ตัว เอาไว้เผื่อเป็นทางเดิน จะได้ไม่ต้องย่ำน้ำที่เข้ามาในบ้าน

หมดแล้วสิ่งที่เตรียม ที่นี้ไปทำงานได้อย่างสบายใจ ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด 

ไม่กี่วันต่อมานิติบุคคลหมู่บ้านประกาศขออาสาสมัครไปช่วยกรอกทราย  เราก็มีโอกาสไปช่วย  ที่บ้านไม่ได้เตรียมถุงทราย เพราะเห็นว่าถ้าน้ำมากถุงทรายคงเอาไม่อยู่  ให้เอาไปกั้นรอบๆหมู่บ้าน  จนกระทั่งต่อมามีประกาศให้ไปช่วยทหารวางกระสอบทรายกั้นคลองรังสิตหน้าหมูบ้าน พร้อมๆกับข่าวน้ำท่วมประชิดตัวขึ้นเรื่อย ทั้งข่าวกรอง และข่าวลือ

การเดินออกไปดูระดับเอง เป็นสิ่งที่ต้องทำ  วันละ 2 ครั้ง หรือบ่อยเท่าที่ทำได้ แต่บ้านอยู่ในซอยลึก เดินไป-กลับไกลเป็นกิโล ก็ดูแค่วันละ 2 ครั้ง เวลาอื่นก็อาศัยถามเพื่อนบ้านเอา



ระดับน้ำในคลองรังสิต  คลอง 3-2 ถนนรังสิต-นครนายก ฝั่งขาเข้า ถ่ายเมื่อตอนเช้าวันจันทร์ (เวลาที่ปรากฎบนภาพเร็วกว่าเวลาจริง 7 ชั่วโมงค่ะ)

เมื่อเย็นวันอาทิตย์เดินออกมาดูน้ำ ก็เห็นระดับน้ำต่ำกว่าวันที่ 11 ตุลาคม 54 ซะอีก ยังรู่สึกอุ่นใจว่าน้ำอาจไม่ท่วม   แต่พอเช้าขึ้นมาวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 54 น้ำเต็มฝั่ง  และที่แปลกก็คือทางระบายน้ำที่อยู้ตรงกลางถนนรังสิต-นครนายก มีน้ำเต็มปริ่มและบางจุดเอ่อมาท่วมเลนขวาทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก แต่ขาออกจะท่วมมากกว่า  ตอน 11 โมงวันเดียววันมีข่าวว่าน้ำเข้านวนครแล้ว   แม้ว่าวันนี้บ้านเราที่อยู่ริมคลอง 3 ฝั่งขาเข้า (ฝั่งเดียวกับดรีมเวิลด์) ยังแห้ง แต่ฝั่งตรงข้าม (ฝั่งไปนครนายก) โดยเฉพาะคลอง 4  ตรงข้าม อบต บึงยี่โถ น้ำท่วม ส่งกลิ่นเหม็น ต้องทำสะพานไม้เดินข้าม  และทางแยกไป บิ๊กซี คลอง 3 น้ำจากคลองรังสิตเอ่อท่วมสูง  ถึงตอนนี้แน่ใจ 100% ค่ะว่าเราโดนน้ำท่วมแน่นอนแต่อาจจะท่วมไม่สูง หากประตูน้ำไม่แตก 


ระดับน้ำในคลองรังสิต  คลอง 3 หน้าหมู่บ้านภัสสร ถนนรังวิต-นครนายกฝั่งขาเข้า ถ่ายเมื่อตอนเที่ยง (เวลาที่ปรากฎบนภาพ เร็วกว่าเวลาจริง 7 ชั่วโมงค่ะ)
 
เมื่อตะกี้ มีข่าวว่า เขาหยุดปล่อยน้ำเข้าคลองรังสิตแล้ว เนื่องจากมีการปิดประตูคลองรพีพัฒน์  โธ่ ถัง!  ถ้าเป็นจริงก็แย่ ถ้าไม่จริงก็แย่ค่ะ เพราะว่าถ้าน้ำไม่เข้าคลองรังสิตน้ำก็จะเข้าคลองหลวงมากขึ้น นั่นแสดงว่าฝั่งขาออกของถนนรังสิต-นครนายกซึ่งเป็นเขตคลองหลวงก็จะท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ  

ตอนนี้ก็รอแค่ว่าน้ำจะข้ามถนนมาหาหรือเปล่า  (สังเกตว่าน้ำที่นีเขามาแปลกกว่าที่อื่น คือเขามาทางใต้ดิน ทางท่อระบายน้ำค่ะ ลองสังเกตดูนะคะ) 

ตอนนี้ (ประมาณ 4 โมงเย็น) น้ำเข้าท่วม สนามลีโอ ของบางกอกกลาส ที่คลอง 3 รังสิต  ถนนรังสิต-นครนายก ค่ะ ทั้งๆที่ที่นีเขาาขุดดินทำคันกั้นน้ำล้อมโรงงานเอาไว้

โดย คนไทยตัวเล็ก

 

กลับไปที่ www.oknation.net