วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จับปากกาพาเที่ยวนราธิวาส : งานสืบสานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนแดนใต้ 2554


จับปากกาพาเที่ยวนราธิวาส : งานสืบสานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนแดนใต้ 2554

ดินแดนปลายด้ามขวานในบริเวณ 3 จังหวัดภาคใต้ มักจะมีข่าวเรื่องการก่อการร้ายอยู่บ้าง บางครั้ง บางคราว ... ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ว่าเป็นพื้นที่ ที่มีความรุนแรงในความรู้สึกของคนทั่วๆไป และหากจะมีใครเดินทางมุ่งหน้ามายังพื้นที่ของยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ก็มักจะได้รับคำถาม (แกมความห่วงใย) จากใครๆว่า "ไม่กลัวหรือ?"

ปีนี้ ฉันเดินทางไปเยือนนราธิวาสมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อต้นปี และเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีโอกาสได้เดินทางไปเยือนจังหวัดนราธิวาสอีกครั้ง เพื่อร่วมงาน "มหกรรมวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชนชายแดนใต้" และงาน "แข่งเรือหน้าพระที่นั่ง และงานแสดง แสง สี เสียง"

ในท้องที่ ที่ท้องทะเลยังมีความอุดมสมบูรณ์ ณ ดินแดนด้ามขวาน ยังมีขนบ มีความเชื่อ มีศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ถูกถ่ายทอดสืบต่อจากรุ่น สู่รุ่นอย่างเคร่งครัดและเข้มแข็ง แม้แต่วิถีการทำมาหากินก็ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นอาย และสีสันแห่งวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ... ดังเช่นที่ฉันจะพาทุกท่านไปชมในวันนี้

ฉันชอบถ่ายรูปเด็กสาวที่สวมฮิยาบ ... ชอบกรอบใบหน้าที่สวย แต่แฝงความลึกลับน่าค้นหาว่า ภายใต้ผืนผ้าคลุมหน้านั้น พวกเธอคิดอะไร?

ภายในงาน "มหกรรมวัฒนธรรมไทย สายใยชุมชนชายแดนใต้" มีการจัดแสดง ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาจากรุ่นหนึ่ง ที่ส่งผ่านให้กับลูกหลานอีกรุ่นหนึ่ง ที่น่าสนใจมาก

การเขียนลายผ้าแบบบาติก ที่เปี่ยมเอกลักษณ์ชาวใต้ ... สินค้าพื้นเมือง ที่เป็นแหล่งรายได้ส่วนหนึ่งของชาวบ้าน ทำให้สามารถพึ่งพาตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องย้ายถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อเข้ามาห่กินในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร

การจักสาน ... เครื่องมือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งกระบุง ตะกร้า งานตัดเย็บอุปกรณ์เครื่องใช้ที่น่ารัก

ศิลปะการทำกรงนก ... วิจิตร งดงามมาก ราคากรงนกสวยๆที่เห็นในภาพราคาราว 7 หมื่นบาท

ว่าวจากปักษ์ใต้บ้านเรา ... พร้อมช่างฝีมือที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นช่างชั้นครู

งานฝีมือภูมิปัญญาชาวบ้าน ... ในรูปแบบของเครื่องมือที่ใช้ประกอบอาชีพ เครื่องใช้ภายในบ้าน ... ที่เหลือก็นำออกมาขาย เป็นรายได้จุนเจือครอบครัว

ภาพด้านบนทำให้คิดถึงชาวบ้านจากดินแดนบ้านเกิดในภาคอิสาน ... น่าสนใจที่รู้มาว่า ในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต พื้นที่แถบนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่เป็นชาวไทยมุสลิมในสัดส่วนที่สูงมาก

ทางการในขณะนั้น จึงดำเนินการเพื่อยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ด้วยการโยกย้ายชาวบ้านจากภาคอิสานจำนวนหนึ่ง ให้เข้ามาลงหลักปักฐาน ณ พื้นที่ภาคใต้

ปัจจุบันเราจึงเห็นชาวอิสาน ปะปนกลมกลืนกับชาวไทยมุสลิมอยู่ในบางพื้นที่ โดยที่พวกเขายังคงมีวัฒนธรรม และประเพณีที่ติดตัวมา ... ดังที่เคยเขียนเล่ามาแล้วก่อนหน้านี้

อีกหนึ่งภูมิปัญญาของงานศิลปะจากแดนใต้

ภายในงาน มีกิจกรรมที่จัดให้กับผู้มาร่วมงาน ... ที่ได้รับความสนใจมากมาย คือการวาดรูป ระบายสี

เด็กสาวคนนี้ และเด็กๆอีกหลายคน สนใจและตั้งอกตั้งใจ ทำ Animation

บานอ ... เครื่องดนตรีประเภทกลองใช้ตีให้จังหวะ และนิยมตีแข่งขันกันในหมู่ชาวไทยมุสลิมของจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีลักษณะคล้ายรำมะนา แต่ส่วนที่เป็นลำตัวมีขนาดยาวและเรียบไปทางด้านหลังมากกว่ารำมะนา

วัฒนธรรมประเพณีจากดินแดนปลายด้ามขวาน ที่นำมาจัดแสดงในงาน

วั

กลุ่มเด็กสร้างหนังแดนใต้ ...

พวกเราบางคน เป็นแขกรับเชิญในการพูดคุยในรายการ คุยข่าวเย็นนราฯ ... สนุกสนานกันถ้วนหน้า

"อาเนาะบุหลัน" คุ้นหน้า คุ้นตา สำหรับนักดนตรีกลุ่มนี้ ... ทั้งคุณครูที่ทุ่มเท และสมาชิกนักดนตรี วัยละอ่อน ที่แต่ละคนเล่นดนตรีที่ตนถนัดได้ไม่แพ้นักดนตรีอาชีพ

ฉันชอบทำนองดนตรีที่ไพเราะ ฟังแปลกหู แต่น่าติดตาม .. ดีใจที่ได้เจอพวกเขาอีกครั้งที่นราธิวาส

พิธีการ ในการเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ดิเกร์ฮูลู... เปี่ยมเอกลักษณ์ ... หนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวใต้ วันนั้นมีหลายคณะมาร่วมเล่นกันอย่างเต็มฝีมือ

ที่มาของ ดิเกฮูลู อาจจะมีหลายสำนวน ... แต่เข้าใจว่า น่าจะมาจากกลอนเพลงโต้ตอบ นิยมเล่นกันเป็นหมู่คณะ ซึ่งเป็นการร้องเพลง ลำตัดภาษาอาหรับ ที่เรียกว่า "ซีเกร์มีรฮาแบ" การร้องเป็นภาษาอาหรับ ถึงแม้จะไพเราะแต่คนไม่เข้าใจ จึงนำเอาเนื้อเพลงภาษาพื้นเมือง ซึ่งคือภาษายาวีเข้ากับรำมะนา จึงกลายมาเป็นดิเกฮูลูมาจนถึงปัจจุบัน

ว่ากันว่า ... การแสดงดิเกฮูลูน่าจะมีขึ้นครั้งแรก ณ ท้องที่เหนือลำน้ำอันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำปัตตานี ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ฮูลู หรือทิศฮูลู (ฝ่ายใต้ลำน้ำ เรียกฮิเล) ตรงทิศฮูลูเป็นแหล่งกำเนิดฮูลูนั้น เข้าใจว่าคือท้องที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี และอำเภอบันนังสตา อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

เรือกอและจำลอง ... จะว่าไป เรือกอและที่ปากอ่าวทะเลนราธิวาส เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และวิถีชีวิตของชาวเล มานานนักหนา แต่ปัจจุบันเรือชนิดนี้ลดน้อยลงไปมากจนคนท้องถิ่นใจหาย เกรงว่าอีกหน่อยจะไม่มีให้เห็น

เรือกอและในแบบดั้งเดิม ... เป็นเรือที่สร้างโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แต่ใช้กาวที่ทำจากยางไม้ธรรมชาติ และใช้วิธีประกอบไม้ให้ขัดหรือต่อกันได้พอดี โดยไม่ต้องตอกตะปู ลำเรือที่เรียวยาว มีความพลิ้วไหวอ่อนช้อย

ลวดลายยนลำเรือนั้นประณีต สวยงาม สะดุดตา ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส หากแต่ทุกวันนี้ ความวิจิตรบรรจงที่ฝังลงบนเนื้อไม้ตะเคียนทอง มาพร้อมกับมูลค่าที่เกินกว่าชาวเลส่วนใหญ่จะอาจเอื้อมเป็นเจ้าของ

ปัจจุบันจึงมีความพยายามของคนบางคน ที่มุ่งหวังให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสัมผัสกับกับเรือกอและ ผ่านความประณีตบรรจงของเรือกอและจำลอง ซึ่งถือว่าเป็นการ "รักษ์" สิ่งล้ำค่าของท้องถิ่น สืบต่อภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษแห่งชายทะเลเมืองนราธิวาส ที่ได้ถ่ายทอดสั่งสมผ่านลวดลายและลำเรือ

.:.:.: ของดีเมืองนราฯ :.:.:.

ภาพถ่ายสวยๆ ที่นำมาแสดงในงาน ... สวยจนฉันและพองเพื่อนต้องตามไปถ่ายภาพเก็บไว้บ้าง และจะได้นำมาร้อยเรียง เป็นเรื่องราวให้ท่านได้อ่านในโอกาสต่อๆไป

การแสดงศิลปะการดนตรีของชาวอิสาน ในภาคใต้

ศิลปะการร่ายรำ ... หนึ่งในรายการบันเทิงที่จัดให้ชมตลอดงาน ซึ่งรวมถึงการแสดงคอนเสริต แสดงตลกฯ

สาวใต้ ... สวยจัง

-----------------------------------------

หลายวันในนราธิวาส ฉันพบว่าผู้คนปลายด้ามขวานนั้นเปี่ยมมิตรภาพ ความเอื้ออาทรสูงส่ง อีกทั้งยังมีสถานที่มากมายที่น่าไปเยือน น่าเที่ยว น่าค้นหา ... เหมือนที่อื่นๆในเมืองไทย

น่าเศร้า ที่พอเกิดเรื่องร้ายๆสักครั้ง แล้วคนพูดต่อๆกันไป ผลที่ออกมาคือคลื่นแห่งความหวาดกลัว หวาดระแวงย่างกรายมาโอบกอดบรรยากาศในภูมิภาคนี้ ทำให้คนจากที่อื่นๆไม่กล้ามาเยือนอีกต่อไป ...

บางครั้งมายาคติ อคติคือตัวแบ่งแยกทางความรู้สึกที่น่ากลัว สามารถทำให้คนหมู่หนึ่งกับคนอีกหมู่หนึ่งขาดการปฏิสัมพันธ์กันไปโดยปริยาย จึงทำให้ขาดโอกาสดีๆ ที่จะได้พบเห็น สัมผัส และพูดคุยกับมิตรจากแดนไกล

ในอีกหลายวันข้างหน้า ฉันจะจับปากกาพาทุกท่านเดินเที่ยวในนราธิวาส ... แผ่นดินที่เป็นทั้งแผ่นดินของเขาและของเรา

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net