วันที่ อังคาร กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชิด ทรงศรี..สุดยอดผู้กำกับหนังของผม


เชิด ทรงศรี

     ถ้าถามว่าผมชอบ"หนังไทย"เรื่องไหนมากที่สุด
     ยอมรับว่า"ตอบยาก" แต่หนึ่งในหนังที่ชอบจะต้องมีเรื่อง"เพื่อนแพง"
     ผมจำหนังเรื่องนี้แทบไม่ได้ครับ เพราะหนังเก่ามาก
     ไปค้นคว้ามาจึงรู้ว่าหนังเรื่องนี้สร้างเมื่อปี 2526

     "ชอบ" เพราะเป็นหนังที่สร้างโดย"เชิด ทรงศรี"
     ผู้สร้างและกำกับหนังไทยที่ผมชอบมากที่สุด
     "ครูสอนภาพยนตร์ท่านหนึ่งเคยสอนผมไว้ว่า เงินที่ได้จากการทำหนังนั้นเป็นสมบัติผลัดกันชม และผมก็ได้ชมสมบัติที่ว่านี้มามากและนานพอสมควรแก่เวลาแล้ว จึงไม่รู้สึกอะไรเมื่อถึงคราวที่จะต้องส่งต่อให้คนอื่นได้ชมบ้าง กำลังใจในการทำงานของผมอยู่ตัวแล้วครับ" เชิด ทรงศรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเสียชีวิต ด้วยมะเร็งต่อมลูกหมาก

     "เพื่อน-แพง" สร้างจากบทประพันธ์ของ"ยาขอบ"
     เป็นการถ่ายทอดให้เห็นความรักของ"แพง" ที่เรียกได้ว่า เกิดมาเพื่อรัก"พี่ลอ"เพียงคนเดียว แต่พี่ลอ กลับรักแพงอย่างน้อง เพราะใจพี่ลอสาบานว่า จะรัก"เพื่อน" เพียงคนเดียว
     เชิด ทรงศรี เป็น"ผู้สร้าง"ที่ได้รับการยอมรับมากคนหนึ่ง
     "เชิด ทรงศรี" เป็นชาวนครศรีธรรมราช เคยผ่านอาชีพต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักตัวหนังตะลุง เป็นครู เป็นพนักงาน ร.ส.พ.ในตำแหน่งบรรณาธิการนิตยสารยานยนต์, นิตยสารชีวิตใหม่รายสัปดาห์ และวารสารทัศนาจร และรักษาการหัวหน้าส่วนทัศนาจร รวมถึงบรรณาธิการนิตยสารภาพยนตร์-โทรทัศน์ (Movie and TV Weekly) และเป็นบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ “หลักเมือง” รายวัน(ยุคใหม่)

     หลังเลิกจากงานประจำ "เชิด ทรงศรี"จึงเริ่มเขียนวนิยาย-เรื่องสั้น ในนามปากกา"ธม ธาตรี"
     ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขาทำจากทุนของตนเองก็คือ "โนห์รา" และเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดในปีที่นำออกฉาย
     ส่วน"พ่อปลาไหล" ก็เป็นหนัง 16 มม. เรื่องสุดท้ายที่เจ้าตัวทำและทำรายได้สูงสุดในประเทศ

     เชิด ทรงศรี เป็นคนชอบเรียนรู้
     เมื่อถึงยุคเมืองไทยเปลี่ยนหนังจาก 16 เป็น 35 ม.ม. เขาจึงตัดสินใจไปหาความรู้เพิ่มเติม
     เชิดบินไปอเมริกา เพื่อศึกษาวิชาการภาพยนตร์เพิ่มเติมที่ยูซีแอลเอ และกลับมาดังจากภาพยนตร์ 35 มม.เรื่อง "ความรัก"
     หนังเรื่อง"ความรัก"ไม่ประสบความสำเร็จมากนักเนื่องจากไม่ใช่แนวตลาด เชิดจึงหันกลับมาจับหนังตลกอีกครั้คือ"พ่อไก่แจ้"
     ก่อนจะประกาศทำหนังตามอุดมคติและบอกว่า "พร้อมจะขาดทุน" กับหนังเรื่อง "แผลเก่า"

     แต่นี่กลับเป็นหนังที่ทำรายได้สูงสุดของวงการและกวาดรางวัลมามากมายทั้งในและนอกประเทศ
     "แผลเก่า" ได้รางวัลกรังด์ปรีซ์จากการประกวดภาพยนตร์ในงาน Festival des 3 Continents ณ เมืองน็องต์ ประเทศฝรั่งเศส
     ได้รับเลือกจาก Museum of Moving Image in London นิตยสาร Sight and Sound และผู้กำกับภาพยนตร์และนักวิจารณ์ภาพยนตร์จากทั่วโลก ให้เป็น 1 ใน 360 ภาพยนตร์คลาสสิคของโลก(ปี2541)


หนังเรื่องสุดท้ายของเชิด ทรงศรี คือ "ข้างหลังภาพ"

     เชิด ทรงศรี ทำหนังในนาม"เชิดไชยภาพยนตร์" ซึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตั้งและเขียนชื่อบริษัทด้วยลายมือตัวเอง ส่วนตราบริษัทที่เป็นรูปช้างก็เป็นช้างเผือกชื่อ"พระเศวตอดุลยเดชพาหน" ช้างต้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญมาเป็นตราบริษัท


     ผลงานของ"เชิดไชยภาพยนตร์"ที่ควรค่าแก่การชมได้แก่
     โนห์รา (ปี 2509) เป็นหนังเรื่องแรกของเขา และนำบทประพันธ์ของตนที่พิมพ์ในนิตยสารบางกอกมาสร้าง
     เป็นเรื่องราวของความรัก ความผูกพันระหว่างลูกสาวกับพ่อที่ต้องพลัดพรากกัน แล้วนำไปสู่ความรักระหว่างชายหญิงโดยมีการแสดงโนห์ราเป็นสื่อรัก นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี พิศมัย วิไลศักดิ์
     เมขลา (ปี 2510) เป็นหนังที่เชิด ทรงศรี รับกำกับการแสดงให้กับ บางกอกภาพยนตร์ นำแสดงโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ ภาวนา ชนะจิต สมบัติ เมทะนี
     อกธรณี (ปี 2511) เชิด ทรงศรี ลงทุนใข้ดาราดังถึง 4 คนมาแสดงคือ พิศมัย วิไลศักดิ์ สมบัติ เมทะนี โสภา สถาพร และครรชิต ขวัญประชา
     พญาโศก (ปี 2512) หนังโศกนาฏกรรมเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งที่เชิด ทรงศรี นำความรักของแม่ ลูกชายและหญิงสาวคนรักมาถ่ายทอดได้อย่างสะเทือนอารมณ์ เมื่อแม่บังเกิดเกล้าต้องฆ่าลูกชายของตนอย่างเต็มใจ นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช ภาวนา ชนะจิต และชัชฎาภรณ์ รักษณาเวศ


     ลำพู (ปี 2513) เป็นหนังเรื่องแรกที่เชิด ทรงศรี ได้คิวจากนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง เพชรา เชาวราษฎร์ มาแสดง จึงไม่มีการประกบดาราเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่เชิดขอให้เพชราไปฝึกรำอิเหนาฉายกริช เป็นเรื่องของสาวชาวนาที่รอคอยการกลับมาของหนุ่มนักเรียนนอก ซึ่งแสดงโดย สมบัติ เมทะนี แต่มหาวาตภัยพายุตะลุมพุก ก็ทำให้ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกัน
     คนใจบอด (ปี 2514) หนังมหกรรมการกุศลเรื่องที่พูดได้ว่า มีเงินเป็น 10 ล้าน(มากในยุคนั้น) ก็สร้างไม่ได้ เพราะมีดาราเกียรติยศอย่างอาภัสรา นางงามจักรวาล ส่วนดารา มีสมบัติ เพชรา ภาวนา ครรชิต จากบทประพันธ์ของนักเขียนดัง 5 คนคือ รพีพร สุวรรณี สุคนธา ทมยันตี อรชร ธม ธาตรี
พ่อปลาไหล (ปี 2515) หนังที่พลิกประวัติศาสตร์วงการหนัง 16 ม.ม. เพราะทำรายได้สูงสุดถึง 3 ล้าน 8 แสนบาท เรียกว่า เป็นแชมป์หนัง 16 ม.ม. จนโรงหนังคาเธ่ย์มอบโล่หนังเงินให้และถือว่าเป็นการปิดยุคหนัง 16 ม.ม.ของเชิด ทรงศรี ได้สวยงามที่สุด
     อุบัติเหตุ หนังในระบบ 35 ม.ม. เสียงในฟิล์มเรื่องแรก โดยนำบทประพันธ์ของ กนกเรขา มาสร้าง เป็นเรื่องของสาวที่ขับรถชนคนรักของชายหนุ่มอีกคนตาย ทำให้ชายหนุ่มโกรธแค้นเพราะว่าเป็นฆาตกรรม ซึ่ง เชิด ทรงศรี สร้างเป็นหนังชื่อ ความรัก (ปี 2517) นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ภาวนา ชนะจิต
แผลเก่า (ปี 2520) รักของขวัญกับเรียม แห่งทุ่งบางกะปิ ที่ทุกคนจำได้จนวันนี้


     เลือดสุพรรณ (ปี 2522) หนังที่เชิด ทรงศรี ลงทุนสร้างให้ยิ่งใหญ่กว่า แผลเก่า
     เพื่อน-แพง (ปี 2526) สร้างจากบทประพันธ์ของ ยาขอบ
     พลอยทะเล (ปี 2530) สรพงษ์ ชาตรี-สินจัย พงษ์ไทย-ชณุตพร วิศิษฎโสภณ
     ทวิภพ (ปี 2533) ฉัตรชัย เปล่งพานิช-จันจิรา จูแจ้ง
     อำแดงเหมือนกับนายริด (ปี 2537) สันติสุข พรหมศิริ-จินตหรา สุชพัฒน์
     เรือนมยุรา (ปี 2539) ศรันยู วงษ์กระจ่าง-นุสบา วานิชอังกูร
     ข้างหลังภาพ (ปี 2544) คารา พลสิทธิ์-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์

     เชิด ทรงศรี จึงมี"หนังในความทรงจำ"..ของคนจำนวนมาก
     รวมทั้งผม ..





โดย ลูกเสือหมายเลข9

 

กลับไปที่ www.oknation.net