วันที่ อังคาร ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มือใหม่หัดตุน...ยามว่างรอมวลน้ำ...กับแถลงการณ์ไก่กา(หรือเปล่าหนอ?)






เ กื อ บ ห นึ่ ง อ า ทิ ต ย์ ม า แ ล้ ว ที่ ร อ แ ล้ ว ร อ เ ล่ า เ ฝ้ า แ ต่ ร อ
ตั้งแต่รออย่างระทึก  ใจจดจ่อ  ใจตุ๊มๆต่อมๆ  หรือแม้กระทั่งใจหวิวๆ
จนมาถึงการรออย่างกลัวๆกล้าๆ แอบท้าด้วยนะเออ...ว่า...มาซะทีสิว้า
จะได้จบๆไปซะ รอรับชะตากรรมพร้อมเพื่อนร่วมชาติอยู๊ 

มาถึงวันนี้เราก็เริ่มมีอาการ รอ อย่างเซ็งๆ ประมาณว่า...มาไม่กลัว แต่กลัวคุณน้องน้ำจะมา
เอาเมื่ออาหารที่อุตส่าห์ไปหามาตุนถูกกินเรียบวุธหมดตู้(เย็น) และสินค้าทุกอย่างขาดตลาดนี่สิ
อีกอย่างหนึ่ง ระหว่างรอมวลน้ำมา-สมาธิในการทำงานกระเจิดกระเจิงสิ้น สมองมันตันๆตื้อๆไปหมด
ยามว่างเลยทิ้งงานหลัก แล้วมองหางานอดิเรกทำ

ว่าแล้วก็มองไปมองมา…และกวาดตามองจนทั่วอีกครั้ง
โน่นเลย...อดีตผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น...น้านนานแล้ว


^
นี่คือกล่องกระดาษขนาดกว้างยาวสูง 50X40X30 เซ็นต์โดยประมาณ
และตอนที่เจอภัยน้ำท่วมในค่ำคืนหนึ่งมันถูกบรรจุหนังสือไว้เต็มพิกัด
คราบที่เห็นเป็นร่องรอยน้ำซึม เพราะจริงๆแล้วกล่องแช่อยู่ในน้ำความสูงราวหนึ่งนิ้ว


^
ครั้งนั้นกล่องแช่น้ำอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ถึงน้ำแห้งแล้วเราก็ไม่กล้าเปิดกล่อง
และทิ้งมันไว้อย่างนั้นเพราะใจมันหวิว(อีกแระ) เนื่องจากกลัวกระดาษหนังสือในนั้นจะฟู
มาวันนี้ได้ฤกษ์ระหว่างรอน้ำมวลใหญ่มาเยือนและแก้เครียด จึงถือโอกาสเปิดกล่องเสียที
ก่อนอื่นลองมาดูสภาพก้นกล่องซะก่อน น่าหวาดเฉียวจริงๆเล้ยยยย


^
แต่แล้วพ่อแก้วแม่แก้วก็มีจริง !!!  รอบคอบไม่เบาเลยช้านนนน...(ขอชมตัวเอง)
ก่อนเก็บหนังสือลงกล่องครั้งกระนู้น เราห่อหนังสือเล่มใหญ่ทุกเล่มด้วยถุงพลาสติก
เพราะเคยมีบทเรียนเรื่องปกหนังสือบางเล่มที่อาบยูวี-ซึ่งเมื่อวางทับซ้อนจะติดกัน
เหมือนถูกแปะกาว ทำให้ปกหนังสือขาดเสียหาย และเป็นที่น่าแค้นใจ

^
นี่คือเรื่องแปลกแต่จริง ที่แม้แต่เล่มล่างสุดก็ไม่มีร่องรอยน้ำเข้าไปแผ้วพาน
และดูเหมือนจะมีเพียงความชื้นที่ส่งกลิ่นนิดหน่อย และคราบสีน้ำตาล(ใช่เชื้อราละป่าวนั่น)
ว่าแล้วเราก็คว้ามาสก์มาสวม เพื่อกันการสูดเอาเชื้อโรคเข้าปอดตามคำจ้ำจี้จ้ำไชของผู้รู้ท่านหนึ่ง


^
โชคดีที่เล่มบางๆเล็กๆไม่มีพลาสติกห่อเหล่านี้ถูกวางเอาไว้ด้านบนของกล่องค่ะ
ว่าแล้วก็มาดูตัวอย่างเล่มนึงในภาพด้านล่าง ที่พอจะจับได้และฝุ่นไม่ฟุ้งจนเกินไป
อึ๋ยยยยย...ไม่เจริญตาเอาเลย แต่พอเอาอยู่ อิอิ


^
จากนั้นวัน-เวลาก็ผ่านไปเพลินๆกับการทำความสะอาดหนังสือ
แต่แล้วก็ต้องเว้นวรรคเพราะ...ตายจริง น้ำก็ยังไม่มา แต่อาหารที่ตุนเริ่มร่อยหรอ
เซ็งจริงๆเลย ช็อปคราวก่อนตลาดก็วายแล้วเห็นๆ
มาม่งมาม่าก็ไปแย่งชาวบ้านเขาไม่ทัน ส่วนไข่และปลากระป๋องไม่ต้องพูดถึง
แต่ทำไงได้ ต้องลองออกไปควานหาอีกซักตั้งอยู่ดี

อ้อ โชคดีอย่าง-ที่น้ำดื่มเรามีเหลือเฟือ เพราะกรองจากเครื่องใส่ขวดไว้แล้วเกือบ 50 ใบ
รวมทั้งเทียนขนาดน้องๆเทียนพรรษา กับถ่านก้อนใหญ่สำหรับใส่ตะเกียงและไฟฉายมีเพียบค่ะ


^

ก่อนรายงานผลการช็อปรอบสองมาดูลานจอดรถยามเมืองหลวงวิกฤตกันซะก่อน
ไม่ต้องบอกเพื่อนๆก็คงรู้ว่านี่คือทางขึ้นทางด่วน
โอแม่จ้าวววว...ที่นี่ดุไม่เบาเลย เพราะเล่นเหลือทางให้รถวิ่งเลนเดียวเอง

 





^
มาดูแว้บๆกันดีกว่าว่าไปได้อะไรมาบ้างจากซูเปอร์สโตร์
และขอออกตัวกับเพื่อนๆทุกคนก่อน...ว่าเป็นมือใหม่อย่างมากในการตุน
เพราะซื้อไปงงไปตลอด ไม่รู้ว่านี่ควรใช่อาหารในการตุนหรือไม่
และฉันลืมอะไรมั้ยที่สำคัญอย่างมาก แล้วดันไม่ยอมซื้อมา
เกิดมาก็นานแล้ว...แต่เพิ่งเจอวิกฤตอย่างนี้ครั้งแรกนี่นา อย่าว่ากันล่ะ




^
ภาพตัวอย่างผักสลัดที่หั่นยามว่างกล่องนี้ เอามาส่งการบ้านพี่หวานหวานโดยเฉพาะเลย
ฝีมือการหั่นผักเป็นไงบ้างคะ  เดาซิว่าจะได้กี่คะแนน แต่ขอนินทาว่าแครอทซอยยากมาก
รู้งี้ไม่ตึ๋งหนืด-ซื้อเครื่องสไลด์ผักแบบพกพาจากตลาดนัดเมื่อต้นเดือนมาก็ดี



^
ส่วนอันนี้ไม่มีในโพยการตุนค่ะ อิอิ เครียดมากต้องกระหน่ำกันหน่อยทุกยุทธวิธี

หลังจากเก็บทุกอย่างเข้าตู้เย็นและเข้าที่แล้ว ก็กลับไปที่งานยามว่างระหว่างรอมวลน้ำกันต่อไป
ขอบอกก่อนว่าวิธีนี้สามารถชะลอไม่ให้หนังสือเก่าเร็ว และป้องกันหัวหนังสือด้านบนถูกฝุ่นจับ
แถมสะดวกในการเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด หรือแม้แต่เครื่องดูดฝุ่นอีกด้วยนะคะ



^
หลังจากเช็ดทำความสะอาดหนังสือแล้ว ขั้นแรกของงานรีแพ็คคือหาถุงสำหรับห่อ
ไปตะกุยหาอยู่นานระหว่างหวาดๆอยู่ว่าถุงที่ต้องการยังพอมีเหลือมั้ย
จนในที่สุดโชคก็เข้าข้าง แถมมีให้เลือกตั้งสองขนาด

ที่เห็นข้างบนเขาเรียกกันว่า “ถุงแก้ว” มีคุณสมบัติคือใสกิ๊ก คงรูปทรงได้ดี
มีความแน่น ไม่ยืดเหมือนถุงพลาสติกธรรมดาทั่วไป แนะนำให้ใช้ชนิดนี้ค่ะ



^
หนังสือพร้อม...ถุงพร้อม...สก๊อตเทปพร้อม...และคนพร้อมจ้า



^
ขั้นแรกคือเอาด้านบนหรือส่วนหัวของหนังสือใส่ลงไปก้นถุงก่อน
จากนั้นห่อด้านข้างแล้วติดเทป เทคนิคคือดึงให้ตึงเพราะถุงมีเนื้อแน่นและไม่ยืด
การดึงตึงจะทำให้ถุงดูแนบเป็นเนื้อเดียวกับตัวหนังสือ และมีความสวยงาม
ขั้นต่อมาคือห่อปิดด้านล่าง (ซึ่งแน่นอน-ดึงให้ตึงเข้าไว้)




^
ทีนี้ก็มาเก็บงานด้านบนกัน ภาพแรกที่ลูกศรชี้-ให้พับตลบออกด้านนอกค่ะ
จากนั้นใช้เทปแปะด้านข้างให้ดูเนียน-ตามภาพที่สอง

ส่วนมุมสามเหลี่ยมที่หัวหนังสือ(ลูกศรสีเขียว)พับลงแล้วใช้เทปเล็กๆแปะอีกเช่นกัน
เท่านี้ก็เสร็จ ได้ไปวางโชว์บนชั้น...สวยงามใสปิ้งและกันฝุ่นอย่างดีเลย!!!
ซึ่งอย่างนี้เหมาะสำหรับหนังสือที่เพื่อนๆอ่านจบแล้ว และคาดว่าอีกนานกว่าจะหยิบมาอ่านอีก



^

ภาพนี้โชว์ความงามให้ดูกันอีกรอบก่อนขึ้นชั้นวาง

 

^
อันนี้เอามาให้ดูในกรณีที่อ่านค้าง และคงอีกนานกว่าจะอ่านจบ แต่ก็กลัวฝุ่นจับ
วิธีการเหมือนกันเพียงแต่เมื่อใส่หนังสือลงไปแล้วให้มาร์คหรือกรีดขอบล่างไว้(ตามลูกศร)
ทีนี้ก็ถอดออกมาก่อน...เพื่อใช้คัตเตอร์ตัดปลายถุงตามที่มาร์ครอยไว้
เมื่อห่อเสร็จแล้วความยาวของถุงก็จะเท่ากับหนังสือพอดี และไม่ต้องมีการปิดเทปด้านล่าง 

เมื่อต้องการเอาออกมาอ่านก็แค่ดึงด้านบนออกแล้วเก็บไว้ ตัวถุงแก้วจะทรงรูปอยู่ได้
แล้วถ้าต้องการจะเก็บเพื่อรออีกเดือนมาอ่านต่อก็แค่สวมถุงที่ห่อเก่าเข้าไป เท่านั้นเอง



^
เป็นไงคะ  ทีนี้ก็ได้หนังสือดูใหม่สวยใสกันทุกเล่ม
เป็นงานยามว่างระหว่างรอมวลน้ำก้อนใหญ่อย่างใจคอไม่ดีว่าจะท่วมหรือไม่ท่วมกันแน่
และมึนๆงงๆไปกับคำแถลงการณ์สับสน อึมครึมของรัด-ตะ-บานในช่วงแรกๆ

ที่ดูไปก็ไม่ยักกะ เก่ง หรือ เจ๋ง จริง
(แต่ที่แน่ๆสาระ...กันทั้งคู่เลย)

ขอบคุณพี่น้องผองเพื่อนทุกคนที่มาเยี่ยมเยือน โหวต และทิ้งเม้นต์อันทรงคุณค่าไว้

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ทุกคน สู้สู้นะคะ

และขอแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณอย่างสูงในความเสียสละของทหารหาญทุกท่าน

และคนดีผู้มีจิตอาสาทุกคน

 

ขอขอบคุณยูทูบ
เพลง brothers in arms (dire straits)
ศิลปิน gregorian
Uploaded by gregorianmusiccom


โดย rosawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net