วันที่ พุธ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เราไม่ได้ขาดความรู้เรื่องน้ำ เราขาดผู้นำกำหนดยุทธศาสตร์


ในยามวิกฤตินั้น สิ่งเดียวที่มีค่าสำคัญที่สุด คือ “ความน่าเชื่อถือ” ของผู้ที่ทำหน้าที่สื่อสารกับประชาชนคนไทยที่เฝ้าติดตามข่าวสารเรื่องน้ำท่วมทางสื่อต่างๆ รวมทั้งการแถลงข่าวของ “ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” หรือ ศปภ. ย่อมตัดสินใจได้เองว่าเชื่อหรือไม่เชื่อใครมากน้อยเพียงใด

ความเชื่อหรือไม่เชื่อนั้น บ่อยครั้งคนรับสารก็แยกระหว่าง “หน่วยงาน” อย่าง ศปภ. กับ “ตัวบุคคล”
บางทีเชื่อคนแต่ไม่เชื่อองค์กรก็มี

เพราะเมื่อเป็นข้อมูลข่าวสารจาก “ทางการ” ที่ตรงกันข้ามกับที่ “ผู้รู้” ด้านเอกชนอธิบาย หรือแตกต่างไปจากภาพที่เห็นจากสื่อ ความน่าเชื่อถือของทางราชการก็เสื่อมถอยทันที

ยิ่งหากวิธีการนำเสนอของ ศปภ. ขาดความเป็นมืออาชีพ ไม่รวดเร็วทันกาล และใช้ภาษาที่ชาวบ้านทั่วไปฟังแล้วสับสนงุนงง ก็ยิ่งทำให้ผู้ติดตามข่าวสารขาดความเชื่อถือ

หรือไม่ก็กลายเป็นสภาพ "ทางการเตือนอะไร เราเชื่อตรงกันข้าม" ก็มี ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วเสื่อมทรุดหนักหน่วงลงไปอีก

ยิ่งเมื่อหลายๆ คน ที่อยู่ในฐานะจะรู้อะไรมากกว่าชาวบ้านทั่วไป รวมถึงรัฐมนตรีบางท่านออกมาขอให้รัฐบาล “พูดความจริงทั้งหมด” กับประชาชน อย่า “แทงกั๊ก” ก็ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าสิ่งที่รัฐบาลสื่อสารกับประชาชนนั้นเชื่อได้มากน้อยเพียงใด

ประชาชนจึงหันไปติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวเอกชนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางการเพื่อจะให้รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง ที่ไหนจะท่วม  ท่วมเมื่อไร นานเท่าไร  และหากตนเองเจอสถานการณ์เช่นนั้น จะทำอย่างไร

ต้องไม่ลืมว่าคนนครสวรรค์ อยุธยา อ่างทอง  ลพบุรี  ปทุมธานี  นนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ นั้นไม่ได้รับคำเตือนว่าจะต้องทำตัวอย่างไรล่วงหน้าจากสื่อทางการเพียงพอ การรับสถานการณ์จึงเป็นไปอย่างทุลักทุเลเต็มที

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยได้ฟังการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมจากผู้รู้ที่เป็นนักวิชาการซึ่งฟังแล้วน่าเชื่อถือ เข้าใจง่าย และทำให้คนทั่วไปเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น คุณอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คุณปราโมทย์ ไม้กลัด คุณศศิน เฉลิมลาภ คุณเสรี ศุภราทิตย์ หรือ Team Group ที่เกาะติดข่าวสารเรื่องน้ำท่วมและเตือนคนไทยในภาคส่วนต่างๆ ว่า จะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า

แต่เราไม่อาจจะทราบได้ว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตัดสินทำหรือไม่ทำอะไรเกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้ ด้วยการฟังการวิเคราะห์ของ “นักวิชาการอิสระ” เหล่านี้มากน้อยเพียงใด และแม้นายกฯ จะเชื่อตามนี้แล้ว จะสามารถสั่งการให้เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นหรือไม่

เพราะมีข่าวออกมาตลอดว่า ณ ที่ทำการของ ศปภ. นั้น คลาคล่ำไปด้วยนักการเมืองจากหลายๆ ส่วนของรัฐบาลที่ต่างคนต่างก็สั่งการในด้านที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตน หรือไม่ก็สามารถจะขับเคลื่อนกลไกราชการด้วยบารมีส่วนตัว หรือความคุ้นเคยของตนกับหน่วยงานของรัฐ

อีกทั้งการประสานงานระหว่าง ศปภ. กับ กทม. ก็มีปัญหาความไม่ลงรอยกันหลายด้าน

เชื่อไหมว่า ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ที่แถลงเตือนประชาชนในหกเขตทางเหนือของ กทม. เมื่อกลางดึกวันอาทิตย์นั้นไม่สามารถจะออกทีวีทางการช่องไหนเลย ต้องเรียกนักข่าวไปแถลง และ “โฟนอิน” กับบางสถานีที่สนใจเท่านั้น

แสดงว่ากลไกการสื่อสารของทางการเป็นอัมพาตเสียอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ซึ่งก็แปลว่าความรู้และการวิเคราะห์จากผู้รู้ที่ไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้นทางการเมืองนั้นไม่ได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจังหรือไม่นั้น ไม่มีใครยืนยันได้

ผมฟังท่านผู้รู้ทางน้ำหลายๆ ท่านที่ได้เอ่ยชื่อมาแล้วก็มีข้อสังเกตว่า
เวลาไปนั่งออกอากาศกับ ศปภ. ทางช่อง 11 นั้น ท่านมีอาการเกร็ง พูดจาอธิบายความไม่ชัดถ้อยชัดคำเท่าไรนัก ไม่เหมือนตอนไปออกอากาศกับทีวีเอกชนหรือคลื่นวิทยุทั้งหลายที่ฟังดูจะแจ้ง กล้าฟันธง เหมือนไม่ต้องเกรงใจใครที่มีตำแหน่งแห่งหนทำนองนั้น

แม้เมื่อนายกฯ กับผู้ว่าฯ กทม. “ควง” กันไปตรวจจุดน้ำท่วม กทม. หลายจุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าตรวจเสร็จแล้วท่านนั่งลงถกเรื่อง “ยุทธศาสตร์” บริหารมหามวลน้ำตรงกันหรือไม่อย่างไร...เพราะผมยังไม่เห็นท่านทั้งสองออกแถลงข่าวพร้อมๆ กันให้ประชาชนได้เห็นเป็นประจักษ์

ผมอยากเห็นนายกฯ ผู้ว่าฯ กทม. และ “ผู้เชี่ยวชาญน้ำ” ที่เสนอบทวิเคราะห์ผ่านสื่อหลายท่านออกแถลงข่าวกับสาธารณชนพร้อมกัน เพื่อบอกเราว่า “จะเอายังไงกันแน่”

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net