วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทศพล หิมพานต์ ( 125 )


 

ทศพล หิมพานต์ มีชื่อจริงว่า สมบูรณ์ จุลมุสิก มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ บ้านดงแขวน ต.ทับทัน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร

ทศพล หิมพานต์ เรียนจบจากโรงเรียนที่บ้านเกิดแค่ชั้น ป.3 เท่านั้น จากนั้น ก็ย้ายมาเรียนต่อที่ ร.ร.
บ้านโพธิ์ศรี อ.ขานุ จ.กำแพงเพชร หลังเรียนจนจบชั้น ป.4 แล้วก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะต้องออกมาอยู่บ้านช่วยพ่อแม่ทำไร่ทำนา แต่ทำได้ไม่ถึงปีก็ตัดสินใจไปบวชสามเณร ที่วัดคลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร บวชอยู่วัดนี้ได้ 2 ปี แล้วก็ย้ายไปอยู่ที่วัดสุบรรณาราม ต.หนองปริง อ.เมือง จ.นคร สวรรค์



ขณะที่บวชเป็นสามเณร ก็ได้ศึกษาทางธรรม จนจบเปรียญธรรม 3 ประโยค และนักธรรมเอก ระหว่างที่บวชเป็นสามเณรได้พระอาจารย์หลวงพ่อเหลือ สอนการแหล่ และการเทศน์ให้ เพราะตัวเองมีใจรักด้านนี้อยู่แล้ว เนื่องจากพ่อรับทำขวัญนาคบ่อยๆ ก็เลยได้ความรู้เรื่องแหล่มาพอสมควร แล้วยังได้หลวงพ่อเหลือช่วยสอนให้อีก ทำให้ในขณะนั้นชื่อเสียงของสามเณรสมบูรณ์ ดาวชาดก ดังกระช่อนไปทั่วจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียง ว่าเป็นยอดนักแหล่ นักเทศน์ ทำให้คิวแทบไม่ว่าง จนถึงขนาดต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เลยก็มี

หลังจากที่บวชเป็นสามเณรจนครบอายุบวช ก็ไปบวชพระอีก 1 ปี ในระหว่างบวช พระก็ต้องไปคัดเลือกทหารที่ จ.สระบุรี งานนี้ พระสมบูรณ์จับได้ใบแดง ก็เลยต้องลาสิกขาบทมารับใช้ชาติ 2 ปี เมื่อครบ 2 ปีแล้วไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อ ก็จึงคิดว่าจะไปร้องเพลงที่ร้านอาหารดีกว่า จึงตัดสินใจไปร้องเพลงที่ร้านอาหารขวัญใจ ในตัวเมือง จ.สระบุรี ร้องอยู่ที่นั้นได้ประมาณ 6-7 เดือน มีคนมาบอกว่าทาง จ.จันทบุรี เศรษฐกิจดี ก็เลยย้ายไปร้องที่จันทบุรี ร้องอยู่ที่นี้ได้ 4 ปี หลวงพ่อเหลือซึ่งเป็นอาจารย์สอนแหล่ตอนที่บวชเป็นสามเณรขึ้นมาตามให้ไปบวช พระต่อ ก็เลยตามหลวงพ่อเหลือกลับมาอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ อีกครั้ง

แต่ ยังไม่ได้บวชพระในทันที โดยได้บอกกับหลวงพ่อเหลือว่าขอเวลา 1 ปี ถ้าชีวิตยังไม่ดีขึ้นก็จะบวช หลวงพ่อเหลือก็ไม่ได้ว่าอะไร ในระหว่างที่พักอาศัยอยู่ในวัด ก็ไปร้องเพลงที่ร้านอาหารในตัวเมือง ร้องอยู่ได้ปีเศษ ชีวิตก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการได้รับงานทำขวัญนาคด้วย

จนอยู่มาวัน หนึ่งมีนักร้องชื่อวันชนะ เกิดดี มาขอให้ร้องเพลงอัดใส่เทปและขอรูปถ่าย เพื่อนำไปเสนอค่ายเทป ก็อัดเทปให้ไป โดยร้องเพลงแหล่และลูกทุ่ง หลังจากส่งเทปไปได้ประมาณ 2 เดือนกว่า ทางค่าย โฟว์. เอส. ก็เรียกเข้าไปพบ เมื่อคุณมานิต ศรีเลี้ยง เจ้าของค่ายเพลง เห็นหน้าและก็ให้ร้องเพลงแหล่ให้ฟังแล้ว ก็ตกลงรับเข้าค่ายทันที โดยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า “ทศพล หิมพานต์”

ทศพล เริ่มอัดเทปชุดแรกประมาณปลายปี 2538 ชื่อชุดว่า “อาลัยเมรี” และเพียงชุดแรกเท่านั้นชื่อเสียงของ “ทศพล หิมพานต์” ก็เป็นที่รู้จักของแฟนเพลงทั่วประเทศ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนใครบวกกับการแหล่ลูกคอเก้าชั้น ทำให้จนถึงทุกวันนี้มีผลงานเพลงมาแล้วกว่า 40 ชุด


   
ทศพล เล่าให้ฟังถึงการทำขวัญนาคว่า “พ่อผมเป็นคนปลูกฝังเรื่องการทำขวัญนาคไว้ เพราะท่านเป็นหมอทำขวัญนาค ผมก็เริ่มเรียนรู้เรื่องการทำขวัญนาคมาตั้งแต่ 7-8 ขวบ ก็เรียนรู้มาเรื่อยๆ จนได้บวชเป็นสามเณร ก็ได้เรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจังจากหลวงพ่อบุญเหลือ ตอนนั้นอายุประมาณ 12-13 ปี พระครูท่านสอนหลักในการแหล่ ที่ต้องร้องให้ชัด และต้องร้องให้ลงจังหวะครับ

สำหรับเทคนิคในการทำ ขวัญนาคเพื่อให้น่าฟัง คือก่อนที่ผมจะเริ่มทำขวัญนาค ผมก็จะถามประวัตินาค กับพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ ว่าเขามีนิสัยอย่างไร เกเรหรือไม่ ก็นำเรื่องเหล่านั้นมาสอน เพื่อสร้างความภูมิใจ โน้มน้าวใจ และเมื่อผมมีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้น ผมก็จะเล่นมุกเพื่อความสนุกสนาน หยอดนั้นนิด นี่หน่อย คนฟังจะได้สนุกสนาน หรือแม้แต่เรื่องเศร้า ต้องเศร้าถึงอารมณ์ จะทำให้มีอรรถรสในการทำขวัญนาค สิ่งที่ผมประทับใจในการทำขวัญนาค คือ ได้ทำให้พ่อนาคซึ้งในพระคุณของพ่อแม่ ร้องไห้และคิดได้ในสิ่งที่ทำผ่านมา

การเป็นหมอทำ ขวัญนาคของผม คงจะไม่มีวันนี้ได้ถ้าไม่มี ครูทั้ง 3 ท่าน คือ พระครูบุญเหลือ, ชายเมืองสิงห์ และไวพจน์ เพชรสุพรรณ โดยพระครูบุญเหลือ ท่านสอนการแหล่ให้กับผม ส่วนพ่อไวพจน์ ผมได้นำเทคนิคการร้องเพลงของท่านมาฝึกร้อง เป็นแม่แบบในการร้องเพลง ยึดหลักคำเอื้อน และก็จับเอกลักษณ์ของท่านมาใช้กับตัวเอง โดยเป็นการผสมผสาน ส่วนพ่อชาย ผมได้นำเพลงของท่านที่เป็นแนวลูกทุ่งผสมเพลงแหล่ และผมได้นำเพลงท่านมาร้อง 6 ชุด ได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลจากเพลง “พระมหาชนก” ของพ่อชายด้วย ซึ่งวันที่ได้รับรางวัลผมได้ไปขอบคุณพ่อชายด้วย ท่านก็บอกดีแล้วลูก ดีใจด้วย "

ผลงานการแสดง
มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม (2002)   ...ทิดทศพล

ผลงานการแต่งเพลง 
“ลาบวชแบ่งบุญ”



โดย คันทรี่แมน

 

กลับไปที่ www.oknation.net