วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ถ้าให้กรุงเทพฯ ท่วม 1 เมตรเท่ากันหมด...


วีดิโอคลิป "รู้สู้ flood" ที่เผยแพร่ความรู้เพื่อให้คนไทยมีสติเกี่ยวกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ครั้งนี้

เป็นตัวอย่างของการช่วยกันสร้างความรู้ความเข้าใจในยามวิกฤติที่ดีเยี่ยม

ผมฟังและดูแล้วก็ขอถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้วิธีการอธิบายประเด็นที่กำลังร้อนที่สุดในบ้านเราวันนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันถ่ายทอดต่อไปยังคนใกล้ชิด จะได้สร้างภูมิคุ้มกันทางสมองให้แข็งแกร่งเพื่อรับกับความเครียดทางด้านความรู้สึกและความทุกข์ทรมานทางร่างกายได้บ้าง

ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมมีมากมาย จนกลายเป็นภาวะ "ข้อมูลท่วมมากกว่าน้ำท่วม" เพราะเข้าไปค้นคำว่า "น้ำท่วม" ในกูเกิลล่าสุดเกิน 60 ล้านรายการแล้วด้วยซ้ำไป

บางคนตื่นตูม ใครแนะนำอะไรทำหมด แต่บางคนก็เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหตุก็เพราะเราไม่รู้ว่าตกลงมันจะเกิดอะไรกันแน่

คำถามข้อแรกเกิดอะไรขึ้น ทำไมน้ำจะท่วมหนักหนากว่าที่ผ่านๆ มา

น้ำมาจากฝนซึ่งตกโดยธรรมชาติอยู่แล้วทุกปี ประเทศไทยมีลักษณะเป็นพื้นที่ลาดเอียง ดังนั้น ฝนที่ตกลงมาท่วมอยู่บนพื้นดินจะไหลจากเหนือไปออกอ่าวไทย

สมัยก่อน น้ำฝนที่ตกลงมาจะไหลไปตามเส้นทางนี้ มีป่าเป็นเสมือนเขื่อนธรรมชาติ ช่วยซึมซับและชะลอความเร็วของน้ำ

แต่เวลาผ่านไป ทำให้เรามั่นใจว่าเทคโนโลยีจะสามารถควบคุมน้ำได้ คนจึงสร้างเขื่อนมาควบคุมการใช้น้ำ วางแผนกักเก็บน้ำ และปล่อยมันตามที่เราต้องการ

ป่าที่เคยเป็นพื้นที่ซับน้ำทยอยกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร นิคมอุตสาหกรรมและอื่นๆ

จากเดิมที่วิถีของน้ำขึ้นอยู่กับธรรมชาติกลายมาขึ้นอยู่กับการควบคุมของมนุษย์แทน

เมื่อมีการควบคุมก็เป็นไปได้ที่จะเสียการควบคุม

ปี 2554 ปริมาณน้ำฝนรวมตั้งแต่ต้นปี ไม่แตกต่างไปจากปีก่อนๆ มากนัก แต่ด้วยเหตุที่ฝนตกอย่างหนาแน่นในช่วงเดือนกันยายนเป็นต้นมา ทำให้ปริมาณน้ำมีมากกว่าปกติ

จากทุกปัจจัยที่ว่านี้ ทำให้ปีนี้เรามีมวลน้ำขนาดใหญ่ ประมาณ 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ค้างอยู่บนภาคพื้นดินหากเทียบน้ำหนักน้ำทั้งหมดนี้ ก็เปรียบได้กับปลาวาฬ สีน้ำเงิน 50 ล้านตัว เมื่อเหล่าปลาวาฬเหล่านี้อยู่ผิดที่ จึงเป็นอุปสรรคของความเป็นอยู่ของประชาชน

บ้างก็มีปลาวาฬในบ้าน จึงต้องไปอาศัยบนหลังคา บ้างก็ทำลายเส้นทางจราจร

ทางแก้ปัญหา คือ เราต้องพาปลาวาฬกลับสู่อ่าวไทยให้ได้เร็วที่สุด

เรามีเส้นทางการระบายปลาวาฬอยู่ 3 ทาง คือ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกง

แต่เราสามารถนำปลาวาฬลงสู่ทะเลได้เพียงวันละประมาณ 1 ล้านตัว นั่นหมายถึง เราต้องใช้เวลา 50 วัน จึงจะพาปลาวาฬลงทะเลได้หมด

มีคำถามว่าถ้าปล่อยให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ จะช่วยระบายน้ำให้ดีขึ้นไหม

คำตอบ คือ ด้วยพื้นที่ประมาณ 1,600 ตารางกิโลเมตรของกรุงเทพฯ สมมติว่าปล่อยให้น้ำท่วมสูง 1 เมตรในทุกพื้นที่ คือ ท่วมเท่าระดับหน้าอก เราจะสามารถแบ่งเบาปลาวาฬได้ 8 ล้านตัว แต่การระบายน้ำยังเท่าเดิมและยังต้องใช้เวลาอีก 42 วันในการระบายปลาวาฬ 42 ล้านตัวที่เหลือ

แล้วเราจะทำยังไงดี ปัญหานี้กำลังถูกแก้อย่างไร
ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ คือ พยายามปกป้องคันกั้นน้ำให้ดีที่สุด ระหว่างที่รอให้ระบายน้ำออกจนหมด เพื่อไม่ให้น้ำเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแก้วิกฤติน้ำท่วม

ดังนั้น ไม่ว่าวิธีการใดก็ตาม ประเทศไทยยังจะอยู่กับสถานการณ์น้ำท่วมไปอีกหนึ่งเดือนเป็นอย่างน้อย

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เรื่องแรงดันของน้ำ

นึกภาพของปลาวาฬ ที่อยากลงทะเลเต็มแก่ จึงออกแรงดันคันกั้นน้ำที่ขวางทาง เมื่อใดที่คันกั้นน้ำไม่สามารถทนแรงดันของปลาวาฬได้ ปลาวาฬก็จะเข้ามาว่ายเล่นในกรุงเทพฯ

คำถามคือคันกั้นน้ำจะทนแรงดันของน้ำได้ถึงเมื่อไร
คำตอบของนักวิชาการมีหลากหลายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการประมาณการทั้งสิ้น

นั่นแปลว่าตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเรื่องความเสี่ยง คนกรุงเทพฯ ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะตกเป็นผู้ประสบภัย

ในเมื่อเราหวังคำตอบในเรื่องการแก้ปัญหาไม่ได้ การเสพข้อมูลจำนวนมาก ยิ่งทำให้เราตื่นตูมโดยเปล่าประโยชน์
ดังนั้น สิ่งที่เราน่าจะทำได้ดีกว่าในตอนนี้ คือ ตั้งสติและตั้งคำถามว่าเราจะเตรียมตัวอย่างไรให้เราไม่ตกเป็นผู้ประสบภัย แม้จะอยู่ในภาวะน้ำท่วม

อธิบายง่ายๆ ชัดๆ อย่างนี้ยังพอจะทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย "ตั้งสติ" เพื่อประสานพลังกันฟันฝ่าความทุกข์ยากช่วงนี้ไปได้

โดย สุทธิชัย หยุ่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net