วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เลิกสงสัยได้แล้ว..ทำไมพระพม่าไม่โกนคิ้ว..ทำไมถูกสีกาได้...ทำไมยุ่งการเมือง..ทำไมบิณฑบาต ..ทั้งวัน


ช่วงนี้ของดการเมืองนะคะอยากเขียนเรื่องอื่นๆบ้างเครียดคร่าๆๆ

เคยรังเกียจพระพม่าเพราะกิจวัตรที่ทำมักไม่ค่อยสำรวมในแบบอย่างของพระสงฆ์

ที่ควรจะเป็น อาจเพราะมองแค่มุมเดียว คือเอาพระสงฆ์ไทยไปเปรียบเทียบกับ

พระสงฆ์พม่า...กลับกลายเป็นว่าพระสงฆ์พม่าทำอะไรก็ดูไม่ดีไปเสียหมด...

ต่างจากพระสงฆ์ไทยที่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดกับระเบียบวินัยที่เคร่งครัด...

แต่เมื่อได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีกับหลักพุทธศาสนาของพม่า..

ทำให้หลายสิ่ง หลายอย่าง ที่เคยรังเกียจพระสงฆ์พม่ากลับกลายมาเป็น

การกราบไหว้ที่สนิทใจ..อย่างไม่ต้องลังเล....และยิ่งเห็นความศรัทธาของคนพม่า

ที่มีต่อพระสงฆ์ด้วยแล้วก็เอาอึ้งเหมือนกัน..

ศาสนาพุทธในพม่าเป็นมากกว่าสิ่งเคารพและความเชื่อ พระสงฆ์ในพม่าก็ไม่ได้

มีหน้าที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเพียงอย่างเดียว..

แต่จำเป็นที่ต้องศึกษาทางโลกและดำเนินการเกี่ยวกับทางโลกโดยเป็นเสมือนครู

ที่เปิดกว้างทางด้านความคิดให้แก่ประชาชน..ศาสนาพุทธในพม่าเลยเป็นจุดศูนย์

รวมที่หลากหลายอาทิเช่น เป็นสถาบันส่งเสริม และสนับสนุนให้กับเด็กและผู้ยากไร้

ได้เรียนรู้และอาศัยเป็นที่พึ่งทางใจในการดำรงชีวิต, เป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคม,

และเป็นพลังลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางสังคม

เคยคิดว่าเขาเอาหลักอะไรของศาสนาพุทธมาลดความขัดแย้งของประชาชนกับรัฐบาล

แล้วมันก็ได้ผลแม้หลายคนอาจจะไม่ถูกใจกับความคิดแบบนี้...โดยการอ้างเหตุและผล

ทางศาสนาบุญและบาป ยอมทำให้คนกลุ่มต่างๆในพม่าเข้าใจได้ว่า การที่คนเหล่านั้น

อันหมายถึงทหารผู้มีอำนาจเผด็จการ ได้ครองอำนาจและทรัพย์สินต่างๆภายในประเทศ

มีอำนาจมากกว่าพวกเขา(ประชาชน)  เป็นผลมาจากบุญที่พวกเขาได้กระทำไว้ในอดีต

ฉะนั้นการรอให้ผลบุญหมดจึงเป็นเรื่องที่พึ่งกระทำ นั้นคือรอจนกว่ารัฐบาลหมดบุญกุศล

แม้จะใช้ได้สำหรับยุติปัญหาความขัดแย้งชั่วคราวได้จริงแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกชาติพันธุ์

ในพม่าแต่กระนั้นศาสนาก็ยังทำหน้าที่ลดความขัดแย้งได้ดี

พระสงฆ์พม่าไม่เหมือนกับพระสงฆ์ไทย..เพราะพระสงฆ์พม่ามีบทบาททาง

การเมืองตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันพระสงฆ์ในพม่าก็ยังคงมีบทบาทในการเมือง

ประชาชนพม่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก

เมื่อเปรียบเทียบกับของคนไทย...พระสงฆ์พม่าถือเป็นผู้นำทางศาสนาและผู้นำชุมชน

ที่คนพม่าให้ความเคารพนับถือมากที่สุด..พระสงฆ์พม่ามีบทบาททางการเมืองมานาน

โดยออกมาร่วมชุมนุมกับประชาชนเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษได้สำเร็จ..

ตั้งแต่นั้นมาพระพม่าก็แสดงบทบาททางการเมืองต่อต้านรัฐบาลทหารพม่ามาตลอด..

พระพม่ามีอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชนมาก คนพม่าจะเชื่อพระมาก

กว่าเชื่อรัฐบาล....จะเห็นได้ว่ารัฐบาลทหารพม่ามักจะไม่ค่อยไปยุ่งอะไรกับพระพม่า...

เพราะถ้าขืนไปยุ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมากและมัณฑเลย์ก็คือศูนย์กลางพุทธศาสนา

ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า...

ใครไปพม่าคงจะรู้ดีว่า คนพม่า ตั้งแต่ผู้นำประเทศไปจนถึงคนระดับรากหญ้าเป็น

พุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก ในสายตาคนไทยอาจมองว่าพระพม่านั้นไม่ค่อยสำรวม

และพระพม่าก็ยุ่งกับการเมืองจนเกินไป ..แต่นั้นมันเป็นเรื่องที่มีมาแต่ประวัติศาสตร์...

 

นักท่องเที่ยวที่ไปพม่าหลายคนคงจะงงได้เวลาเพลแล้วพระพม่ายังออกบิณฑบาตกันอยู่เลย

 พระสงฆ์ในพม่าส่วนใหญ่จะฉันมื้อเดียว ถ้าเป็นเณรก็จะ สองมื้อ คือ เช้ามืด กับเพล...

คนพม่าจะชอบทำกับข้าวใส่บาตรถ้าพระมาเช้ากับข้าวทำไม่เสร็จพระก็ไม่ได้กับข้าวไป..

พระพม่าก็เลยต้อง ตามชาวบ้านออกบิณฑบาตสายๆ....ไม่มีกับข้าวถุงใส่บาตรแบบเมืองไทย...

จะยากดีมีจนอย่างไรกับข้าวที่จะใส่บาตรพระต้องทำด้วยตัวเองทุกครั้ง...

การที่พระพม่าหรือแม่ชีออกบิณฑบาตทั้งวันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนพม่า...

คนพม่าถือว่าไม่แปลกอะไรเพราะถือเป็นการให้ผู้มีจิตศรัทธาในพุทธศาสนาได้ทำบุญ

โดยการให้ทานกับพระแล้วพระก็ไม่ได้ร้องขอให้คุณต้องทำ และการบิณฑบาต

ก็ถือเป็นวัตรปฎิบัติของพระโดยตรงอยู่แล้วเพื่อเป็นการอนุเคราะห์ญาติโยมทั้งหลาย

ผู้ที่มีเวลาน้อย แต่มีกิจธุระ การงานมาก ได้มีโอกาสทำบุญถวายทาน เพื่อขจัดความตระหนี่

และสอนให้คนรู้จักการเสียสละ แบ่งปัน มองคุณค่าส่วนรวมเพื่อสังคม ไม่ให้เป็นคนเห็นแก่ตัว

หากไปพม่าพบเห็นพระพม่าและแม่ชีพม่าทำบุญเถอะไม่ว่าเวลาไหน..เพราะทั้งพระสงฆ์

แม่ชี เขาเคร่งครัดในคำสอนของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้ามาก เลื่อมใส และเข้าถึงแก่นแท้

ของพุทธศาสนา คนพม่าเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ไม่เชื่องมง่าย ในเรื่องไสยศาสตร์

คนพม่านิยมถือศีล8 ในวันเกิดของตัวเอง และถ้าวันพระก็จะถืออุโบสถศีล...

ประเทศพม่าจึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ประชาชนเคร่งครัดในเรื่องพุทธศาสนามากที่สุด

ถึงขนาดที่หากหมู่บ้านไหนที่มีพระสงฆ์ชื่อดัง..ไม่ได้ดังทางด้าน ปลุกเสกเครื่องราง

แต่ดังทางด้าน วิปัสสนากรรมฐาน และท่านไม่ฉันเนื้อสัตว์ทุกชนิด...ชาวบ้านก็จะ

ไม่กินกันทั้งหมู่บ้านเหมือนกัน หากใครอยากจะทานเนื้อสัตว์ก็ต้องออกมาทาน

นอกหมู่บ้านที่เขาทานเนื้อสัตว์กัน...ประเพณีแบบนี้ยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน

 

.การที่พระพม่าไม่โกนคิ้ว..ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลก..เพราะจริงๆแล้วพระสงฆ์

ในศาสนาพุทธทั่วโลกไม่โกนคิ้ว เพราะคิ้วช่วยกันไม่ให้เหงื่อจากหน้าผาก

ไหลเข้าตาจะทำให้ตาแสบ..และการโกนคิ้วไม่มีกำหนดในพุทธวินัย

มีเฉพาะสยามประเทศที่เถระสมาคมกำหนด ให้พระต้องโกนคิ้ว

ส่วนการถูกเนื้อ ต้องตัวสีกาของพระพม่านั้นก็ดูจะไม่สำรวมในสายตาคนไทย...

แต่ของพระพม่านั้นเขาจะพิจารณาที่เจตนามากกว่า ว่าถูกตัวผู้หญิงโดยบังเอิญ

 หรือตั้งใจถูกเพื่อเล้าโลม..หากดูภายนอกพระไทยจะเคร่งครัดกว่า..

แต่ก็มีปัญหาพระผิดศีลธรรมเยอะมาก..เท่ากับว่าเคร่งแต่ภายนอก..???

 ตรงกันข้ามกับพระพม่า และพระพม่าโดยส่วนรวมจะรู้ดีกว่าพระไทยเสียอีก ..

เพราะพระพม่าเน้นเรื่องการศึกษาเล่าเรียนพุทธศาสนาเป็นสำคัญ

ไม่ใช่เรื่องปฏิบัติ...ส่วนพระไทยจะเน้นเรื่องการปฏิบัติเป็นส่วนสำคัญ

 

 

เรื่องพระไทยโกนคิ้วมันก็มีเรื่องเล่าอีกนั้นแหละ ในสมัยรัชกาลที่5 มีพระวัดหนึ่ง

เห็นผู้หญิงเดินผ่านก็ยักคิ้วให้ความทราบถึงสังฆราชเจ้าจึงออกเป็นคำสั่ง

แต่นั้นมาให้พระสงฆ์ไทยโกนคิ้ว จะได้ไม่ต้องยักคิ้วหลิ่วตาให้ผู้หญิง

พระไทยจะมีเรื่องของอาคม ..การปลุกเสก..เครื่องรางของขลัง..มีพระผง

เหรียญ พระเกจิดังๆเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นพุทธพาณิชย์มากจนเกิดความจำเป็น

โดยเฉพาะเรื่องเงินๆทองๆปีหนึ่งๆคนไทยใช้เงินไปกับการทำบุญแก่พระ

อาจจะมากกว่า GDPของประเทศซะอีกมั่ง....แต่ของคนพม่าไม่มี...

ที่จะเอาพระมาห้อยคอ ปลุกเสก จะมีก็แค่รูปพระเกจิที่นับถือไว้ติดตัวบูชา

พระพม่าก็ไม่รู้จักการทำการตลาดเอาบุญมาขายเป็นสินค้าแบบของไทย....

พระสงฆ์พม่าก็เลยจนสุดๆ..........

 

เครื่องสังฆทานที่ถวายพระของคนพม่า

ขอบคุณ..อาจารย์ ธีระภาพ โลหิตกุล ที่ให้ความกระจ่างในหลายๆมุมมอง

ภาพประกอบจาก อินเตอร์เนท

โดย พี่โบเดีย

 

กลับไปที่ www.oknation.net