วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

7 ชั่วโมงที่ลำลูกกา...ทุกข์ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร


ได้ยิน ได้ฟัง ได้รับข่าวน้ำท่วมในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
มาพอสมควร แต่ไม่เคยเห็นกับตา 

กระทั่งวันที่ 28 ตุลาคม 2554 ได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้าพื้นที่เป็นครั้งแรก
เพราะมีภารกิจส่วนตัวต้องเข้าไปเป็นกองหนุนให้กับครอบครัว

เส้นทางเข้า-ออกอยู่ช่วงคลอง 2 - คลอง 5 
จึงถือโอกาสเก็บภาพจากในพื้นที่เท่าที่จะทำได้มาสะท้อนผ่านบล็อกแห่งนี้
เพื่อให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้

เริ่มเดินทางเข้าด้วยการโบกรถโฟร์วิวเข้าไป



แรกๆรถกระบะยังพอผ่านได้ ตรงที่คนยืนน่าจะเป็นบริเวณเกาะกลาง




สองข้างทางมีซอยแยกย่อยเป็นจำนวนมาก ริมทางเป็นบริษ้้ท ห้างร้าน ตึกแถว
แต่ละแห่งป้องกันสถานที่ตัวเองด้วยกระสอบทราย ก่ออิฐฉาบปูนเป็นกำแพงสูง
บางแห่งต้องใช้เครื่องสูบน้ำประกอบ

ตลอดสองข้างทางเห็นชาวบ้านเดินลุยน้ำ นั่งเรือ
นั่งอะไรก็ตามที่ลอยน้ำได้ เห็นรถยนต์จมน้ำเกือบมิดหลังคา 

ส่วนที่ถนนก็มีแต่รถบรรทุกขนาดใหญ่ขนชาวบ้านที่ต้องการเข้าออก
ขนเรือ รถบรรทุกรับจ้างขนรถยนต์ออกจากพื้นที่ รถบรรทุกอาสาสมัครช่วยเหลือสัตว์ รถบรรทุกทหารช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่ผ่านเข้าออก
รถบรรทุกติดป้ายช่วยเหลือน้ำท่วมของสถานีโทรทัศน์ แต่ไม่ค่อยเห็นรถบรรทุกของสิ่งของบริจาค หรือมาแวะบริจาคของในพื้นที่สักเท่าไร

ตามสะพานข้ามคลองจะมีรถมาจอดหนีน้ำ มีชาวบ้านมากางผ้าใบอยู่ริมถนน มีชาวบ้านมาขายของกิน และมีชาวบ้านพายเรือเลียบคลองเป็นจำนวนมาก

วัดสองสามแห่ง ถ้าจำไม่ผิด จมน้ำไปแล้ว แต่เห็นมีโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ริมถนนป้องกันตัวเองได้ดีมากๆ 

น้ำที่ท่วมในพื้นที่จะเป็นช่วงๆสลับกันไปตามพื้นที่ ใกล้สะพานก็ตื้นหน่อย แต่ถ้าแยกเข้าไปตามซอยจะลึกมาก 







หากจะเดินทางต่อเข้าไปตามซอยต้องใช้เรืออย่างเดียว
เพราะเห็นรถบรรทุกใหญ่พยายามจะเข้าไป
แต่ก็ผ่านปากซอยไปนิดเดียวก็ต้องถอยหลังกลับ

สรุปเฉพาะช่วงเดินทางทั้งเข้า-ออก
ระยะทางจากคลอง 2 ถึง คลอง 5 
รวมแล้วกว่า 4 ชั่วโมง
แต่ขากลับครั้งนี้ออกจากนานเสียหน่อยเพราะออกมาใกล้ค่ำ 
ต้องยืนดูรถบรรทุกและโฟร์วิวที่ฝืนวิ่งผ่านไปหลายคันแต่ละคัน
มีคนติดรถเบียดกันแน่นจนไม่มีที่ยืน บางคันมีรถเรือทั้งคน และข้าวของ

รออยู่นานก็มีรถบรรทุกอาสาสมัครช่วยเหลือสัตว์ผ่านมาซึ่งพอมีที่ว่างให้ยืน
ก็ไม่รอช้าลงน้ำลุยปีนขึ้นท้ายรถไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทางอีกหลายคน

ลืมเ่ล่าให้ฟังว่าระหว่างยืนรอรถอยู่นั้นก็มีรถที่ผ่านเข้าไปตะโกนบอกกันเป็นระยะ
ว่าห่างจากจุดที่เราอยู่ไปประมาณ 400 เมตร ใกล้สะพานลอยคนข้ามมีชาวบ้านถูกไฟช๊อตนอนคว่ำหน้าเสียชีิวิตอยู่ใกล้เกาะกลางถนน ข้างๆมีเรือจอดอยู่

ลำพังแค่มืด และไม่รู้ว่าจะมีรถกลับออกไปหรือไม่ก็น่ากลัวอยู่แล้ว!!!
แต่ช่วงที่ติดรถผ่านจุดที่เขาเล่าว่าก็มีการตะโกนเตือนกันเป็นระยะ ส่วนบนรถก็เอากระดาษมารองพื้นยืน ถอดรองเท้า ไม่เกาะอะไรที่เป็นโลหะ
แต่พยายามมองหาจุดเกิดเหตุก็ยังไม่เห็นร่างไร้วิญญาณ 
เห็นเพียงแต่เรือเปล่าๆอยู่ลำหนึ่งเท่านั้น

เหลือบมองเพื่อนร่วมชะตากรรมบนรถบรรทุกก็เห็นฝรั่งปีนขึ้นไปนั่งที่ข้างรถซึ่งสูงเท่าหลังคาและเป็นเหล็กทั้งนั้น เรียกว่าเนื้อตัวสัมผัสเหล็กอยู่มากกว่า 50% ของร่างกาย ไม่ยักเป็นไร แต่พอโดนกิ่งไม้ฟาดดันร้องเสียตกอกตกใจกันไปหมด 

ติดรถมาได้สักพักฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ตามมาด้วยฟ้าฝนกระหน่ำซ้ำอย่างหนัก
พอฝนซาก็ต้องลงรถเพราะเขาไปทางวัชรพล 
ส่วนคณะเราต้องตรงไปคลอง 5 ที่เราจอดรถทิ้งไว้

พวกเราเดินลุยน้ำไปบนถนนที่ตอนนี้เป็นคลองย่อยๆไปแล้ว ระหว่างทางก็มีชาวบ้านเดินลุยน้ำ บ้างมีจูงเรือ บ้างพายเรือ บ้างใช้เรือยนต์
สลับกับรถบรรทุก รถแทร็กเตอร์ที่ผ่านเข้าไปในพื้นที่อยู่ไม่ขาดสาย

เส้นทางที่เราเดินมีเพียงแสงสว่างจากไฟเกาะกลางถนน
ซึ่งเรากำลังถูกหลอนด้วย
เรื่องชาวบ้านถูกไฟช๊อตครู่ใหญ่ๆที่ผ่านมา
จึงเดินกันเป็นขาใหญ่กลางถนนเลยทีเดียว 

ระหว่างแหวกน้ำเดินไปที่สะพานคลอง 4
ก็มีผู้หวังดีเล่าเรื่องที่ได้ยินชาวบ้านเล่าลือกันว่ามีจระเข้หลุดออกมา
ให้ได้ฮือฮาและสร้างความอบอุ่นกลางสายน้ำและสายฝนได้เป็นอย่างดี
เพราะเลือดสูบฉีดดีแท้ แต่ก็เดินกันมาถึงสะพานคลอง 4 ด้วยอวัยวะครบ 32 กันทุกคนและต่อรถบรรทุกอีกเกือบ 2 กิโลเมตรมาถึงคลอง 5 ด้วยสภาพเนื้อตัวเปียกปอน แต่ก็กลับขึ้นรถขับกลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

สภาพความเป็นจริงที่บอกได้คำเดียวว่า
"เดือนร้อนกันแสนสาหัส"
ที่ทุกข์หนักเพราะไม่รู้ว่าวิกฤติครั้งนี้จะยุติลงเมื่อไร
แต่ที่แน่ๆขณะที่พิมพ์เรื่องนี้อยู่นั้นทราบข่าวว่าน้ำไหลท่วมมาถึงคลอง 5
ที่เคยจอดรถทิ้งไว้แล้ว...สวัสดี

..........ll..........

โดย LittleLee

 

กลับไปที่ www.oknation.net