วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มุมมองคอลัมนิสต์ใหญ่ Foreign Policy : ทักษิณติด 1 ใน 5 Bad Exes ของโลก


เช้านี้ผมได้พบลิงก์อันหนึ่ง ที่เพื่อนแชร์ไว้ใน Face Book เป็นของคุณ Thanyakarn ซึ่งแปล
และเล่าเรื่องบทความอันหนึ่งที่เป็นเวปบล็อกบทความ สาระ ข่าว วิชาการ ชื่อ Foreign Policy
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวปไซด์สื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Washington Post
(คงคล้ายๆ เนชั่น, ok nation)  

ก็ลองเข้าไปอ่านบทความของ Joshua E. Keating พบว่า บทความดังกล่าวชื่อ Bad Exes
และยังมีบทความวิเคราะห์อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เค้าขยันเขียนขยันหาข้อมูลมาก

บทความของ Joshua E. Keathing เวปไซด์ Foreign 
Policy 
http://www.foreignpolicy.com/articles/2010/10/01/bad_exes?page=0,4


อ่านเรื่องของทักษิณในสายตาของคอลัมนิสต์ใหญ่แล้ว
บอกได้ว่า คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขอบคุณ คุณ Thanyakarn ที่ได้แปลและเล่าไว้ดังนี้..

...................................................................................................................................


กระฉ่อนโลก แม้วเลวติดท็อปไฟว์ วอชิงตันโพสต์โดย Joshua E.Keating แฉพฤติกรรมผู้นำ 5 ประเทศ ที่เป็น "ตัวอย่างที่เลว" ใช้อำนาจในทางมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน เผยทักษิณได้หนังสือเดินทางแบบผิดกฎหมาย พร้อมโยงเสื้อแดงม็อบติดอาวุธ
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์ www.foreignpolicy.com 
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้เผยแพร่บทความชื่อ "ตัวอย่างที่เลว" 
เขียนโดย Joshua E.Keating มีเนื้อหาสรุปพฤติกรรมของผู้นำจาก 5 ประเทศ ที่เป็นตัวอย่าง
ไม่ดีในการบริหารประเทศ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย 
อยู่ในอันดับที่ 5
 
       เนื้อหาในเว็บไซต์นี้ยังตีพิมพ์อยู่ในนิตยสารชื่อ foreignpolicy ซึ่งนอกจากจะพิมพ์เป็น
ภาษาอังกฤษแล้ว ยังพิมพ์เป็นภาษา อาระบิค บุลกาเรีย ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น โปรตุเกส เกาหลี 
และสเปน ด้วย โดยนิตยสารฉบับดังกล่าวเคยได้รับรางวัล WINNER OF THE
NATIONAL MAGAZINE AWARD FOR GENERAL EXCELLENT ในปี 2003 ,2007
และ 2009 รวมทั้ง
ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ในปี 2005 และ 2006 ด้วย 

ขณะที่เว็บไซต์ www.foreignpolicy.com ก็เคยได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้วเช่นเดียวกัน 
โดยหนึ่งในนักเขียนของนิตยสาร foreignpolicy ยังเคยได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ด้วย
โดยนิตยสาร foreignpolicy เป็นที่นิยมอ่านในหมู่ผู้นำที่ทรงอิทธิพลด้านธุรกิจและการเมือง
มากกว่า 160 ประเทศ
 
       สำหรับคำแปลจากเวบไซต์มีสาระสำคัญดังนี้
 
"อดีตประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีส่วนใหญ่อุทิศชีวิตเพื่อสร้างความ แตกต่างที่ดีให้กับโลก 
หรืออย่างน้อยก็ลดบทบาทหายไป นี่คือห้าอดีตผู้นำที่ไม่ได้ทำทั้งสองอย่าง...
 
       อันดับที่ 5.ทักษิณ ชินวัตร
 
       อาชีพเก่า : นายกรัฐมนตรีไทย ปี 2001-2006
 
       ภาพลักษณ์ใหม่ : นับตั้งแต่ถูกออกจากตำแหน่งในการรัฐประหาร เมื่อปี 2006 ท่ามกลาง
คำกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบและการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ทักษิณใช้ชีวิต
อยู่ด้วยการเดินทางไปมา อดีตนักธุรกิจมหาเศรษฐีพันล้านได้ทำหน้าที่เป็น "ทูตพิเศษ " ให้กับ
นิคารากัว และที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของกัมพูชา และเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ 
ซิตี้ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ
 
       มีรายงานว่า ทักษิณอาศัยอยู่ในเยอรมนีโดยใช้ชื่อปลอมเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี
และใช้หนังสือเดินทางที่ได้มาอย่างผิดกฎหมายจากประเทศต่างๆ ขณะนี้ทักษิณ
อาศัยอยู่ที่ดูไบ
 
       ในปีนี้ ผู้สนับสนุนทักษิณ ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เสื้อแดง” ได้ครอบครองพื้นที่ใจกลาง
กรุงเทพฯ และ บุกตึกสถานที่ราชการทั่วประเทศ เพื่อพยายามบังคับรัฐบาลให้ลงจาก
ตำแหน่ง ประมาณ 90 คน ถูกฆ่าเสียชีวิตในการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงที่มักจะติดอาวุธ 
และ ตำรวจ ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงหยุดยิง ศาลไทยได้พิจารณาข้อหาทักษิณ 
กรณีบทบาทของเขาในการปลุกระดมการประท้วง โดยทักษิณ 
ไม่ได้มาปรากฏตัวต่อศาลเพื่อต่อสู้คดี
 
       แม้ว่าทักษิณจะให้เสียงสนับสนุนเสื้อแดง -- เขาเคยโทรศัพท์ เข้ามายังที่ชุมนุมประท้วง
ครั้งหนึ่ง และสัญญาที่จะ "ทำให้คนไทยทุกคนรวย" ถ้าผู้สนับสนุนของเขาสามารถได้รับ
อำนาจทางการเมืองกลับคืนมา -- แต่เขาปฏิเสธว่า ไม่ได้ให้เงินสนับสนุนความพยายาม
ของกลุ่มผู้ชุมนุม ทักษิณยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาทุจริตเพิ่มเติมตั้งแต่ได้หลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม เขายังคงยืนยันว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง
 
       ตั้งแต่เสื้อแดงพ่ายแพ้ ทักษิณได้ลดการปรากฏตัวตามสื่อต่างๆ และลดกิจกรรมทาง
การเมือง เมื่อเดือนสิงหาคม ทักษิณได้ยอมสละตำแหน่งในรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งช่วยลดความ
ตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศลง
 
       ส่วน 4 คนที่เหลือมีดังนี้ อันดับ 1.GERHARD SCHRODER
 
       อาชีพเก่า : นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ปี 1998-2005
 
       ภาพลักษณ์ใหม่ : ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี Schroder สนับสนุนรัสเซีย
มาโดยตลอด โดยปฏิเสธการวิพากษ์วิจารณ์สิทธิมนุษยชนในรัสเซีย และกล่าวถึง
Vladimir Putin ประธานาธิบดีรัสเซียในขณะนั้นว่าเป็นนักประชาธิปไตยที่ไม่มีที่ติ
แต่สาธารณชนเยอรมันยังคงตกใจกับการกระทำสุดท้ายของเขา
 
       ไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง Schroder ช่วยจัดหาเงินกู้จำนวน
1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ Gazprom ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐที่ผูกขาดธุรกิจน้ำมัน
ของรัสเซีย และDmitry Medvedev ประธานาธิบดีรัสเซียคนปัจจุบันเคยเป็นผู้บริหารในอดีต
 
       เมื่อลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี Schroder ได้รับตำแหน่งประธานโครงการท่อก๊าซ 
Nord Stream ของ Gazprom ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก 
และจะทำให้เยอรมนีต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติของรัสเซียมากขึ้น โดยโครงการดังกล่าว
ได้รับการตกลงขณะที่ Schroder ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
 
       การกระทำของ Schroder กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองที่สำคัญในประเทศเยอรมนี 
โดยประชาชนต่างสงสัยในเหตุผลที่ทำให้ Schroder กระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่งที่จะเจรจาความ
ตกลงโครงการท่อก๊าซดังกล่าวตั้งแต่ แรก ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ Schroder บอกกับ
หนังสือพิมพ์ภาษาเยอรมันฉบับหนึ่งว่า "ผมไม่เห็นว่าผมได้ทำอะไรผิด" และศาลได้บังคับ
ใช้คำสั่งปิดปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ Westerwelle Guido นักการเมืองคู่ต่อสู้ ซึ่งปัจจุบันดำรง
ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ Schroder ได้
 
       เมื่อเร็วๆ นี้ Schroder ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการของบริษัทย่อยในรัสเซีย TNK-BP
ของบริษัท BP ซึ่งกำลังประสบปัญหา โดยเจ้าของฝ่ายชาวอังกฤษได้กล่าวหาว่า
รัฐบาลรัสเซียพยายามที่จะก่อกวนเพื่อให้ออกจากประเทศ Schroder ยังคงทำตาม
แนวทางของรัสเซียด้านประเด็นนโยบายต่างประเทศ โดยปกป้องความน่าเชื่อถือด้าน
ความเป็นประชาธิปไตยของ Putin และวิพากษ์วิจารณ์การรับรองความเป็นเอกราชของ
โคโซโว
 
       2.นาย JOSE MARIA AZNAR
 
       อาชีพเก่า : นายกรัฐมนตรีสเปน ปี 1996-2004
 
       ภาพลักษณ์ใหม่ : ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งชาวสเปนไม่ลงคะแนนเลือก Aznar ภายหลังจาก
ที่รัฐบาลของเขาพยายามที่จะโทษ ETA ซึ่งเป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาว Basque
กรณีการระเบิดรถไฟที่กรุงมาดริดเมื่อปี 2004 ในขณะที่ความจริงเป็นการกระทำของ
กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่หวังจะลงโทษสเปน สำหรับการสนับสนุนสงครามอิรัก ตั้งแต่นั้นมา Aznar
ซึ่งปัจจุบันบริหารสถาบันวิชาการและเป็นคณะกรรมการบริษัท News Corp ของ
Rupert Murdoch ได้สร้างความแตกต่างให้กับตนเองโดยการใช้คำพูดแบบสุดโต่งของเขา
 
       Aznar ได้ร่วมกับประธานาธิบดี Vaclav Klaus ของสาธารณรัฐเช็ก ในการเรียกภาวะโลกร้อน
ว่าเป็น “ศาสนาใหม่” และเรียกนักสิ่งแวดล้อมว่าเป็น “ผู้ถือธงของความเชื่อว่าจะเกิดโลกาวินาศ
จากโลกร้อน …ผู้แสวงหาเพื่อจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลโดยอ้างเหตุผลอันสูงส่ง…เช่นเดียวกับ
ที่พวกคอมมิวนิสต์ได้กระทำ” (ไม่ต้องคำนึงว่าภายใต้รัฐบาลของ Azhar สเปนได้ลงนามใน
พิธีสารเกียวโตเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน)
 
       Aznar ยังได้แนะให้ชาวมุสลิมขออภัยสำหรับการครอบครองสเปนในยุคกลาง และ
ได้เรียกความพยายามในการหารือระหว่างศาสนา / ความเชื่อว่าเป็นเรื่องโง่เง่า อีกทั้งยังกล่าวถึง
การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีเชื้อสายแอฟริกันอเมริกันของสหรัฐฯ ว่าเป็น "ความแปลกครั้งสำคัญ
ทางประวัติศาสตร์ และความหายนะทางเศรษฐกิจที่คาดหมายได้”
 
       Aznar ยังโจมตีการรณรงค์ของรัฐบาลสเปนเพื่อต่อต้านการขับรถขณะมึนเมา -- โดยในขณะ
รับรางวัลจากสมาคมผู้ผลิตไวน์ นาย Aznar กล่าวว่า "ให้ผมตัดสินใจให้กับตัวเอง นี่เป็นเรื่อง
ของเสรีภาพ ใครขอให้คุณมาขับรถให้ผม ปล่อยให้ผมดื่มไวน์ในความสงบ ผมไม่ได้ทำให้ใคร
ต้องอยู่บนความเสี่ยง”
 
       เมื่อเร็ว ๆ นี้ Aznar ได้เริ่มการรณรงค์เพื่อระดมการสนับสนุนระหว่างประเทศสำหรับ
อิสราเอล แต่อิสราเอลอาจจะต้องการพิจารณาว่า Aznar จะเป็นเชียร์ลีดเดอร์ ที่มีประสิทธิภาพ
ที่สุดสำหรับอิสราเอลได้จริงหรือไม่
 
       3.OBASANJO OLESEGUN
 
       อาชีพเดิม : ประธานาธิบดีไนจีเรีย ปี 1999-2007
 
       ภาพลักษณ์ใหม่ : ผู้ที่ครั้งหนึ่งได้รับการชื่นชมว่าช่วยเหลือให้ประเทศของเขาเปลี่ยนแปลง
จาก เผด็จการทหาร มาเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแม้จะมีความวุ่นวายและรุนแรงบ้าง
เมื่อไม่นานนี้ชื่อเสียงของ Obasanjo ต้องแปดเปื้อนจากการสอบสวนเรื่องคอร์รัปชั่นอย่าง
ต่อเนื่อง

ขณะนั้น Obasanjo ไม่เคยมีความเต็มใจที่จะลงจากตำแหน่งอย่างแท้จริง เขาพยายามที่จะ
แก้ไขรัฐธรรมนูญไนจีเรีย เพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่สาม และเมื่อล้มเหลว
เขาได้แต่งตั้ง Umaru Yar’Adua มาดำรงตำแหน่งแทนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งที่เชื่อกัน
อย่างกว้างขวางว่าถูก ครอบงำ
       ชาวไนจีเรียจำนวนมากสงสัยว่า การเลือก Yar’Adua มาดำรงตำแหน่งแทน เป็นเพราะ
เขาถูกมองว่าอ่อนแอ และสามารถถูกครอบงำได้โดยง่ายโดยผู้ที่ภักดีต่อ Obasanjo ใน
รัฐบาลของเขา (อย่างไรก็ตามอิทธิพลทางการเมืองของ Obasanjo ได้ลดลงอย่างมากใน
ช่วงหลายปีที่เพิ่งผ่านมา)
 
       นอกจากการถูกโจมตีจากการเปิดเผยใหม่ๆ เรื่องคอร์รัปชันในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง
ประธานาธิบดี ซึ่งรวมถึงสินบนนับร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัท Halliburton ของสหรัฐฯ
แล้ว Obasanjo ยังกลายเป็นผู้พัวพันในเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวที่ยุ่งเหยิง เมื่อลูกชายของเขาได้
ฟ้องศาลว่า Obasanjo มีความสัมพันธ์ชู้สาวกับลูกสะใภ้ของตนเอง
 
       เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้อาศัยในเมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของไนจีเรียนับพันได้ประท้วงแผนการ
ทำลาย บ้านเรือนของตนภายหลังจากที่ Obasanjo ได้เข้ามาครอบครองที่ดิน Iyabo
ลูกสาวของ Obasanjo ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกของไนจีเรีย ต้องได้รับความอับอายเมื่อถูกบังคับ
ให้ต้องยอมรับว่าได้ถอนเงินหลายพัน ดอลลาร์สหรัฐ จากงบประมาณสาธารณสุขของประเทศ
เพื่อจ่ายค่าการเดินทางไปประเทศกานา
 
       Obasanjo ยังคงมีบทบาทอย่างสูงในการเมืองระหว่างประเทศ โดยทำหน้าที่
ผู้แทนสหประชาชาติในการเจรจาสันติภาพในสาธารณรัฐประชาธิปไตย คองโก แต่
แนวความคิดแบบดั้งเดิมของเขาในบางครั้งได้ทำความอับอายให้แก่สหประชาชาติ
ในงานของสหประชาชาติงานหนึ่งในปีนี้ ซึ่งอดีตเลขาธิการสหประชาชาติ Kofi Annan
เข้าร่วมด้วย Obasanjo กล่าวถึงพวกรักร่วมเพศว่าเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และปฏิเสธ
สิทธิส่วนบุคคลในเรื่องส่วนตัว โดยกล่าวด้วยว่า
“คุณอยากจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับม้าหรือ”
 
       และ 4.JOSEPH ESTRADA
 
       อาชีพเดิม : ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ปี 1998-2001
 
       ภาพลักษณ์ใหม่ : ดาราภาพยนตร์แอ็คชั่นที่ผันตัวเองมาเป็นประธานาธิบดี Joseph Estrada
ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งไปในปี 2001 ภายหลังดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึงครึ่งวาระ
ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องคอรัปชั่น Estrada ยอมรับด้วยว่าตนมีลูกนอกสมรสจำนวนหลายคน
และมีรายงานว่า Estrada ตัดสินใจทางนโยบายเรื่องสำคัญๆ ด้วยความช่วยเหลือของ
“คณะรัฐมนตรีเที่ยงคืน” จากเพื่อนๆ เก่าในวงเหล้า Estrada ถูกดำเนินคดีในข้อหา “ฉ้อโกง”
ในปี 2007 และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับอภัยโทษหลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์
โดย Gloria Macapagal Arroyo ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน
ภายใต้ข้อตกลงว่าห้าม Estrada กลับเข้ามาสู่การเมืองอีกต่อไป

       แต่ Estrada ก็ไม่ได้ทำตามสัญญา และลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีปี 2010
โดย Estrada กล่าวกับ New York Times ว่า “เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
และพิสูจน์ให้ผู้ที่ขับไล่ผมทราบว่าเขาเป็นฝ่ายผิด” แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นความวุ่นวาย
ทางกฎหมายครั้งใหม่ และเดือนแห่งสิ่งท้าทายในประเด็นที่ว่าเขามีความสิทธิที่จะลงสมัคร
รับเลือก ตั้งเป็นประธานาธิบดีหรือไม่ เนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว
Estrada ชนะคดีในที่สุด แต่ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับ Benigno “Noynoy” Aquino
ลูกชายอดีตประธานาธิบดี Corazon Aquino
 
       ปัจจุบันเอสตราดากำลังเตรียมตัวต่อสู้กับคดีในสหรัฐอเมริกา กรณีที่บุตรสาว
ของนักประชาสัมพันธ์ชาวฟิลิปปินส์ผู้หนึ่งอ้างว่า Estrada มีส่วนพัวพันในการฆาตกรรม
พ่อของเธอ ในปี 2001 Estrada กล่าวติดตลกกับ Philippine Daily Inquirer ในเรื่องนี้ว่า
“เป็นเรื่องเหลวไหล เขาจะได้อะไรจากผม ผมจะไปเอาเงินที่ไหนมา”
 
       Estrada ยังคงได้รับความนิยมในหมู่ชาวฟิลิปปินส์ผู้ยากไร้ และคงยังมีอิทธิพลต่อการเมือง
ผ่านการควบคุมพรรคการเมืองของเขา แต่ประเทศชาติคงจะดีกว่านี้ถ้าแอ็คชั่นฮีโรผู้นี้กลับ
ไปให้ความสนใจกับ งานภาพยนต์ของเขา.

.........................................................................................................

นั่นแหละครับ ใครที่ป่วยกับการเมือง และนักการเมือง ก็ควรจะทราบไว้ตรงนี้ว่า ที่อื่นในโลก
ก็ทุกข์ระทมคลื่นเหียนอาเจียรอ้วก ไม่แพ้บ้านเราเหมือนกัน หากแต่ความจริงและความดีงาม
ที่มีอยู่ในโลกเท่านั้น ที่จะหล่อเลี้ยงหัวใจเราและเพื่อนร่วมโลก ให้ฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

ขอใ้ห้อยู่กันอย่างเข้าอกเข้าใจ และเมตตากัน


ผมเข้าไปอ่านใน Foreign Policy แล้วรู้สึกตลกดีตรงที่ ต่างประเทศก็มีองครักษ์ปกป้องทักษิณ
ซึ่งเป็นขาประจำ ไม่แพ้ที่เห็นในสื่อบ้านเราเหมือนกัน

1. บทความโต้แย้งของ JANE FOLEY  ที่ร้าย เจน ฟอลลี่ย์ บอกว่าบอกว่า ไม่จริ๊ง
ทักษิณไม่ได้แอบปลอมตัวเข้าเมือง 
เยอรมันและก็ไม่ได้ใช้พาสปอร์ตของประเทศอื่น

ฟอลลี่ย์ บอกอีกว่า จะให้รางวัลกับ คีธธิ่ง(ผู้เขียนบทความ) หรือ ใครก็ได้ที่หาหลักฐาน
ตรงนี้มาอ้างได้ หนึ่งล้านเหรียญ !!!   

ส่วนเหตุผลอื่นๆ ก็คล้ายๆ กับที่คนเสื้อแดงชอบพูดกันนั่นแหละ

http://www.foreignpolicy.com/articles/2010/10/27/dont_attack_thaksin

2. บทความโต้แย้งของ ROBERT AMSTERDAM ก็กล่าวถึงคุณงามความดีของทักษิณ
กับการที่ทักษิณโดนรังแกจากผลพวงของรัฐประหาร รวมทั้งการปิดกั้นสื่อ
การโดนรังแกโดยละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพ เช่นว่า เวปไซด์ 100000 เวปโดนปิด  
(ก็ไม่รู้มันไปเอามาจากไหน) ดูไปเหมือนคุณนพดลไม่มีผิด

http://www.foreignpolicy.com/articles/2010/10/27/in_defense_of_thaksin_shinawatra


ขออภัยที่หน้ากระดาษ การจัดย่อหน้าไม่สวยเลย แม้จะพยายามให้อ่านง่ายที่สุดแล้วก็ตาม

วารีสวัสดิ์ครับทุกท่าน
--บล็อกเกอร์

โดย Groovy_Sannie

 

กลับไปที่ www.oknation.net