วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นางฟ้าเดินดิน...




สำหรับคนที่ชอบถามว่าเป็นแอร์ฯ ได้เงินเดือนเท่าไหร่...จริงๆ หลายๆ คนบอกว่าการถามเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องsensitive และเป็นความลับขององค์กร...ไม่ควรนำมาเปิดเผย.....

เอ่อ....แต่ลองถามตัวคุณเองดูซะหน่อยนะคะ ว่าก่อนจะมาทำอาชีพอะไรสักอย่าง สิ่งที่อยากรู้มากที่สุด แบบไม่หลอกตัวเอง ไม่สร้างภาพ (ใครๆ จะบอกว่ารักอาชีพการบริการ อยากเจอผู้คนหลากหลาย อันนั้นไม่ว่ากัน)

เอาเป็นว่าสำหรับดิฉันเรื่องหลักๆ นอกจากจะได้เที่ยวแล้ว มันก็คือเรื่องนี้แหละค่ะ... (ถ้าจ่ายไม่หนักใครกันอยากจะออกมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ อิอิ ยกเว้นขณะนี้นะคะให้กลับก็ยังไม่อยากกลับเข้าไทย)

เอาค่ะวันนี้จะมาตอบคำถาม อาจจะไม่ตรงแบบเป๊ะๆ และไม่สามารถใช้อ้างอิงได้กับสายการบินอื่นๆ (แน่นอนว่าบริษัทแต่ละแห่งเค้าจ่ายเงินให้ต่างกัน งานสายการบินก็เช่นเดียวกัน ไม่มีที่ไหนให้เท่ากันค่ะ) ... รูปที่เห็นนั้นถ่ายจากการที่ได้รับแจ้งจ้างธนาคารที่นี่ว่าเงินเดือนเข้าแล้ว.....จำนวนดังที่เห็น ย้ำว่าไม่ได้มีหน่วยเป็นบาท (แต่จะมีหน่วยเป็นอะไร แล้วคูณเป็นเงินไทยได้เท่าไหร่ ไปคิดกันเอาเอง)

และนี่ไม่ใช่การเปิดเผยความลับขององค์กรนะคะ เพราะดิฉันไม่เคยบอก ว่าดิฉันบินให้กับสายการบินอะไร ให้รู้ไว้เพียงแต่ว่า เป็นแอร์ฯ สายการบินแขก ณ เมืองบ่อน้ำมันแห่งหนึ่ง...

สำหรับน้องๆ หนูๆ ที่อยากเป็นแอร์ฯ สายการบินที่ดิฉันทำอยู่ อยากได้เงินแบบนี้ "ฝันไปเหอะค่ะ" ปี สองปีแรก ให้นั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ยังไงก็ไม่มีทางที่น้องจะได้ขนาดนี้ เอาแค่ให้ถึงครึ่งก่อนให้ได้นะคะ ... แต่อยู่ไปสักพักถ้าได้เลื่อนขั้นขึ้นไปทำระดับ premium (first class/business class) ก็มีสิทธิ์ได้ราวๆ นี้ แต่ไม่น่าจะถึงขนาดนี้ อยากได้ขนาดนี้ก็หมั่นทำบุญให้ตารางออกมาดีดี และขายดิวตี้ฟรีให้ได้เยอะๆ นะคะ อิอิ 

จำนวนเงินที่เห็นคือรายได้ทั้งเดือนของเดือนนี้ค่ะ ไม่ใช่แค่เงินเดือน มันเป็นเงินที่รวมเงินเดือนและค่าบินค่าอาหารแล้วค่ะ ส่วนค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ทุกอย่างฟรีหมดค่ะ อ้อ และการเป็นแอร์ฯ ของที่นี่ได้รับการยกเว้นภาษี 100% นะคะ ถ้ารู้จักเก็บรู้จักใช้ไม่กี่ปีก็สามารถมีเงินเก็บไปซื้อบ้านซื้อรถได้สบายๆ ค่ะ แต่ก็ไม่อยากให้เก็บ หรือประหยัดจนขนาดที่ว่าต้องต้มมาม่า หรือพกอาหารไปกินอยู่ตลอดเวลานะคะ สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งจำเป็น เค้าจ่ายให้เราเยอะเป็นค่ากิน ก็กินๆ ไปเหอะค่ะ หันมาประหยัดกันเรื่องสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ ดีกว่า 

อ้อ...และการลดการฟุ่มเฟือยอีกอย่างหนึ่ง คือ "การเลี้ยงผู้ชาย" เพราะมันเป็นอะไรที่น่าละอายใจ และทุเรศที่สุด จะเลี้ยงทำไมเราเกิดมาได้ เรามีวันนี้มาได้เพราะพ่อกับแม่ และคนที่เค้าเลี้ยงดูเรามา มาเลี้ยงดูพวกเค้ากันดีกว่า ถ้าผู้ชายพวกนั้นเค้ารักเราจริง เค้าต้องพิสูจน์ให้เราเห็นได้ว่าอยู่กับเขาแล้วเราจะไม่ลำบาก...สำหรับเราหมดสมัยแล้วที่จะไปกัดก้อนเกลือกิน คือแบบว่าก็ไม่ต้องถึงขั้นรวยหรอกค่ะ เอาแค่ไม่มาเป็นภาระ แล้วก็ขยันทำมาหากินก็พอ และก็ไม่ต้องถึงขนาดมาเลี้ยงเราค่ะ (จนไม่ว่าแต่อย่าหลอกให้กรูเลี้ยง) เอาแค่ห้าสิบๆ คือต่างคนต่างมี ไม่ต้องให้อีกฝ่ายเลี้ยงดูนั่นดีที่สุด หวังจะไปเกาะเค้าเหรอ สักวันหนึ่งถ้าเค้าไม่อยู่ให้เกาะละ จะทำอย่างไร ยืนด้วยลำแข้ง ลำขาตัวเองนี่แหละดีที่สุด บางคนขับรถซะหรู แต่ไม่มีเงินเติมน้ำมัน...เบื่อมากพวกแบบนี้ เอ่อว่าไปนู้น อิอิ 

สำหรับคนที่ไม่รู้จักลูกบัวจริง จะบอกว่าโอ้ย แอร์ฯ ลูกบัวนี่เวอร์สุดยอดเลย ใช้ของแต่ละอย่างนี่แบรนด์ๆ ทั้งนั้น เท่าที่เห็นชีมีกระเป๋าแบรนด์ไม่ต่ำกว่า 50 ใบ ไหนจะนาฬิกาแบรนด์ดังๆ รวมเงินแล้วเป็นล้านบาทแน่นอนที่ชีใช้ซื้อของพวกนี้...อืมส์ เดาไม่ผิดค่ะดิฉันมีกระเป๋าแบรนด์เนมและของแพงๆ มูลค่ามากกว่านั้นเยอะ...แต่สิ่งเหล่านี้มันคือสิ่งที่ "สนองตัณหาและความอยาก" เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่ได้เดือดร้อนใคร ไม่ได้เป็นหนี้เป็นสิน หรือขอเงินคนอื่นมา มันก็เงินตัวเองที่หามาได้ล้วนๆ...

ก็แค่เคยอยากได้ ก็แค่เคยอยากมี แต่พอได้ พอมี แล้วมันก็เฉยๆ ไม่ได้อยากได้ ไม่ได้อยากมีอะไรอีก...

ดิฉันโชคดีที่เป็นคนค่อนข้างฉลาด (หรือเปล่า?) ที่สิ่งสนองตัณหาพวกนี้ สามารถนำมาทำประโยชน์ให้ตัวเอง และสามารถนำมา "สร้างภาพ" ให้ตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง...นอกจากจะสร้างภาพ และยังสร้างรายได้ (มากมาย) ให้ตัวเองอีกด้วย...คือถ้าดิฉันขายของแบรนด์เนม แต่ว่าไม่ใช้ของพวกนี้คุณว่าใครๆ เค้าจะกล้าซื้อของจากเราบ้างอ่ะ อย่าว่าแต่คนซื้อเลย แค่จะเดินเข้าร้านหรูๆ เพื่อไปซื้อของพวกนี้มันก็จะไม่ขายให้อยู่แล้ว...ดูดิ แม่ค้ายังใช้กระเป๋าโน๊ะเน๊ะ เฮ้ยนั่นยัยคุณลูกบัวใช้หลุยส์ปลอม อี้ๆ แล้วนี่หลุยส์ที่ฉันฝากเค้าซื้อจะปลอมหรือเปล่า อะไรราวๆ นี้ เป็นต้น นั่นแหละจึงเป็นที่มาว่าทำไมดิฉันถึงยังต้องมีของพวกนี้อยู่ (ทั้งๆ ที่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว ขายต่อให้คนอื่นๆ ไปจนจะหมดละ เหลืออยู่ไม่กี่ใบ เก็บไว้สร้างภาพสวยๆ เวลาเดินเข้าร้านหรูๆ เพื่อไปหาซื้อของให้ลูกค้า อิอิ)

อุ้ยนี่แค่จะเขียนเรื่องเงินเดินนะเนี่ย มาซะยาว....เอาละ ทิ้งท้ายซะหน่อยก่อนจะยาวกว่านี้....

เงินเป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่เงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต การได้ทำในสิ่งที่เรารัก และรักในสิ่งที่เราทำ ตลอดจนมีความสุขกับมัน นั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุด เมื่อใดก็ตามที่คุณคิดว่า คุณไม่มีความสุขในสิ่งที่ทำ เมื่อนั้นจงออกไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ แม้ว่าสิ่งใหม่อาจให้ผลตอบแทนทางวัตถุที่น้อยกว่า แต่ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายๆ คนที่เลือกเดินทางออกไปค้นหาสิ่งใหม่ๆจะพบความสุข และผลตอบแทนทางใจที่มากกว่ากับทางที่ที่ตัวเองได้เลือก

ทุกสิ่งในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนช้าหรือเร็ว นั่นอีกเรื่องหนึ่ง เฉกเช่นดังคนทำอาชีพแอร์ฯ ไม่มีใครบินอยู่ค้างฟ้าได้ตลอด สักวันก็ต้องกลับมาเดินดิน.......และสักวันดิฉันก็จะกลับไปเป็นนางฟ้าเดินดิน มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้กลับไปอยู่เชียงใหม่ ได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติ เรียบๆ ง่ายๆ เย็นๆ สบายๆ เห็นภูเขา เห็นแม่น้ำ เห็นต้นไม้ และเห็นอะไรๆ ที่เราหลงรัก...

ไม่ต้องถือหลุยส์ ไม่ต้องใช้ชาแนล ไม่ต้องขับเบนซ์ ไม่ต้องมีบีเอ็ม ....​ อารมณ์ตอนนั้นมันโครตจะวิเศษ  อยากกลับไปสำผัสมันอีกเร็วๆ จัง เพื่อนแซวว่า แหม อารมณ์ติสแตกอีกแล้วนะแก ว่าแต่ถ้าติสจริงๆ เนี่ยเค้าต้องไม่ขายของ ไม่เอาเงินเฟร้ย เค้าต้องทำอะไรแบบมีอุดมการณ์  การกุศล ฯลฯ ก็เลยตอบมันไปว่า....เอ่อ อารมณ์กรูเนี่ยมันก็ติสจริงๆ แหละ แต่กรูเป็นติสแบบที่ต้องกินข้าวอะเมิง ถ้าไม่ทำงาน ไม่ขายของแล้วจะเอาอะไรมาซื้อข้าวกินฟระ เขียนหนังสือขายก็ยังเขียนไม่เสร็จ วาดรูปก็วาดไม่เป็น ออกแบบอะไรก็ออกไม่ได้ อิอิ ขายของต่อไปละกันเนอะ...


ปล.ช่วงนี้น้ำท่วม พี่น้องชาวไทยของพวกเราได้รับผลกระทบมากมาย ใครที่ไม่มีแรงก็ส่งเงิน หรือส่งอะไรก็ได้ไปช่วยกันด้วยนะคะ สำหรับใครที่ไม่มีเงินก็ช่วยในเรื่องของแรงนะคะ จะช่วยอะไร ช่วยยังไงก็ได้ แต่ขอให้ได้ช่วยนะคะ เห็นเค้าลำบากกันขนาดนี้แล้วคุณจะนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยนี่ก็ไม่เรียกว่าเป็นคนแล้วค่ะ...โครงการดีดี ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องที่เดือดร้อนได้แบบถึงมือจริงๆ มีอีกเยอะนะคะ ลองติดตามดูจากเฟสบุ๊คลูกบัวก็จะมีแชร์ขึ้นเรื่อยๆ ช่วยๆ กันนะคะ

โดย ลูกบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net