วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำแนะนำจากอาจินต์ ปัญจพรรค์


1
อาจินต์ ปัญจพรรค์ กล่าวว่า นักเขียนชั้นครูรุ่นอาวุโส ชื่อ ป.บูรณะศิลปิน ท่านเขียนบทความเรื่อง องค์ประกอบของเรื่องสั้น ลงในนิตยสาร “สวนอักษร” เมื่อ พ.ศ.2489 ไว้ว่า
 
หนึ่ง สร้างความรู้สึกเพื่อผู้อ่านชั่วครั้งคราวเดียว

สอง. สำหรับอ่านครั้งเดียวจบ

สาม. คำทุกคำต้องประหยัดใช้

สี่. มีการส่งเสริมหรือมุ่งให้เกิดผลตามความตั้งใจของผู้ประพันธ์ และผลตามความตั้งใจนั้นจะต้องปรากฏหรือสร้างสรรค์ขึ้นไว้ ในประโยคที่กระจ่างแจ้ง ชักจูงให้เข้าใจจุดหมายของเรื่องได้ตลอด เมื่อดำเนินไปสู่จุดสูงสุดแล้วจะต้องจบลงในทันทีทันใด

ห้า. ตัวละครต้องกำหนดไว้เพื่อผลหรือความจำเป็นโดยเฉพาะเท่านั้น

นี่คือหลักเกณฑ์ในการเขียนเรื่องสั้น สูตรของ ป.บูรณะศิลปิน (ป่วน บูรณะศิลปิน)
จากอาจินต์ ปัญจพรรค์ “วาบความคิด : ขุมทรัพย์ในหนังสือ.” มติชนสุดสัปดาห์. ฉบับที่ 943 : 60, (15 กันยายน 2541).

2
ถ้าชอบเขียนเรื่องผจญภัย ก็เขียนเรื่องผจญภัย
ชอบชีวิตก็เขียนเรื่องชีวิต
ค่อยๆ หาความชำนาญจากเรื่องสั้นไปก่อน

3
ในวิธีนอกตำราของผม ผมคิดว่าผู้ทำงานศิลปะไม่พึงไปมัวหาคำนิยาม ให้แก่องค์การต่างๆ
เนื้อหาคืออะไร พล็อตคืออะไร ยกไว้ก่อน
งานของนักเขียนคือเขียนออกมาด้วยความรู้สึกนึกคิด ด้วยความรู้จริง
ไม่พลาดด้วยสำนวนที่มีคุณค่า ไม่ใช่เขียนๆ ลงไปให้มันยาว

4
นักเขียนต้องมีความรู้รอบตัว รู้จริง กับความรู้สึก
ซึ่งหมายถึงการเข้าใจคิด มีความคิดแหลมคม
มีความรู้สึกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งลึกซึ้งหรือวิจิตรพิสดารกว่าคนอื่น
ไม่อย่างนั้นเขาจะมาอ่านของเราให้เสียเวลาทำไม
ความรู้โดดๆ แบบเทคโนโลยี
ผมว่าแพ้ความรู้ในเรื่องดาดๆ ทั่วไป
และความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งนักเขียนให้เด่นออกมา

5
อย่าเพิ่งประมาณตัวเองว่าเป็นนักเขียนเพื่อสังคม หรือก้าวไปเพื่อมวลชน
อย่าไปคิดว่าจะสถาปนาวรรณกรรมไทยให้ก้าวไปไกล
สามสิ่งนี้ยิ่งใหญ่กว่าจะนำมากล่าวให้เป็นประโยคอันเลื่อนลอย
คุณจำไว้
สังคม-มวลชน-วรรณกรรมไม่เคยรอรับความช่วยเหลือจากใคร
แต่นักเขียนนี่แหละอาจถูกสนามแม่เหล็กอันรุนแรงนั้น
ดูดเข้าไปสู่ความมหึมา ซึ่งคนที่มือไม่ถึงก็จะงุนงงเคว้งคว้างไปเลย
ส่วนคนที่เป็นอัจฉริยะ จึงจะผสานสมอง อุดมการณ์
และประสบการณ์เข้าไป เป็นศรีแก่วังวนอันเข้มข้นนั้น

6
อย่าไปอ่านสำนวนของใครเพื่อแหวกแนวเลย
ทำสำนวนของเราขึ้นมาโดยไม่รู้ไม่ชี้กับใคร
เหมือนเราได้ดอกไม้ป่าที่ไม่มีใครรู้จักมาหนึ่งหอบ
จะส่งกลิ่นและมีสีจับนัยน์ตากว่าดอกไม้ในกระถางทั้งสวน
สำนวนทื่อๆ มิใช่ไร้ค่าเสมอไป

(2,3,4,5,6 จาก ถวัลย์ มาศจรัส “อาจินต์ ปัญจพรรค์สอนศิษย์เขียนเรื่องสั้น”)

โดย สุดเขตเวชกุล

 

กลับไปที่ www.oknation.net