วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กึ๋นกับเหตุผลเครื่องมือตัดสินใจในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต


กึ๋นกับChaos Theory เครื่องมือตัดสินใจในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต

ภาวะวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ มีคนเป็นจำนวนมากอาจจะนับเป็นล้านที่ตัดสิน

ใจผิดพลาด จนเกิดความเสียหายมหาศาลต่อทรัพย์สินและชีวิตทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารและผุ้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่กรมชลประทาน ชาวบ้าน

นักวิชาการ นักการเมือง และนายกฯปูผุ้นำประเทศ

กรมชลกักเก็บน้ำไว้เยอะเกินไปเพราะเชื่อข้อมูลในอดีตว่า ประเทศเรามีปัญหาน้ำแล้งมีมากกว่าปัญหาน้ำท่วม

ชาวบ้านไม่เชื่อคำเตือนภัย เพราะมีประสบการณ์ในอดีตว่า น้ำท่วมไม่เคยมากขนาดนี้

ทั้งชาวบ้านธรรมดา และผู้เชี่ยวชาญต่างก็ประยุกต์ใช้วิชาสถิติ ชาวบ้าน

อาจจะทำโดยอาศัยสถิติแบบง่ายคือ สังเกตและจดจำจากประสบการณ์

ส่วนผุ้เชี่ยวชาญก็ใช้สถิติอย่างเป็นแบบแผน ทั้งคู่ผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น

พวกเขาลืมคิดถึง หรือไม่ตระหนักอย่างเพียงพอ กับปัจจัยใหม่ๆ ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

 นั่นก็คือ “อากาศวิปริต” อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน ซึ่งก่อให้เกิดภาวะ ฝนตกหนักจัด แล้งจัด ร้อนจัด หนาวจัด กันไปทั่วโลก

อันที่จริง น้ำท่วมใหญ่สามระลอกในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็น่าจะเป็นสัญณาณเตือนภัย สำหรับทุกคน แต่นั่นแหละมันก็ยังไม่รุนแรงพอที่จะทำ

ให้เราหลายๆคน ละทิ้งสถิติเก่าๆ ที่มีประโยชน์เพียงเล็กน้อยสำหรับการประเมินสถานการณ์ และประเมินความเสี่ยงข้างหน้า

ยิ่งบัดนี้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตขึ้นไปอีก จากน้ำท่วม เป็นความขัดแย้งระหว่างชาวบ้าน หรือชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่เรื่อง กั้นกระสอบทรายทำลายกระสอบทราย ทำลายประตูน้ำ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสุขอนามัย

ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญเรื่องจัดการผันน้ำก็มีความเห็นแตกต่างกัน ซึ่งหากมองจากแนวคิดทางคณิตศาสตร์สมัยใหม่ หรือคุ้นกันในชื่อ Chaos Theory ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมันไม่ใครรู้ปัจจัยต่างๆ(initial conditions)ได้ทั้งหมดอย่างถูกต้อง จึงเสนอทางออกไปคนละทิศละทาง

นอกจากนี้ ผู้รุ้เรื่องหนึ่งก็ไม่เข้าใจอีกเรื่องหนึ่ง เช่น ดร เสรี ศุภราทิยต์ รุ้เรื่องน้ำดี แต่จากการสังเกตุของผมท่านไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าที่ควรผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  

 

นายกฯปูตกอยุ่ในฐานะลำบากในการตัดสินใจว่าจะทำอะไรดี  ทางออกที่

 

อยากแนะคือ อย่ามึนงงกับรายละเอียดหรือเทคนิค แต่ให้จับหลักใหญ่ๆไว้ และแก้ปัญหาไปตามนั้น เรียกได้ว่า เมื่อหลักวิชาช่วยไม่ได้มากนัก ก็ต้องอาศัยกึ๋นกันละ  ซึ่งก็ต้องอาศัยคนที่เคยผ่านประสบการณ์หรือเผญิชกับภาวะวิกฤตต่างๆ มาพอสมควร เช่นวิกฤตเศรษฐกิจก็ประยุกต์ใช้ได้กับเหตุการณ์นี้   

แต่โชคร้ายของประเทศเรามีผุ้นำและพรรคการเมืองใหญ่ที่อ่อนด้อยประสบการณ์ ไร้กึ๋น ไร้ความรู้ พรรคเพื่อไทยจะรู้ดีมากกับเรื่องโครงการประชานิยมแจกเงินแจกหนี้  แต่แก้วิกฤตไม่เป็น

สำหรับเราคนทั่วไปคงต้องประเมินความเสี่ยงว่า หากสถาการณ์เลวร้ายที่สุด จะมีทางหนีทีไล่อย่างไร อย่ามัวแต่หลับหูหลับตาหลงเชื่อพวกมองโลกในแง่ดี พวกหรือเชื่อมั่นในประสบการณ์หรือความสำเร็จของตนในอดีต มาเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยง

สั้นๆก็คือ ยึดเรื่องหลักใหญ่ไว้ เช่นปริมาณน้ำ ความสามารถในการระบายออก ความเร็วของน้ำที่ไหลมา ผลกระทบต่อน้ำ ไฟ สื่อสาร การเดินทาง อาหาร ความเสี่ยงโรคภัย อารมณ์ของคนเหนือคันกั้นน้ำ  

และที่เหลือก็กึ๋นของแต่ละท่านครับ  

    

 

โดย ช่างติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net