วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฝีมือใคร? คนไม่อพยพออกจากบ้าน เหตุบานปลายที่คลองสามวา อีกสารพัดปัญหา...และ ภาพสวยเศร้าที่เราต้องจำ จากสำนักข่าวต่างประเทศ


เหตุความขัดแย้งระหว่างชุมชนคลองสามวา และชุมชนใต้ประตูระบายน้ำ เนื่องจากชาวชุมชนคลองสามวาเหลืออดเต็มทีที่น้ำขังสูงอยู่อย่างยืดเยื้อยาวนาน ต้องการให้เปิดประตูระบายน้ามากขึ้นอีกเพื่อน้ำจะได้ลดระดับลงบ้าง คนข้างล่างช่วยแบ่งเบาเอาน้ำไปด้วยได้มั้ย แต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะหากเปิดประตูระบายน้ำจนเกินจะควบคุมจะเกิดผลกระทบมหาศาล ในที่สุดเกิดการทุบทำลายประตูระบายน้ำ กำแพงด้านข้างเสียหายไปด้วย และมีการทำลายคันดินกั้นน้ำ โดยตำรวจทำอะไรไม่ได้

กระทั่ง พื้นที่กรุงเทพฯที่เดิมทีว่า 20 เขตอาจรอด อาจไม่รอดทั้งหมดแล้วตอนนี้ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง บางชัน อาจพังเป็นแห่งที่ 8 และ 9 ก็เป็นได้ 

ชาวบ้านในพื้นที่ขัดแย้งนี้ ปะทะกันมาหลายวันแล้ว ติดตามข่าวเห็นความรุนแรงบานปลายในค่ำคืนที่มีการทุบประตูระบายน้ำ ทำลายคันกั้นน้ำสำเร็จ  พอสายได้ฟังรายการบันทึกสถานการณ์ทาง สวท. คุณจีรวรรณ ตันกุรานันท์ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.คมสัน มาลีสี รองคณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังซึ่งอยู่ในพื้นที่บอกว่า ตอนนี้กำแพงด้านข้างก็พังแล้ว คันดินก็พังแล้ว จะปิด จะเปิด ประตูระบายน้ำก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เพราะน้ำมันไหลแบบควบคุมไม่ได้เสียแล้ว ต้องจัดการน้ำในคลองแสนแสบให้ดีดี

ตอนบ่ายดูข่าวทีวี ดิฉันกลับได้เห็นอาการหงุดหงิดของคุณยิ่งลักษณ์ เมื่อถูกซักเรื่องนี้ คุณยิ่งลักษณ์บอกว่า เรื่องประตูระบายน้ำคลองสามวา ไม่มีปัญหาแล้ว ตกลงกันได้แล้วว่าจะเปิดเท่านั้นเท่านี้ ผู้สื่อข่าวซักต่อว่า ชาวบ้านเขาขอเปิดเพิ่มจะทำไง? จะเปิดเพิ่มอีกมั้ย? .....อะไรคะ ถามยังไงคะ เอ๋ออ๋า ...ถามอย่างนี้เหรอ เห็นใจกันบ้างสิ!

แสดงว่าคุณยิ่งลักษณ์ไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันบานปลายไปถึงไหนแล้ว ทำไมผู้คนถึงได้เกิดความกังวล อยากรู้ว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร? แน่ใจมั้ยว่าจะจัดการได้?....เพราะถ้ารัฐบาลจัดการไม่ได้ ปัญหามันใหญ่นะ ไม่น่าเชื่อ ดิฉันติดตามข่าวจากทีวี วิทยุ เท่านั้นล่ะค่ะ ทำงานอยู่บนดินถิ่นดอยโน่น ยังทันสถานการณ์กว่าคุณยิ่งลักษณ์ ผู้คุลกคลีอยู่ใน ศปภ. ศูนย์รวมข้อมูลข่าวสาร และเป็นผู้กำอำนาจจัดการเบ็ดเสร็จ ตาม พรบ.มาตรา 31 ..เวรกรรมอะไรของคนไทยหรือนี่!!

เมื่อคืนนี้ดูทีวีช่องนก ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ขัดแย้งที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองสามวา ท่ามกลางความขัดแย้ง มีสิ่งหนึ่งที่ประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง พูดเหมือนกัน

พ่อหนุ่มจากชุมชนคลองสามวาบอกว่า “คิดดู พวกผมน้ำท่วมจ่อแทบจะนอนบนหลังคากันอยู่แล้ว บ้างก็ต้องนอนบนฟุตบาทแฉะชื้นน้ำ  นานกว่าสัปดาห์ไม่มีใครมาเหลียวแลเลย”

ขณะที่พี่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งใต้ประตูระบายน้ำบอก “ไม่มีใครเข้ามาดูแล ตำรวจเขาก็อยู่จะทำอะไรได้ ไม่ใช่หน้าที่เขา แต่คนที่มีหน้าที่เจรจาไม่เห็นโผล่หน้ามาแล้ว”

หากรัฐบาลใส่ใจ มองเห็นหัวชาวบ้านสักนิด ต้องไม่ทิ้งให้ชาวบ้านเขาจมอยู่กับปัญหาที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จะอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหน ไม่มีข้าวจะกินไม่มีที่จะนอน แต่ถูกอ้อนวอนให้เสียสละ เข้าไปเจรจาหาทางออก บอกมาตรการเยียวยาว่าจะชดใช้เขาอย่างไร เพื่อรักษาพื้นที่สำคัญเอาไว้ นี่ขนาดว่าอยู่ใกล้กรุงเทพฯนะ นับประสาอะไรคนที่อยู่ห่างไกลออกไป แต่เรากลับได้เห็นภาพสะเทือนใจ ของกินของใช้ น้ำดื่ม เรือ เสื้อผ้า สุขาลอยน้ำ ที่รับบริจาค อยู๋ใน ศปภ.ดอนเมืองก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ถูกกระจายออกไปถึงมือผู้ประสบภัยอีกเป็นจำนวนมาก และก็ยังระดมการรับบริจาคเข้ามากองทับถมอยู่อีกเรื่อยๆ อีกด้านหนึ่งก็นำเข้าน้ำดื่มจากต่างประเทศอีกล็อตใหญ่  และเมื่อ ศปภ.ต้องลี้ภัยไปจากดอนเมือง ของบริจาคบางส่วนถูกทิ้งลอยน้ำท่ามกลางความเสียดาย เสียความรู้สึก ของพวกเราที่เห็นเพื่อนคนไทยรอความช่วยเหลือแต่ดูเหมือนคุณยิ่งลักษณ์จะไม่ได้ยิน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเหรอหรา “อะไรคะ ของบริจาคลอยน้ำ ที่ไหนคะ ขอตรวจสอบก่อนค่ะ” 

เมื่อวานฟังคุณจีรวรรณสัมภาษณ์ท่านหนึ่ง ขออภัยจำชื่อไม่ได้  ผู้รับผิดชอบเรื่อง สายด่วน 1111 กด 5 กับข้อซักถามว่า มีผู้ประสบภัยโทรฯขอความช่วยเหลือ แต่รอ 3 วัน 7 วัน ยังไม่มีใครเข้าไปหา หรือปัญหาว่าติดต่อยากเหลือเกิน...ดิฉันได้ยินท่านพูดว่า “ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้” อยู่ 2-3 ครั้ง ด้วยข้ออ้างว่า คนไม่พอบ้าง พื้นทีประสบภัยที่ไกลไม่สามารถเข้าถึงบ้าง....อ้าว! แล้วคุณยิ่งลักษณ์แม่จะประกาศใช้ พรบ.มาตรา 31 มาเพื่ออะไร(วะ)  ไม่ระดมเครื่องไม้เครื่องมือ สรรพกำลังมีอยู่ทุกภาคส่วนมาช่วยกัน จะมาอ้างชุ่ยๆว่าคนไม่พอขออภัยอย่างนี้ไม่ได้...ข้อมูลมีอยู่ในมือ ที่ไหนน้ำท่วมทุกที่มีผู้ประสบภัย ทำไมต้องรอให้โทรฯไปขอความช่วยเหลือมิทราบ 

อย่าโทษประชาชนไม่อพยพออกจากบ้าน  รัฐบาลไม่มีแผนจัดการเตรียมศูนย์อพยพที่ปลอดภัย หนีปัญหาหนึ่งไปเจออีกปัญหาหนึ่ง ย้ายศูนย์ไปเรื่อยๆ จะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาตรการบังคับก็กลัวจะเสียหน้า มีบ้านเรือนกี่หลังแล้วถูกมิจฉาชีพเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สิน  รัฐบาลทำให้ประชาชนมั่นใจได้หรือไม่ว่า อย่าห่วงบ้าน ห่วงทรัพย์ ตำรวจจะคุ้มภัยให้ท่านเอง  ไม่มีเลย...เห็นด๊อกเตอร์เฉลิมเพิ่งจะหายงอน ยาใจออกฤทธิ์ช้าเกินไปเปล่า นำตำรวจออกมาเตรียมพร้อมเมื่อวานนี้เอง กว่าถั่วจะสุก งาไหม้ไปหลายกระบุงโกยแล้ว

สุดท้าย...ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยเสียเอง หลังจากที่คุณยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า"หนูไม่ย้าย"  แต่ไม่เท่าไหร่หลังจากนั้น ศปภ.ต้องหนีภัยกันอลเวง ทิ้งของบริจาคลอยน้ำเท้งเต้งอยู่ในดอนเมือง บางคนอ้างมันฉุกละหุก ขนย้ายไม่ทัน ของมันมากเกินไป...โอ้...คุณยิ่งลักษณ์คนที่ต้องรู้ทันสถานการณ์มากที่สุดในประเทศนี้ พาศูนย์ประสบภัยหนีน้ำแทบไม่ทัน...แล้วอย่างนี้จะไปเตือนภัยใครได้? ไม่รู้หรือน้ำมันกำลังมา มาถึงเมื่อไหร่ มากเท่าไหร่ น้ำจะท่วมถึงดอนเมืองระดับไหน ต้องใช้เวลาขนย้าย เตรียมตัวอย่างไร? หรือเอาแต่ปักใจเชื่อปลอดประสพที่การันตีว่า “หมื่นเปอร์เซ็นต์ น้ำไม่ท่วมดอนเมือง”

นี่ได้ข่าวว่า ที่ตั้ง ศปภ.แห่งใหม่ สำนักงานใหญ่ของการปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศไทย  กำลังขะมักเขม้นกั้นถุงทรายกันยกใหญ่ เล็งหาที่ย้ายให้ดีล่ะคราวนี้ จะอ้างว่าไม่มีประสบการณ์อ่อนหัดไม่ได้แล้วนะ ขอเป็นกำลังใจให้เอาตัวรอดเด้อค่ะ ขาดเหลืออะไรให้บอก คนไทยมีน้ำใจอยู่แล้ว

ทั้งมวลล้วนเป็นผลแห่งความห่วยแตกของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทั้งสิ้น!!!

 ลิเกหน้าไหนไม่มีสิทธิ์โทษว่าใครวางยา

ภัยธรรมชาติส่วนภัยธรรมชาติ แต่ภัยแทรกซ้อนจากความผิดพลาดของรัฐบาล สาหัสยิ่งกว่า

เช้านี้ ภาคเหนือหมอกลงจัดแล้ว อากาศเริ่มเย็น ภัยน้ำยังไม่ผ่านไป ภัยหนาวกำลังจะมา ยิ่งคิดถึงเสื้อผ้าบริจาคทีถูกทิ้งให้แข่น้ำ ยิ่งช้ำใจ  ว่ากันว่าปีไหนน้ำมาก ปีนั้นจะหนาวจัด ถ้าเรายังมีรัฐบาลนี้บริหารประเทศต่อไป ลองจินตนาการดูเถิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น  

อาจมีบางคนคิดว่า หวานพวกตรูล่ะสิ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติมันทั่วประเทศเล้ย...หม่ำ หม่ำ อิ่มหนำสำราญ เอาอีกกี่แสนล้านดีล่ะ มาเป็นนิวไทยแลนด์กันเถอะพี่น้อง!!!

ขอบคุณภาพจาก www.theatlantic.com และ www.denverpost.com 

ถ้าไม่นับที่ไปรำวงทิงนองน็อยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ต่างประเทศในขณะที่ประชาชนจมน้ำไปแล้วหลายจังหวัด เมื่อกลับมาคุณยิ่งลักษณ์ทำงานเต็มที่มั้ย? เต็มที่ค่ะ แต่ว่าทำงานไม่เป็น เหมือนที่คุณโชค บูลกุล แห่งฟาร์มโชคชัยที่ถูกน้ำท่วมเหมือนกันกล่าวกับรายการตอบโจทย์ทีวีช่องนกเมื่อคืนนี้ว่า

 “คนที่คิดว่าตัวเองรู้ แต่ไม่รู้ และลงมือทำด้วยนี่สิ เป็นภัยที่น่ากลัว”

โดย หน่อผุด

 

กลับไปที่ www.oknation.net