วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไดอารี่ 7 วัน 7 ภาพ ( 21 )


วันศุกร์ 28 ตุลาคม 2554



วันนี้ลางาน 1 วัน เพื่อพาครอบครัวและรถ อพยพไปสัตหีบ จ. ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านแม่ของผมเองหลังจากน้ำเริ่มไหลขึ้นมาจากท่อระบายน้ำมากขึ้น โดยช่วงที่ออกจากบ้าน น้ำที่ผุดมาจากท่อระบายน้ำหน้าบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดออกไป 2 หลังเริ่มไหลมาถึงหน้าบ้านเราแล้ว แต่ไม่ได้น่ากลัวอะไร มันแค่ค่อยๆไหลมาเท่านั้น

ตามแผนของเรา ผมจะทิ้งลูกชาย 2 คน แมว 1 ตัว และรถ 1 คันเอาไว้ที่สัตหีบครับ ส่วนผมกับภรรยา ก็ต้องกลับมาทำงานในวันจันทร์ตามปกติ

เมื่อมาถึงสัตหีบ ตอนเย็นๆผมกับลูกชาย พากันปั่นจักรยานไปเที่ยวชายหาดที่บางเสร่ เพราะอยู่ใกล้ๆกับบ้านแม่ หนีน้ำเน่า กทม. มาเล่นน้ำทะเล ที่บ้านเกิด ช่วยแก้เครียด ก่อนน้ำท่วมบ้านได้ดีเหมือนกัน

วันเสาร์ 29 ตุลาคม 2554



ฝรั่งมาแถวนี้ก็คงจะมึนเหมือนกัน ว่ามันเกี่ยวกับเออร์เนสโต้ " เช " เกวาร่า นักปฏิวัติชาวอาร์เจนติน่าอย่างไร

ก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงไม่ใช้คำว่า " JE " ที่ออกเสียงตรงกับคำว่า " เจ " มากกว่า

สี่แยกเจนี้อยู่ใกล้ๆกับบ้านแม่ผมที่สัตหีบ

สมัยก่อน ตอนผมอยู่ชั้นมัธยม พื้นที่แถบนี้ยังกันดารมาก ที่ไหนๆเขามีไฟฟ้ากันหมดแล้ว แต่แถวนี้ไม่มี ครอบครัวเพื่อนผมคนหนึ่งต้องย้ายมาอยู่แถวนี้ เลยต้องเอาตู้เย็น
มาทำเป็นตู้เสื้อผ้า เพราะไม่มีไฟฟ้า

เราโทรศัพท์กลับไปถามเพื่อนบ้านที่กรุงเทพถึงสถานการณ์น้ำแถวบ้าน ได้รับการบอกกล่าวว่าเมื่อคืนฝนตกหนัก ระดับน้ำเลยสูงขึ้น แต่ไม่มีอะไรน่าตกใจ

วันอาทิตย์ 30 ตุลาคม 2554



ก่อนกลับบ้านที่กรุงเทพ เราเอารถไปจอดไว้ที่บ้านน้องเขย ในกองเรือยุทธการณ์ ( กร. )  ปรากฏว่ามีรถจากกรุงเทพมาขอจอดไว้แล้ว 1 คัน

ตอนเช้า โทรไปถามข่าวคราวเรื่องน้ำท่วมที่กรุงเทพ ได้รับแจ้งว่าน้ำเริ่มเข้าโรงรถแล้ว แต่ไม่มากมายอะไรนัก

ตอน 4 ทุ่ม กลับมาถึงบ้าน ปรากฏว่าเกินความคาดหมาย ถนนในซอยเข้าบ้าน น้ำท่วมสูงระดับครึ่งแข้งเข้าไปแล้ว รถแท็กซี่ผวา ไม่กล้าเข้า เมื่อมาดูบ้าน ปรากฏว่า น้ำเข้าไปในโรงรถทั้งหมด สภาพน้ำสกปกมาก พัดอะไรต่อมิอะไร เข้ามาจนเขรอะไปหมด

เนื่องจากตัวบ้านเราอยู่สูงจากพื้นโรงรถหลายสิบเซ็นติเมตร ชาวบ้านแถบนี้ก็เลยยังไม่ค่อยมีใครตื่นเต้นตกใจอะไร

วันจันทร์ 31 ตุลาคม 2554



ยังมาทำงานปกติ ที่ปากซอยน้ำยังไม่ท่วม แห้งสนิท แต่พอข้ามมาถึงบริเวณแยกที่ถนนนวมินทร์ ที่ตัดกับถนนรามอินทรา บริเวณ กม.8  หน้าปากซอยใหญ่ของบ้านเรา ปรา
กฏว่าน้ำที่ป้ายรถเมล์เริ่มท่วมแล้ว

วันอังคาร 1 พฤศจิกายน 2554



ภรรยาออกไปทำงาน หลังจากผมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เพราะน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ คงจะไม่สูงขึ้นมาก หลังจากภรรยาออกไปไม่กี่ชั่วโมง ผมก็ออกตามไป เพราะผมเข้างานช้ากว่า

ตอนแรกก็เดินลุยน้ำออกไปไกลเหมือนกัน แล้วก็เกิดนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ ก็เลยเดินกลับมา แต่ขณะเดินกลับ ก็สังเกตุว่าน้ำขึ้นสูงเร็วมากผิดปกติ

ท้ายที่สุด ผมก็ตัดสินลางาน และเรียกภรรยากลับบ้านด่วน เพราะเกรงว่า หากรอถึงตอนเย็น ภรรยาอาจจะกลับเข้ามาบ้านไม่ได้ ในช่วงนั้น คนในซอยมากมายก็เริ่มอพยพกันแล้ว บนถนนหน้าปากซอยที่ไม่มีน้ำเมื่อเช้าวานนี้ ก็มีน้ำเต็มไปหมด ซอยเราที่คึกคักอยู่แล้ว ก็ยิ่งคึกคักมากขึ้น

เมื่อภรรยากลับมา เราก็เริ่มป้องกันบ้านกันอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก โดยจ้างช่วงมาก่ออิฐ ยกปั้มน้ำขึ้นสูง ขณะที่เพื่อนร่วมงานของภรรยา ก็มาช่วยกันอุดห้องน้ำ ไม่
ให้น้ำดันขึ้นมา

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2554



วันนี้ หยุดงานอีกวัน เพราะน้ำขึ้นสูง และคาดว่าน้ำอาจจะขึ้นมาถึงแนวอิฐที่เราก่อเอาไว้ เราจะได้ดูว่ามีตรงไหนที่รั่วบ้าง จะได้รีบอุด

และก็เป็นจริงตามนั้น เมื่อมีน้ำรั่วเข้ามาในบ้าน แต่มันไม่ได้รั่วมาจากแนวกำแพงที่เราก่อขึ้นเมื่อวาน แต่มาจากรูรั่วของบ้านตามจุดต่างๆในครัว และที่หน้าประตูบ้านที่มีอยู่แต่เดิม และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครให้ความสนใจ

ทั้งวัน เราก็เลยทั้งอุดทั้งวิดกันวุ่นวายไปหมด สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ตามเรื่องตามราว

ตอนเย็น แดดร่มลมตก ออกไปลุยน้ำเน่าเพื่อเดินเล่น แล้วก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกน้ำเน่าหลังบ้านรูปนี้มา

วันพฤหัสบดี 3 พฤศจิกายน 2554



หลังจากที่ตื่นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อมาอุดรูรั่วใหม่ๆที่เจ้าน้ำแผลงฤทธิ์เอาไว้ในช่วงกลางคืน เราก็ตัดสินใจว่า ระดับน้ำที่รั่วออกมา ไม่น่าจะมากมายอะไร น่าจะพอเอาอยู่ ผมก็เลยตัดสินใจไปทำงาน หลังหยุดมา 2 วัน

ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตครับ ที่ต้องนั่งเรือแจวมาทำงาน

ลุงคนพายเรือ ก็อยู่ในหมู่บ้านเรานี่เอง อยากให้แกมารับ ก็โทรเข้ามือถือแก่ เดี๋ยวเดียว แกก็มา

พอมาถึงปากทางหมู่บ้าน ก็โบกรถบรรทุก กทม.มาปากซอยใหญ่ ดูวุ่นวายพิลึก

เมื่อกลับมาในตอนเย็น ก็ต้องโบกรถกลับเข้าบ้านอีก และก็เป็นอย่างที่คาด น้ำที่รั่วเข้ามา ก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก พอรับมือได้ แม้ว่าจะไม่ได้วิดมานาน 8 - 9 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

แต่พอเปิดห้องน้ำเข้าไป ห้องน้ำที่เคยแห้ง กลับมีน้ำเกือบล้น สืบไปสืบมาก็พบว่านั่นเป็นเพราะที่ฐานโถส้วม เขามีการเจาะรูใหญ่ๆเอาไว้สองรู ไม่รู้ว่าเขาเจาะไว้ทำอะไร และน้ำก็ทะลักเข้ามาทางรูนี้ ก็เลยต้องทำการอุด และวิดน้ำกันอีก

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net