วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฤาคือมนุษยทัณฑ์


(๑๒) ฤๅคือมนุษยทัณฑ์

ร่าย

๑๕๕ เอกโอมพราวแผ่นฟ้า เพ็ญผ่องจ้าเทียมตะวัน[1] คืนพระจันทร์เต็มดวง แลใหญ่หลวงเกินโลก แหล่งหล้าโศกลงทันใด หน้าร้อนใยกลายเป็นหนาว ฤาถึงคราววิปโยค อาเพทโลกวิบัติภัย แปรเปลี่ยนไปภูมิอากาศ ภูมิศาสตร์วิปริต จึ่งวิกฤตการณ์เป็น ร้อนกลับเย็นลงยะเยือก แถวทิวเทือกพระสุเมรุ ร้างโล่งเห็นสุดตา ผืนป่าเคยซับน้ำ ซึมสู่ต่ำใต้บาดาล อันตรธานมะหับมะหาย ป่ากลับกลายเป็นเปล่า แปนเปลือยเขาถากไถ เป็นผืนไร่แหล่งผลิต คนเห็นผิดเป็นชอบ กอปรโลภมากลาภหาย ภยันตรายมาเยือน น้ำฟ้าเฟือนท่วมโลก จึงวิปโยคแผ่นดิน คนคดสิ้นศีลธรรม เลวระยำแนวคิด เห็นผิดหลงกำไร จุดไฟเผาปัญญา บาทาเทินแทนหัวคิด เอาหัวติดขี้ดิน แถกถ่างกินคำหยาบ จาบจ้วงแม่ธรณี เอาอัปรีย์รดราด เอาเลือดสาดพสุธา จึ่งธารามาล้าง ลงทัณฑ์ผู้มันสร้าง เสกให้ทุกข์เข็ญ บารนีฯ

โคลง ๔ สินธุมาลี

๑๕๖ หนาวคืนเพ็ญพร่างฟ้า   ภายกลาย      มาเฮย

เดือนสี่วันเสาร์หมาย            หมดมื้อ

ปลายขาลย่างเถาะทาย                   ศกใหม่          มานา

เกินกึ่งสหัสวรรษตื้อ             สองพันฯ

๑๕๗ เป็นวันวิปริตโลก                   ดลฤๅ

ห้าสี่ห้าร้อยคือ                    ศกนี้

มหาอุทกถือ                       กำหนด ไฉนนอ

ถั่งท่วมทะลวงชี้                            ชัดหมายฯ

๑๕๘ วอดวายเวิ้งเขตแคว้น   อุตสาหกรรม

ลบหลั่งลาดเททำ                          ปิดกั้น

กีดขวางคั่นคลองนำ            ทางเที่ยว เทียวเฮย

ทางที่ไหลใยขั้น                           ทดขวางฯ

๑๕๙ หนทางธรรมชาติน้ำ               นองไหล

หนแห่งทิศทางไป                         สู่ลุ่ม

จากเหนือสู่ใต้ไกล               เกินอ่าว         ทะเลฤๅ

หาใช่ไหลทวนคุ้ม                         เคยจรฯ

๑๖๐ นาครนคเรศลุ่ม  ลำเค็ญ พ่อเอย

ฤๅว่าใครเขาเข็น                 ขับเคลื่อน

ใครหนอก่อกรรมเห็น  ดีแก่-  ตนฤๅ

วิบัติซัดสาดเพื่อน                ปวงไปฯ

๑๖๑ น้ำใจไหลถั่งถ้วม ทวยอุทก-      ภัยแฮ

ไหลหลั่งรายรวยตก    ต่างชื่น

ระทมท่วมหัวอก                  อุกอั่ง  เย็นเฮย

ดุจดั่งชุบชีพฟื้น                   ดับเข็ญฯ

วิชชุมาลี

๑๖๒ จักกล่าว หลานเหลนหล่อน มวลหมู่แรงงาน

ทำกิน  เงินคำเป็น      ค่าหมายขายซื้อ

ส่งให้  ตายายบ้าน     หลานเหลนและลูก

          กินสืบมื้อ       เมือหน้าใหญ่บานฯ

๑๖๓ อีกทั้ง อดออมใช้         เป็นหน้าเป็นตา

ป้ายแดง เมือเฮือนชาน         จอดโชว์ดูโก้

วางเงิน          แสนมีช้า        นายประกันเกินงวด

ผัวเมีย ทอมทอดโอ้   เดือนเข้าหมื่นปลายฯ

๑๖๔   ยังค่าห้อง      หออยู่พิงพัก

แลงงายประหยัด       อยู่กินพอแล้ว

ผักแพวหญ้า   ราคาหลายบาท

เขินขาด แนวอยู่ท้อง  สะดวกซื้อหว่างซอยฯ

๑๖๕ ขวบเมื่อ น้ำท่วมฟ้า ปลาสิก่องกินดาว  พุ้นเยอ

          ฝันถดถอย      หว่างทางยาวเยิ้น

คือจั่ง  ขาวกลับข้าง   เป็นดำมืดบอด

ฝันว่า  เหินอยู่ฟ้า      จริงแท้อยู่ดินฯ

๑๖๖ โรงงาน จมใต้น้ำ          ทะเลสาบปานเป็น พ่อเอย

ฝันจึง  เพพังภิน                  จ่อมจมกับน้ำ

จำหนีเว้น       คืนเมือบ้านแม่

มาสู่ก้ำ          เมืองบ้านพ่อตนฯ

๑๖๗ อาศัย ข้าวอยู่เล้า         พ่อแม่ประทังกิน

          มีอับจน                   ไฮ่นาแนวรั้ว

          แดนดินนี้       มีประกันหมั้นแก่น

มาเถิด ครัวแม่สร้าง    เสถียรแท้สืบมา         ลูกเอยฯ

 

๑๖๘ บ่ห่อน รวยล้นฟ้า         โกยกอบเกินกิน        ดอกนา

ขอแต่  เพียงพอพา     อยู่สุขเกษมได้

เจ็บไข้ จงวายสิ้น       โรคาบังเบียด

          มีบ่ไฮ้            ผญาล้นฮั่งฮอมฯ

 

โคลง ๔ มหาสินธุมาลี

๑๖๙ ยินยอมฤๅหาไม่ หนอมนุษย์

หรือจะเอาให้สุดสุด    ไปข้าง

จะเอาอยู่[2]หรือหยุด     วางก่อน        กันแน่

ธรรมชาติลงทัณฑ์ล้าง          บาปบ้ามนุษย์ทำฯ

๑๗๐ มิยำเยงเกรงผิดพ้อง     ปฐวี    ปวงเฮย

และล่วงละเมิดบัดสี    แผ่นด้าว       

ดงดอนแหล่งชลธี               เกิดก่อ กระแสนา

ถางถากปักรอยร้าว     แถกเทือกรอยไถฯ

๑๗๑ ไหลแรงแดงเถือกท่วม พสุธา

คือเลือดและน้ำตา     แผ่นพื้น

ละลายหลั่งลงมา                 ครืนคลื่น ทะเลฤๅ

ปานถล่มทะลายครื้น   ถั่งถ้วมตายถมฯ

๑๗๒ สายลมทักแผ่นน้ำ        ปลิวไสว

แดดอ่อนทาทาบไป    สุดคุ้ง

เยือกเย็นห่อนเห็นใด  ดูแปลก         เลยเฮย

เต็มอ่างเติมสายรุ้ง     วาดโค้งขอบขัณฑ์ฯ

๑๗๓ ขึงคามกันกีดกั้น          หุบเขา

คือเขื่อนขังเขตเนา     แม่น้ำ

ปิง วัง น่าน ยม เอา    ไว้อยู่   ฤๅแม่

ไป่ท่วมนาหยัดย้ำ                เกี่ยวข้าวสุพรรณบุรีฯ

๑๗๔ บดีเขาสั่งห้าม   ชลธาร

ใครขัดจักสังหาร                 จ่อมม้วย

คนคุมเขื่อนทัดทาน    บังอาจ มึงเฮย

กูสั่งอำนาจด้วย                  ดั่งชี้นายมึงฯ

๑๗๕ ปังปึงถึงตบต้อง ผืนโต๊ะ ประชุมเฮย

เสร็จสั่งบัญชาโชะ      เฉกนี้

นากูเกี่ยวเก็บโละ                ไป่เสร็จ         ทีเฮย

ขึงเขื่อนขังไว้ซี้                   หนักแปร้กบาลใครฯ

 

โคลง ๓ สุภาพ

๑๗๖ เข้าใจแต่แล้วส่ายหน้า  เคยทำทุกทีบ่เป็นแบบว่า

แลมวลน้ำจรดฟ้า                หนักอึ้งในกมลฯ

๑๗๗ จำทนตามหน้าที่         วินัยมีแบกแท้

หนักสุดทนห่อนแก้    กอปรด้วยคุณธรรมฯ

๑๗๘ ระดับน้ำเกณฑ์สูงมาก หากระบายบ่ได้ไซร้

เขื่อนแตกตายตกไร้   ผิดชอบไผนอฯ

๑๗๙ แหงนคอแลฝั่งฟ้า        เมฆดำมาต่ำใต้

ฝนเททั่วไกลใกล้                แหล่งลุ่มทะเลปาน บารนีฯ

 

ร่าย

๑๘๐ มรสุมผ่านพาด กันยามาสมาถึง ตุลาอึงฝนถั่งฟ้า ลงนองหล้ารายลุ่ม เขื่อนขืนคุมบ่อยู่ น้ำล้นตรูทะลัก โดยน้ำหนักมหึมา มหิทธาแรงฤทธิ์ เกินกว่าสิทธิ์แม่คงคา ยับยั้งห่าพระพิรุณ สมดุลเขินขาดแล้ว ปะทะแนวกำบัง กำแพงฝั่งเมืองสุพรรณ นครสวรรค์สมทบ ท่วมทำนบอยุธยา ชาวนคราจ่อมจม มวลน้ำยม วัง น่าน ท่วมบาดาลเจ้าพระยา ยาตราพลประชิดกรุง พุ่งทะลักนนทบุรี ที่หมายมีคือแม่ทะเล แต่หันเหแห่งหน จึ่งพุ่งชนคูขวาง คลองระวางเขินขนาด มิอาจรับมวลน้ำไหว เจิ่งนองไปสารทิศ บ้างไปติดที่ขัง นานวันยังเน่าเหม็น กลายเป็นมวลมลพิษ คิดบัญชีมวลมนุษย์ ทุกข์เข็ญโดยสุดสุด สลดทั้งพระนคร ท่านเอยฯ



[1] Supper Moon วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนสี่ ปีขาล วันเสาร์ที่ ๑๙ มีนาคม ..๒๕๕๔ ปีขาล (ปีเถาะนับแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๔)

[2] ถ้อยแถลงซ้ำๆ ของนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อการรับมือมหาอุทกภัย ๒๕๕๔ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล

โดย สมคิด_สิงสง

 

กลับไปที่ www.oknation.net