วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คำเตือน : มหาอุทกภัยครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ถ้ายังจับคนร้ายที่ก่อเหตุทำให้เกิดอุทกภัยไม่ได้


        น้ำท่วมครั้งนี้หลากหลายน้ำตาที่หลั่งไหล เพราะหมดเนื้อหมดตัว มันท่วมท้นอยู่ในหัวอก หัวใจ ของผู้คนนับแสน นับล้านคน มันหลั่งใหลมานานแล้ว จนใหลเลยกรุงเทพฯ จวนจะไปลงทะเลอยู่แล้ว แต่ นายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกหญิงคนแรกของประเทศไทย เธอเพิ่งตื่น เพิ่งเห็นทุกข์เข็ญของผู้คนจนหลั่งน้ำตาออกมาครึ่งหยดที่ จ.นครสวรรค์เมื่อเข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ฯ ก็มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อประชาชนอยู่ 2 กรณี

        กรณีแรก ได้แก่การทำนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ให้กลายเป็นความจริงให้ได้เพราะนอกจากจะเป็น เรื่องของจรรยาบรรณทางการเมืองที่ต้องปฏิบัติแล้วยัง จะต้องคำนึงถึงว่า ในจำนวนประชากรที่เลือกพรรคเพื่อไทย 15 ล้านคนนั้น มีมากกว่าครึ่งที่เลือกเพราะนโยบายพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพราะรักคุณทักษิณฯ หรือเป็นคนเสื้อแดง แต่ปัจจุบันนี้นโยบายขายฝันดังกล่าวกำลังมีแนวโน้มว่าว่า “จะทำไม่ได้”

        กรณีที่สอง เป็นสัญญาประชาคม ที่คุณยิ่งลักษณ์ฯ ให้ไว้กับประชาชน 3 เรื่อง ซึ่งไม่รู้ว่าคุณทักษิณฯ คู่แฝดคุณยิ่งลักษณ์ฯ จะรู้หรือไม่ได้แก่ (1) แก้ไข ไม่แก้แค้น  (2) สร้างสุข สลายทุกข์ และ (3) จะไม่ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

        ปัจจุบันนี้เกือบ 3 เดือนแล้วที่พรรคเพื่อไทยนำอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ไปใช้ในการบริหารประเทศ โดยมีคุณยิ่งลักษณ์ฯ เป็นผู้ใช้อำนาจนั้น จะเห็นได้ว่า คุณยิ่งลักษณ์ฯ ไม่สามารถที่จะทำตามที่เคยพูดไว้ได้เลย ทั้งนโยบายและสัญญาประชาคม เช่น “การแก้ไข ไม่แก้แค้น” แต่ข้าราชการถูกโยกย้ายยับเยินจากตัวใหญ่ไปสู่ตัวเล็ก จนเกิดการชลองานขึ้นในภาวะน้ำท่วม เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่รู้ว่าจะถูกย้ายไปไหนจึงไม่อยากจะคิดจะทำอะไร ระบบงานในส่วนราชการจึงเกิดความสับสนไปหมด เรื่อง “สร้างสุข สลายทุกข์” ก็เห็นได้ชัดเจนว่า ประชาชนค่อนประเทศเดือดร้อน เต็มไปด้วยความทุกข์ ทรมาน หลายแสนคนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่งเป็นผลมาจาก การบริหารในระดับประเทศ แบบลองผิด ลองถูก ซึ่งเคยใช้ ในการบริหารภาคเอกชนจนทำให้เกิด ความผิดพลาดซ้ำซากในการแก้ปัญหาน้ำท่วม จากอุทกภัยธรรมดา ได้พัฒนาไปสู่ มหาอุทกภัยในที่สุด การออกมาแก้ตัวว่า อำมาตย์ หรือ พรรคประชาธิปัตย์ กักน้ำในเขื่อนไว้ แล้วแอบปล่อยน้ำออกมาเพื่อล้มรัฐบาล คนส่วนใหญ่คงไม่มีใครเชื่อหรอกครับ คนปล่อยข่าวคงลืมไปว่า การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน อยู่ภายใต้ “คณะกรรมการบริหารน้ำแห่งชาติ” ซึ่งแบ่งย่อยออกมาเป็น อนุกรรมการ ควบคุมดูแลแต่ละเขื่อนอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นหลักฐานจากการปฏิบัติงาน,บันทึกการประชุม การสั่งการและข้อมูลระดับน้ำในเขื่อน ฯลฯ มีอยู่มากมาย ลงไปถึงตัวบุคคลที่เป็นกรรมการ,อนุกรรมการ ในขณะนั้นอีกด้วย แต่ถ้าจะนำเหตุการณ์เปิดจากสื่อต่างๆ มาตรวจสอบดู ก็จะรู้ว่า รมต.หรือคนที่ออกมาโจมตีเรื่องการปล่อยน้ำดังกล่าวนี้ ทำอะไรอยู่บ้าง ในขณะที่เกิดพายุพัดเข้ามาในประเทศไทยแต่ละลูก ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า รัฐบาลเคยให้ความสนใจหรือให้ความสำคัญกับเรื่อง “น้ำและเขื่อน”อย่างจริงจังบ้างหรือเปล่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้ แม้แต่ สส. ของพรรคเพื่อไทย เองก็รู้อยู่เต็มหัวอก หัวใจ ครับ เพียงแต่ว่า “น้ำท่วมปาก” พูดไม่ได้เท่านั้น

        ส่วนสัญญาประชาคมข้อสุดท้าย คือ “การไม่ทำเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนี่ง” นั้นก็ชัดเจนว่า ในกลุ่มคนไทยด้วยกันแล้ว คนใส่เสื้อสีแดงต้องมาก่อน พิสูจน์ได้จาก กรณีน้ำท่วมครั้งนี้ อีกเช่นกัน

        น้ำท่วมเมื่อยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มีคนของพรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องให้ รัฐบาลประชาธิปัตย์ รับผิดชอบหลายอย่างนับตั้งแต่ การกดดันให้คุณอภิสิทธิ์ ลาออก,รับผิดชอบต่อผู้เสียชีวิต ฯลฯ แต่ “อุทกภัย” ครั้งนี้คนตายไปแล้ว 500 กว่าคน เสียหายในขั้นต้นทาง มูดี้ส์ ประมาณว่า สูงกว่า 2 แสนล้านบาท ฯลฯ มากกว่ายุค พรรค ปชป. หลายสิบเท่า หรือจะไม่มีคนออกมารับผิดชอบ มาตราฐานของคนในพรรคเพื่อไทยที่เคยเรียกร้องในเรื่องอุทกภัยไว้ เมื่อตอนที่ พรรค ปชป. เป็นรัฐบาลจะไม่แสดงออกมาบ้างก็ผิดปกติแล้ว หรือว่าลืมมาตราฐานไปอย่างกระทันหัน หรือว่านี้คือต้นแบบของการกระทำ 2 มาตราฐานที่แท้จริง

        จากความผิดพลาดมากมายมหาศาล แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลย ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจากการบริหารงานของรัฐบาลชุดไหนๆ ก็ตาม จึงทำให้ คุณยิ่งลักษณ์ฯ และ รมต. ชุดนี้ยากที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบครั้งนี้ได้ ถ้าเป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจริงๆ เหมือนที่มวลชนของพรรคเพื่อไทยชอบอ้างถึงนั้น นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกประการเดียวครับ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ก็เสนอมาเพื่อให้นำไปคิดกันเอาเอง แทนที่จะไปคิดเรื่อง พิมพ์เขียวการฟื้นฟูประเทศหลังน้ำลด (NEW THAILAND)  ซึ่งผมไม่รู้ว่า ไปเอาข้อมูลอะไรมาคิดเป็นเรื่องราว เพ้อฝันออกมาได้ขนาดนี้ เพราะในปัจจุบัน มวลน้ำจำนวนมหึมายังล้อมจ่อถล่มกรุงเทพฯอยู่ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมเพิ่งเริ่มจะทรงตัว หรือจะเอาแผนเพ้อฝันนี้ ขึ้นมาปลอบประโลมใจ ขายฝันในอากาศให้กับประชานอีกครั้งหนึ่ง เหมือนที่ทำมาแล้วในเรื่องนโยบายและสัญญาประชาคม

        ความหมองหม่นและเศร้าสร้อย ของผู้คนสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามใบหน้า สายตา,กริยาอาการ แม้กระทั่งสิ่งของที่ไม่มีชีวิต บนท้องถนนก็ยังหม่นหมองตามไปด้วย ลมหนาวจากเหนือมาถึงกรุงเทพฯ หลายวันแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครในกรุงเทพฯรู้สึกถึงการมาของมัน เพราะ “มนุษย์” ในสถานการณ์ที่ป้องกันตัวเองไม่ได้ ย่อมจะสับสน ท้อแท้ เป็นเรื่องปกติครับ น้ำ มันไม่ได้ท่วมถนนบ้านเราอย่างเดียว แต่มันกำลังท่วมใจของเราอีกด้วย อย่าเผลอตัว เผลอใจไปกับมัน ตั้งสติเอาไว้ครับ
น้ำลดยังมีเรื่องที่ต้องเผชิญหน้าอีกหลายเรื่อง ดังนั้นลองคิดเล่นๆเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ว่าถ้าเราเป็น รัฐบาลในปัจจับันนี้ จะทำอะไรบ้าง เช่น

        1.ย้าย รมต. ที่ยักยอกเก็บน้ำไว้ที่ นครสวรรค์
        2.ย้าย รมต. ที่ทำงานไม่ได้เรื่อง ออกไปเพื่อเป็นแพะ เพราะปูสำคัญกว่าแพะ
        3.ลงไปเยี่ยมทหาร เอาคะแนนเสียงไว้ก่อน
        4.เวลาน้ำลดที่ไหน นายกต้องไปเยี่ยมที่นั่น พร้อมกับจัดตั้งคนไป เชียร์นายกด้วย
        5…………………………………………….
        6…………………………………………….

        มหาอุทกภัยครั้งนี้ สร้างความเสียหาย ยับเยิน ทั้งต่อทรัพย์สมบัติของชาติและพี่น้องประชาชน แต่มันจะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ความพินาส ล่มจมของชาติยังรอจ่อคิว ติดตามมาอีกครับ ถ้าเรายังจับหรือหาตัว “คนร้าย” ที่อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า ในการก่อเหตุอุทกภัยครั้งนี้ไม่ได้ หรือพวกจะยอมรับสภาพที่เลวร้ายเช่นนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกต่อไป

กรุงเทพฯ  วันที่ 8 พฤศจิ’54

โดย พล.ท.นันทเดช

 

กลับไปที่ www.oknation.net