วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเป็นมา ถนนลาดพร้าว 101 (วัดบึงทองหลาง)


         เมื่อได้อ่านหนังสือ ที่ ดร.พิเชฐ ทั่งโต พร้อมคณะเป็นบรรณาธิการได้เรียบเรียงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของถนน ลาดพร้าว 101 ที่เชื่อมถนนลาดพร้าว กับวัดบึงทองหลาง ประมาณ 2.5 กิโลเมตร และเชื่อมไปยัง ซอยโพธิ์แก้ว เพื่อไปยังถนนนวมินทร์ หรือสุขาภิบาล 1 และไปยังจุดอื่น ๆ ได้อีกหลาย ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์และคุณูปการของคนในอดีต จึงเป็นเรื่องที่อยากนำมาเผยแผ่ต่อ เพื่อประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังจะได้รู้ว่า ถนนที่คนคิดและทำไว้เมื่อ 50 กว่าปี ได้ส่งผลต่อคนอีกรุ่นหนึ่งอย่างที่ปรากฏในปัจจุบัน

ดังมีข้อความว่า ที่ปรากฏในหน้า 50 ของหนังสือ ที่จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในคราวที่พระครูพิศาลวิริยรคุณครบรอบ 80 ปี


หนังสือที่จัดพิมพ์คราว 80 ปี พระครูพิศาลวิริยคุณ

ถนนชีวิต

          จากคำบอกเล่าวัดบึงทองหลางที่แต่เดิมจะต้องเดินทางเรือในคลองโพงพางเท่านั้นได้มีถนนตัดผ่าน และสามารถสัญจรไปได้  หรือต้องสัญจรด้วยการเดินเท้าไปตามคันนาของชาวบ้านเดินลัดทุ่งเพื่อไปตลาดบางกะปิซึ่งเมื่อเทียบกับสมัยปัจจุบันต้องถือว่าไกล

สิ่งหนึ่งเวลาที่ไปที่ใด ท่านจะเล่าให้คนฟังเสมอว่า สมัยก่อนแถววัดบึงทองหลางลำบาก ตรงไหนก็มีแต่คลองแต่น้ำ ไปไหนที่ต้องพายเรือจากคลองลำพวย ไปที่คลองแสนแสบ พายเรือกันเป็นวัน   และจากเหตุผลนั้น เรื่องการทำถนน หากท่านผู้อ่านมาที่วัดบึงทองหลางจะเห็นถนนเลนใหญ่กว่าปกติ และไม่ต้องเวนคืนเมื่อมีการขยายถนน

          จากการที่ท่านเล่าให้ฟังบ่อย ๆ เรื่องถนนหน้าวัด ตั้งแต่ปากทางซอยติดถนนลาดพร้าวซอย ๑๐๑ จะเป็นถนนที่แต่เดิมเป็นถนนดิน ที่สร้างขึ้นในสมัยหลวงพ่อสิงห์โต ท่านได้เดินขอที่ดินของชาวบ้านในระแวกติดถนนตลอดแนวตั้งแต่ปากทาง จนถึงวัดบึงทองหลาง รวม ๒ ข้าง ยี่สิบเมตร ใน พ..๒๕๐๘   หลวงพ่อโตได้ขอบริจาคที่ดินจากชาวบ้าน กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๔๔๐ เมตร  เพื่อทำถนนเข้าวัดบึงทองหลาง ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของที่ดินเป็นอย่างดี               ซึ่งหลวงพ่อจะพูดอยู่เสมอว่า “สมัยนั้นที่ดินไม่มีราคา ขอคนละ ๑๐ เมตร จึงไม่มีใครว่าอะไร ถ้าเป็นอย่างสมัยนี้ไม่ได้หรอก ตารางวาละหลายหมื่นคงไม่มีใครให้” หลังจากนั้น หลวงพ่อโตจึงได้ทำหนังสือของบประมาณจากรัฐบาล  ตามลำดับขั้นตอน ในขณะนั้นนายชำนาญ ยุวบูรณ์  เป็นอธิบดีกรมการปกครอง  นายชิต อินทรอำพรรณ  เป็นหัวหน้าเขตบางกะปิ  การทำถนนในครั้งนั้นได้งบประมาณจากรัฐ เอามาจ้างคนขุดดินทำถนน  เมตรละ ๔๐ บาท กิโลเมตรละ ๔๐,๐๐๐  บาท แต่งบประมาณจากรัฐไม่พอ   หลวงพ่อโตจึงได้บริจาคเพิ่มสมทบไปอีก ๑๗,๐๐๐   บาท  จึงได้ถนน กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๔๔๐  เมตร  ซึ่งในปัจจุบันทางราชการได้ทำการขยายปรับปรุงถนนจนเป็น ๔ ช่องจราจร เต็มทั้ง ๒๐  เมตร  ซึ่งเป็นที่สะดวกอย่างยิ่งในการจราจรในปัจจุบัน จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเมื่อมีการขยายถนน จึงไม่ต้องมีการเวนคืนจากประชาชน เพราะด้วยความที่หลวงพ่อท่านมีวิสัยทัศน์กว้างไกล และสิ่งหนึ่งสะท้อนออกมากับคำว่า “ถนนแห่งชีวิต” ซึ่งหากเปรียบเทียบชีวิตของท่านก็คงเหมือนถนนที่คนผู้มาเยือนในภายหลังก็ต้องเหยียบย่ำลงบนถนน ส่วนจะสำนึกหรือไม่ว่าถนนมีคุณในฐานะเป็นเส้นของชีวิตหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด “ชีวิตคนนั้นสั้นนัก เมื่อชีวิตจบลง แต่ถนนแห่งชีวิตของคนแล้วคนเล่าจะยังคงดำเนินสืบต่อกันไป” แต่สิ่งที่จะจดจำไว้เล่าขานและจดจำกันในแต่ละช่วงสมัยคือมรดก “กรรม” ที่ได้สร้างไว้  “โลกนี้สถิตไว้  แต่ชั่วดี ประดับได้ให้ทรงจำ”

                ผู้เรียบเรียงได้รับฟังและเห็นว่ามีประโยชน์  จึงนำมาบันทึกไว้และเป็นการบันทึกเรืองราวของอดีตเพื่อนำไปสู่การศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน หรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ เป็นอย่างดียิ่ง ซึ่งควรค่าแก่การจดจำ และระลึกถึงว่า นี่คือความเป็นมาของชุมชนบึงทองหลางของเรา  และเพื่อบอกเล่าให้กับคนอีกรุ่นทราบว่านี่คือความเป็นมาของถนนเส้นนี้ 

ถนนลาดพร้าว 101 พ.ศ.2521


มุมกล้องตรงบริเวณสะพานหน้าวัด และลานจอดรถวัดบึงทองหลางปัจจุบัน

ถนนลาดพร้าว 101 พ.ศ.2521

หนังสือจัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในกิจกรรมงานมูลนิธิพระครูพิศาลวิริยคุณ (สิงห์โต เทศกาล)

หนังสือที่จัดพิมพ์ในคราวครบรอบ 80 ปี
พระครูพิศาลวิริยคุณ

หนังสือที่จัดพิมพ์ในคราว มูลนิธิพระครูธรรมสมาจารย์ (พัก ธมฺมทตฺโต)
มอบอาคารที่จัดมอบให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดสุโขทัย

หนังสือปกหน้า และปกหลังที่จัดพิมพ์ในคราวฉลองมณฑป

โดย เด็กบึง

 

กลับไปที่ www.oknation.net