วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เปรียบ ยิ่งลักษณ์...มหาเศรษฐีเบบี้ดอล คนตะวันตกแค่ชำเลืองมองด้วยกังขา


ใครที่เกิดมาลำบากยากจน อย่าบ่นน้อยใจในวาสนา เพราะมรดกความยากจนในวัยเด็กนั้นถูกผันมาเป็นต้นทุนความสำเร็จในชีวิต แม้อดอยากแต่มีโอกาสได้ฝึกความอดทน อดกลั้น นำมาซึ่งความขยัน มุมานะพยายาม จำนวนมากสร้างฐานะขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับนับถือในสังคม

ว่ากันว่า...มหาเศรษฐีแม้จะสร้างตัวมาจากความยากจน(หรือบางคนอาจโกงเขามา) แต่ทรัพย์มหาศาลนั้น มักจะถูกผลาญหมดไปไม่เกินทายาทรุ่นที่ 3 เพราะการบริหารกิจการผิดพลาด ขาดความรู้ความสามารถ การใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ขณะที่ธรรมเนียมประเพณีของคนเอเชียนิยมสะสมทรัพย์ไว้เป็นมรดกให้ลูกหลาน แต่คนตะวันตกเชื่อว่าการยกทรัพย์มรดกจำนวนมากให้ทายาท มันทำลายมากว่าสร้างสรรค์ 

 บิล เกตส์ มหาเศรษฐีของโลก และ เมลินด้า ภรรยา ตัดสินใจไม่ยกมรดกให้ลูกทั้งสาม เพราะคิดว่า การยกมรดกจำนวนมากให้ลูกไม่ใช่เรื่องดี เป็นการปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นพบความสามารถของตัวเอง เลยยกทรัพย์เกือบทั้งหมด (95%) ให้กับมูลนิธิ Bill&Melinda Gates บริจาคทรัพย์ช่วยผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก วอเร็น บัฟเฟ็ตต์ เพื่อนต่างวัยของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีของโลกอีกคน มีแนวคิดเช่นเดียวกัน บริจาคทรัพย์สินมรดก 85% ให้กับมูลนิธิ Bill&Melinda Gates เพราะเชื่อว่าเป็นองค์กรการกุศลที่มีประสิทธิภาพสูง มีแผนการบริหารหลักการเยี่ยม

อดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกทั้งสอง รวยด้วยตัวเอง ไม่ได้โกงใครมา ไม่ต้องทำธุรกรรมลับเพื่อซุกทรัพย์สมบัติ ในโลกตะวันตก มหาเศรษฐีที่รวยด้วยมรดก ไม่มีหน้าไปคุยโตโอ้อวด เพราะสังคมไม่ชื่นชม แต่กลับกังขาในความสามารถ

คงมีคนเสียดายแทน ถ้าลูกหลานมหาเศรษฐีไม่มีปัญญารักษามรดกเอาไว้ได้ เลยมีการจัดหลักสูตร "Children Of Wealth" เป็นสนามฝึกลูกเศรษฐีก่อนถลุงสมบัติ เพื่อลดความเสี่ยง หลักสูตรลักษณะนี้ไม่ได้มีเฉพาะในอเมริกาแล้ว แม้แต่ประเทศจีน ที่เศรษฐกิจโตวันโตคืน ปี 2553 เศรษฐกิจจีนโตถึง 10% มีจำนวนอภิมหาเศรษฐีขยายตัว 6.1% คิดเป็น 875,000 ราย งานมหกรรมรถนำเข้ารถยนต์ต่างประเทศเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จึงมีเศรษฐีจีนกว่าแสนคนสนใจเข้าชมงาน จำนวนมากพกเศษเงินไปซื้อรถแบรนด์หรูยุโรป 33 แบรนด์ คันละหลาย 10 ล้านบาทกันเป็นว่าเล่น และส่วนใหญ่เป็นมหาเศรษฐีอายุน้อย

มีการวิพากษ์พฤติกรรมเศรษฐีจีนเหล่านี้ว่า ชอบโชว์ความหรูหราโอ้อวดความมั่งคั่ง ชอบแสดงตัวตนให้ต่างจากคนอื่น บางคนบอกว่า เศรษฐกิจจีนกำลังรอวันฟองสบู่แตก จีนเองคงหวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าเหล่ามหาเศรษฐีน้อยจะถลุงสมบัติกันเพลิน หลายปีก่อนจึงมีการเปิด "การอบรมโครงการการรับสืบทอดมรดกและการพัฒนาวิสาหกิจเอกชน" ขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เป็นหลักสูตรอบรมลูกคนรวย ซึ่ง All-Chaina Federation Of Industry & Commerce สนับสนุน ทำมาหลายรุ่นแล้ว มีทายาทเศรษฐีเข้ารับการอบรมจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นลูกของผู้ประกอบการระดับแนวหน้า ถ้าเป็นเด็กก็สมัครเข้ารับการอบรมพร้อมพ่อแม่ได้  มีอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ นักเศรษฐศาสตร์ อดีตประธานบริษัท ฯลฯ เนื้อหาหลักสูตรมุ่งเน้นอบรมวิธีการรับช่วงกองทรัพย์สินมรดก และสืบทอดการดำเนินธุรกิจของครอบครัว มุ่งหมายให้เด็กฐานะร่ำรวยหัดมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากกว่าเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตหรูหรา เพราะไม่รู้ค่าความทุกข์ยากในการก่อร่างสร้างตัวของบรรพบุรุษ

หันมามอง"ครอบครัวประเทศไทย" ที่ไม่ใช่ "ครอบครัวชินวัตร" การที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ใช้เวลา 49 วัน มันจึงยิ่งกว่าเศรษฐีน้อยที่ไม่เคยผ่านการบ่มเพาะประสบการณ์ ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เคยผ่านการฝึกฝนเพิ่มพูนความรู้ จึงมองดูการบริหารกิจการ "ประเทศไทย" ใครก็ทำได้ ท่ามกลางความกังวลกังขาว่าคุณยิ่งลักษณ์จะผลาญสมบัติ "ครอบครัวประเทศไทย" ให้หมดไปในระยะเวลาอันสั้น ถ้าเปรียบแบบไทยไทย คือ "สามล้อถูกหวยชุด" ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแบบมรดกตกใส่ตีน แถมได้รับการบันทึกทางประวัติศาสตร์การเมืองว่า เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ช่วงหาเสียงทีมงานจัดสื่อต่างชาติสัมภาษณ์ สร้างภาพอินเตอร์เพอร์เฟ็ค แต่หลบการดีเบตทุกเวที เห็นมั้ยเพียงวันแรกที่คุณยิ่งลักษณ์ชนะการเลือกตั้ง และเปิดแถลงข่าว นักข่าวต่างชาติตั้งคำถามคุณยิ่งลักษณ์ทันที "หากคุณไม่ใช่คนชินวัตร คิดว่าจะชนะการเลือกตั้งมั้ย" ...เขามองคุณยิ่งลักษณ์ ไม่ต่างอะไรกับมหาเศรษฐีที่รวยเพราะรับมรดก ซึ่งสังคมตะวันตกไม่ได้ชื่นชมยกย่องให้เกียรติ แต่คนไทยจำนวนมากเห็นว่า "คนรวยทำอะไรไม่น่าเกลียด" รวยด้วยวิธีไหนไม่สน

นายทักษิณ เคยสร้างวาทกรรมปรามาสคุณอภิสิทธิ์ และคุณกรณ์ ว่าเป็น"เด็กสองคน" ทั้งที่คุณอภิสิทธิ์ ค้นพบตัวเองมาตั้งแต่เด็ก วางแนวทางชีวิตเดินเข้าสู่ถนนการเมืองมาเป็นลำดับ ศึกษาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์มาจากต่างประเทศ เป็นประธานนักศึกษาโดยได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เป็นผู้นำนักศึกษาฝรั่งอังกฤษประเทศต้นแบบประชาธิปไตยมาแล้ว ได้รับคำชื่นชมว่าเป็นประธานนักศึกษาทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ...จนมาสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ อายุ 27 ปี ถึงวันนี้ 20 ปีเต็มแล้ว คุณกรณ์ ถึงจะมาทีหลังมาก แต่ทำงานการเมืองมาหลายปีก่อนจะเป็นรัฐมนตรีคลัง และสร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก ...

ไม่ตั้งใจจะเปรียบเทียบ

เพียงแต่อยากย้อนถึงวาทกรรมทักษิณ สองมาตรฐานมั้ยเล่า ที่เขาเอาน้องสาวที่ไม่ประสาอะไรเลยเรื่องการบ้านการเมือง เสนอมาเป็นผู้นำประเทศ เพราะมั่นใจว่าจะชักหุ่นยิ่งลักษณ์ได้ในทุกอิริยาบท ทุกคนก็รู้ว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกหุ่น แต่หุ่นมันไม่มีสมอง คนเป็นผู้นำต้องใช้ ไม่ใช่แค่กางแขนกางขา อ้าปาก พูดตามคำสั่ง

คุณยิ่งลักษณ์อาจเป็นน้องสาวที่ดีของคุณทักษิณ แต่เป็นนายกรัฐมนตรีที่แย่มาก ไม่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และบารมี ที่จะบริหารประเทศไทย แต่จะพาประเทศถอยไปเรื่อย

เพียง 3 เดือน..คุณยิ่งลักษณ์ และผู้สนับสนุนอาจบอกว่า โชคร้าย เข้ามาไม่ทันไรก็เกิดวิกฤติน้ำท่วมหนักสุดรอบ 50 ปี .. อย่าโทษฝนโทษฟ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลกใบนี้ที่จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยและคนไทยในวันนี้วันไหนและในอนาคต นายกรัฐมนตรีต้องถือเป็นหน้าที่ที่ต้องจัดการปัญหาด้วยความรับผิดชอบ ไม่ใช่แก้ปัญหาผิดพลาด ประชาชนระทมทุกข์กันค่อนประเทศ แต่ผู้นำกลับร้องขอความสงสารเห็นใจ ไม่ท้อ แค่เดินสายร้องไห้ จะให้ประชาชนปลอบใจหรือ?

เวลานี้ ไม่เพียงความกังขา แต่นานาชาติ ล้วนประจักษ์ ว่ายิ่งลักษณ์ไร้ความสามารถ

เอาน้ำตาคืนไป เอาประเทศไทยคืนมา 

ไม่มีเวลาเหลือให้เศรษฐีเบบี้ดอลถลุงมรดกอีกแล้ว!! 

โดย หน่อผุด

 

กลับไปที่ www.oknation.net