วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เตรียมพร้อมรับมือ...ภัยพิบัติ


เมื่อฝนฟ้ามาเยือนเมืองพัทลุง ก็ถึงเวลาลุกขึ้นมาเตรียมตัวรับมือภัยพิบัติ

ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (DSJ)
คณะทำงานกองบรรณาธิการสื่อภาคใต้

จากเหตุการณ์ฝนตกหนัก จากพายุดีเปรสชั่นพัดเข้าสู่ชายฝั่ทะเลงภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 1 พฤศจิกายน2553ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงนานัปการกระหน่ำซัดก่อนเหตุการณ์ปลายเดือนมีนาคม–เมษายน2554ประสบเข้ามาอีกคำรบ ทั้งน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มและน้ำท่วมขัง เป็นตัวกระตุ้นให้ชาวจังหวัดพัทลุงตื่นตัวเตรียมรับมือภัยพิบัติในเวลาต่อมา

ปลายปี 2553 สมาคมรักษ์ทะเลไทยได้ของบประมาณทำโครงการแผนฟื้นฟูหลังภัยพิบัติธรรมชาติ
ที่เกิดขึ้นกับชุมชนชายฝั่งรอบทะเลสาบสงขลาเพื่อฟื้นฟูชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

นางเบญจวรรณ เพ็งหนู ผู้ประสานงานสมาคมรักษ์ทะเลไทยหนึ่งในคณะทำงานโครงการสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่เล่าถึงกระบวนการที่สมาคมรักษ์ทะเลไทยเข้าไปจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติในระยะแรกๆว่ามีการจัดตั้งศูนย์สื่อสารภาคประชาชนรอบทะเลสาบสงขลามีอุปกรณ์ประจำศูนย์ประสานงานและเฝ้าระวังคือวิทยุสื่อสารแม่ข่ายวิทยุลูกข่ายเครื่องแดงประจำศูนย์ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุนตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

ต้นปี 2554 เกิดความร่วมมือในระดับจังหวัดพัทลุงระหว่างภาคีเทศบาลเมืองพัทลุงกับภาคีเครือข่าย
ภาคประชาสังคม 14 องค์กร เช่น สมาคมครอบครัวเข้มแข็งเครือข่ายสตรีรอบทะเลสาบสงขลา เครือข่ายชุมชนรักษ์ลุ่มน้ำจังหวัดพัทลุง สมาคมรักษ์ทะเลไทย เป็นต้น

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นที่มาของงบประมาณจำนวน16ล้านบาท จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

ในการศึกษาและพัฒนาจังหวัดพัทลุงให้เป็นไปในทิศทางที่เกื้อกูลต่อวิถีชีวิตของคนพัทลุงกำหนดระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2554–2557 ภายใต้โครงการสร้างสุขสู่เมืองลุงน่าอยู่

มีดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณอยุธยา ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลก(SEA START RC)นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทักษิณวิทยาเขตพัทลุงเข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลเชิงวิชาการในการวิเคราะห์ทิศทางของภัยพิบัติ รวมถึงการวางแผนป้องกันและรับมือภัยพิบัติด้วย

“ลักษณะการเชื่อมโยงของจังหวัดพัทลุง จะมีเครือข่ายตามระบบนิเวศน์ พื้นที่ต้นน้ำคลองท่าเชียด
ตำบลตะโหมด อำเภอตะโหมด กลุ่มรักษ์เขาบรรทัด ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ พื้นที่กลางน้ำคืออำเภอบางแก้วและอำเภอใกล้เคียง พื้นที่ปลายน้ำคือ ชุมชายฝั่งรอบทะเลสาบสงขลา” นางเบญจวรรณเพ็งหนู เล่าถึงกระบวนการเชื่อมร้อยความร่วมมือของชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดพัทลุง

ภายใต้ความร่วมมือชาวบ้านได้จัดทำฐานข้อมูลชุมชน เช่น ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงภัยในชุมชนคือคนแก่ คนพิการ เด็ก และผู้หญิงท้องว่าอยู่ตรงจุดไหนของชุมชน จุดไหนเป็นจุดเสี่ยงในการเกิดภัยไม่ว่าที่ลุ่มน้ำท่วมขังพื้นที่น้ำไหลหลากมีการสำรวจข้อมูลเส้นทางการอพยพจุดประสานงานในการช่วยเหลือ ตลอดทั้งเครือข่ายวิทยุเครื่องแดง

พร้อมกับสร้างทีมอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในชุมชนซึ่งมาจากตัวแทนกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน กลุ่มรับซื้อน้ำยาง กลุ่มประมงอาสา คอยเก็บรวบรวมข้อมูลจัดทำแผนชุมชน มีการประชุมทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง

จากประสบการณ์น้ำท่วม เมื่อปี 2553 นางเบญจวรรณ เพ็งหนู และเพื่อนผู้ประสบภัยพบว่าสิ่งของที่มาช่วยเหลือไม่ได้ถูกกระจายไปถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆใครอยู่ติดถนนจะได้รับความช่วยเหลือคนก้นซอยที่ต้องการความช่วยเหลือมากกว่ากลับไม่ได้สิ่งของที่ส่งเข้ามาบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากเส้นทางเข้าไปยังชุมชนลำบากมีต้นยางเสาไฟฟ้าล้มขวางเส้นทางสัญจร

“จึงมีแนวทางว่าเมื่อหน่วยงานของรัฐตั้งศูนย์กลางประสานให้ความช่วยเหลือให้คณะกรรมการของแต่ละชุมชนคอยตรวจสอบข้อมูลว่าจะช่วยเหลือใครก่อนหลังอย่างไร แจกสิ่งของอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อน แจกอย่างไรให้ทั่วถึง เป็นต้น” เป็นคำอธิบายจากนางเบญจวรรณ เพ็งหนู

ในแผนของเครือข่ายระดับจังหวัดภาคประชาชนเสนอให้มีการวางผังเมืองระดับจังหวัดและระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยให้เหตุผลว่าปัญหาน้ำท่วมส่วนหนึ่งมาจากการวางผังเมืองโดยเฉพาะการสร้างถนนกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำขังและไหลช้ารวมทั้งประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ขุดลอก คู คลอง ท่อระบายน้ำด้วย

ฝนตกติดต่อกันมา10กว่าวันแล้วแม้ปริมาณอาจไม่มากแต่กระแสน้ำข้างถนนไหลแรงเอ่อล้นคูท่วมทุ่งนา ที่รอบข้างถูกทับถมเป็นอาคาร บ้าน และถนนสูง

บนท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆครึ้มดำมีทีท่าว่าจะกระหน่ำลงมาเป็นฝนห่าใหญ่ ฤดูฝนของภาคใต้ถึงเวลามาเยือนแล้ว

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net