วันที่ พุธ กรกฎาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่อง ความรู้สึกครั้งแรก ของคนไม่เคย


        ความจริงผู้คนที่รอรถโดยสารประจำทางมิได้สนใจจะมองหรือจะจำเรื่องราวของใครต่อใค ร  ภารกิจของแต่ละคนยุ่งเหยิงเกินกว่าจะใส่ใจคนรอบข้าง   ต่างก็กระวนกระวายใจจะไปให้ถึงจุดหมายทันเวลา  รถแต่ละคันที่ผ่านก็แน่นขนัด   ความเหน็ดเหนื่อย  ท้อแท้วิ่งเข้าหาตั้งแต่เช้าของวัน

         นพย้ำเตือนตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่า   เขาจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมชาติ  แต่กระนั้นเขาก็ยังมีความรู้สึกว่าสายตาหลายคู่จ้องมองเขาอยู่

         เขาเดินตรงไปยังห้องแถวนั้นอย่างกล้าๆกลัวๆ   หันซ้ายหันขวา  เพื่อความแน่ใจว่าไม่มีคนรู้จัก   ก่อนที่จะสาวเท้ายาวๆก้าวผ่านธรณีประตูที่ห้องหนึ่ง    เขาสูดลมหายใจลึกๆ    ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ   มันช่วยคลายความตื่นเต้นได้บ้าง  แต่ก็ยังมิวายจะมือไม้สั่น

          ชายหน้าแบนที่ยืนอยู่หลังลูกกรงมองมาทางเขา   ส่งยิ้มแบะ  คงคุ้นกับอากัปกริยาของคนใหม่ที่เข้ามทีนี่   เขาได้ยินเสียงเจรจาต่อรองราคาเร่งขึ้น   ทำเหมือนว่าทุกนาทีมีค่าสำหรับคนที่ทำหน้าที่ตัดสิน "ของ"ซึ่งคนนำมาให้ดู

          หญิงเตี้ยหลังค่อมเขย่งเท้ารับเงินใส่กระเป๋ากางเกงยังไม่ทันเดินออก   ชายคนนั้นก็กวักมือเรียกเขา    แล้วเขาก็จำยอมรับราคาที่หมอนั่นตั้งให้   หมาจนตรอก  กับคนจนเงิน  ก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร

         นพถอนใจโล่งอก   เขามีเงินส่งไปให้น้องตัดชุดใหม่   เพื่อเข้ารับรางวัลเรียนเยี่ยม  ความประพฤติดีจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว   ทางบ้านยังไม่ทราบว่าบริษัทที่เขาทำงานกำลังเจอมรสุมทางเศรษฐกิจ  ค้างจ่ายเงินเดือนพนักงานมาสองเดือน  ดีที่เพื่อนๆคุยกันเรื่อง " โรงตึ๊ง  "  ทำให้เขามีทางออก

         เพื่อนบางคนคุ้นเคยกับคำว่าสถานธนานุบาล  สถานธนานุเคราะห์  โรงรับจำนำ  ชอบแซวกัว่า    เมื่อไรที่กิจการนี้ปรับเปลี่ยนโฉมใหม่ให้โอ่อ่าน่าเข้าเหมือนธนาคาร   พวกเพื่อนจะหาของไปใช้บริการถี่กว่าน้  แล้วฝันที่เขาไม่เคยต้องการก็เป็นจริงสำหรับเพื่อน   เพราะได้ยินว่ามีโรงรับจำนำแถบชานเมืองนอกเส้นทางที่เขารู้จัก   เปิดบริการหรูเริด  ไฮเทค  ประเมินสินค้าด้วยคอมพิวเตอร์  และข่าวว่าหลายแห่งเริ่มทยอยปรับปรุงรูปแบบใหม่มากขึ้น

        หลังจากแวะไปรษณ๊ย์แล้ว   เขาต้องรีบเดินทางไปทำงาน  ไปสายดีกว่าลาหยุด   แต่บางคนบอกว่าลาหยุดดีกว่าปรากฏเวลาสายบนบัตรเข้างาน   แต่ตอนนี้จะหยุดจะสายหลายตนไม่คำนึง  คิดถึงแต่วันที่บริษัทจะฟื้นแล้วจ่ายเงินเดือนเสียที

        นพยกมือขึ้นดูเวลา  แต่แล้วก็ต้องชงัก  ใบหน้าถอดสี   นาฬิกา  เครื่องประดับราคาแพงที่สุดที่มีเพียงชิ้นเดียว

ในชีวิต   ซึ่งกว่าจะหามาได้  เขาต้องอดอาหารมื้อเย็นเกือบครึ่งปี   มือดีที่ไหนรูดไปโดยไม่รู้ตัว   เขาทั้งเสียใจและเสียดาย   แต่พลันเขาก็ต้องน้ำตาซึม  นึกขึ้นได้ว่าเขาเพิ่งจะจำนำมันไป

        นพตั้งสติ   จัดความคิดให้อยู่กับร่องกับรอย   เขาไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน   กับการที่ไม่มีเงินเก็บก็เป็นเรืองธรรมดา  ทำไมต้องกังวลใจจนเกินเหตุ   การจี้ปล้นทำร้ายร่างกาผู้อื่น  เป็นสิ่งที่เลวร้ายน่าละอายใจมากกว่า

        เขาคิดได้แล้ว  เขาควรจะหยุดความรูสึกครั้งแรกของคนไม่เคยไว้ตรงตีนบันไดรถเมล์นี่ปแหละ   อายทำไมกัน

น่าภูมิใจที่มีเงินส่งให้แม่และน้องใช้

       โอ๊ะ  เขาลืมขอน้ำจากเฮียหน้าแบนมาล้างนิ้วมือ   หลักฐานที่ควรลบทิ้ง    นี่ถ้าเป็นโรงตึ๊งไฮเทค   แสกนลายนิ้วมือก็คงดี

         แย่แล้ว  คนบนรถคงจะเห็น  มองมาทางเขาหมดเลย  โอ๊ย  ทำยังไงดีนะนี่

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net