วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ข้อคิดที่มีต่อมหาอุทกภัย 2554


                      การเกิดมหาอุทกภัย ปี ๒๕๕๔ นี้ สิ่งที่ทุกคนคงไม่คาดคิดมันจะเกิดกับประเทศไทย หนักหนาเพียงนี้ เช่นเดียว ทซึนามิที่เกิดขึ้นกับภาคใต้ของไทย เมื่อหลายปีก่อน  ความจริงเมื่อ ๖๐ กว่าปีก่อน กรุงเทพมหานคร ของเราก็เคยเกิดน้ำท่วมเมืองโดยต้องใช้เรือ กันมาแล้ว แต่ว่าปีนี้เข้าใจว่า อุทกภัย ๕๔ จะหนักกว่า เนื่องเหตุการณ์ที่ผ่านมานั้นมันว่างเว้นมานานพอสมควร จนไม่มีใครคาดคิด โดยเฉพาะรัฐบาล ไม่มีแผนป้องกันอะไรมากนัก ทั้งๆที่ ในหลวงเคยมีพระกระแสรับสั่งเอาไว้เมื่อปี ๒๕๓๘ แล้วนั้น คำพูดที่ว่ารับมือได้  หรือว่า มันไม่คงจะหนักหนาอะไร
 และภาพที่เราคนไทยได้เห็นว่า เรารับมือไม่ได้ ขาดการป้องกัน หรือบริหารจัดการกันอย่างมีระบบ และ เข้มแข็งจริงๆ ของหน่วยงานต่างๆเลย  ไม่มีเอกภาพในการแก้ปัญหาจากรัฐ  ไม่สามัคคีกันช่วยกันแก้ปัญหา
 
               ปรากฎการณ์ธรรมชาติในลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นกับโลกเรา มาเกือบทั่วโลกแล้ว ภัยแล้ง น้ำท่วม อากาศหนาวจัด ผู้คนมักจะโทษเป็นเรื่องของธรรมชาติ ในความเป็นจริง ในบางเรื่องเราสามารถป้องกันได้ ถ้าหาก เรามาศึกษาหรือหาทางกันล่วงหน้า และจัดการอย่างถูกวิธีตามธรรมชาติ ไม่ฝืนธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ซึ่งในหลวงเคยเตือนเอาไว้นานแล้ว
 
                มันเข้าตำราไทย ที่ว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลังน้ำตา นั่นคือหากยังไม่เกิดภัยถึงตัว เราก็คงอยู่กันไปเรื่อยๆ ไม่เตรียมการอะไร  ปัญหาโลกร้อนก็พูดกันมานานแล้ว มีการณรงค์ให้รักษาป่า ลดขยะ การรีไซด์เคิล อะไรต่างๆ ที่คิดทำเพื่อโลกของเรา   แต่ในทางตรงกันข้าม ก็ยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่ใส่ใจในสิ่งที่รณรงค์เพื่อรักษ์โลกกัน ยังคงใช้ทรัพยากรกันอย่างมากมาย

                 เมื่อเหตุการณ์ร้ายมาเกิดกับคนไทยและคนในโลกใบนี้ ที่นับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายได้คิดดังนี้

                  ๑. ควรจะมีการระดมความคิด ที่จะป้องกันภิบัติภัย โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ในระดับชาติให้เป็นแนวทางป้องกันที่ยั่งยืน
 
                  ๒. ต้องมีการจัดตั้งคณะทำงานตั้งแต่ระดับชาติ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ไปจนถึงระดับหมู่บ้านชุมชน ในเรื่องการให้ความรู้และการป้องกันอุบัติภัยต่างๆให้ผู้คนได้เข้าใจ และรู้วิธีป้องกันและจัดการตนเองเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น

                  ๓. สร้างจิตสำนึก นักการเมือง ผู้บริหารในระดับต่างๆ รวมทั้งพลเมืองทั่วไปต้องร่วมือร่วมใจ กัน รักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อม และชุมชน ให้รู้จักและตระหนัก ในเรื่องเหตุที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ  แต่คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะปรับความคิดและทัศนคติเดิมๆได้ แต่ถ้าทำได้อย่างที่หลายประเทศเค้าจัดระเบียบประเทศ แล้วมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้

                  ๔. จะเห็นว่าคนไทยส่วนหนึ่งยังเป็นคนที่จิตใจดีอยู่มาก มีจิตอาสา  มีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือผู้ที่เกิดทุกข์ยาก ก็ต้องรณรงค์ให้คนไทยมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้มากกว่านี้ ตามนิสัยคนไทยที่เป็นคนโอบอ้อมอารีเหมือนในสังคมชนบท  ระยะหลังคนไทยบางส่วนจะเห็นแก่ตัวมากขึ้นโดยเฉพาะสังคมเมือง ใหญ่
และการเมืองที่แบ่งขั้วกันอย่างเด่นชัด เพราะผลประโยชน์ ของนักการเมือง

                   นับแต่นี้ต่อไปสังคมไทยเราจะดีขึ้นหรือเลวลง ก็เพราะผู้บริหารและพวกหัวขบวนต่างๆ รวมทั้งคนมีฐานะทางสังคมจะมีจิตสำนึกกันมากน้อยแค่ไหน  แต่ถ้ายังเป็นอยู่กันแบบนี้ โดยไม่สำนึกกัน แตกแยกกัน ยังหาผลประโยชน์กันไม่รู้จักจบจักสิ้น ความฉิบหาย ความเสียหาย กับบ้านเมืองนี้ก็ยังคงยังมีอยู่ และนับวันก็จะมากขึ้นทุกวัน ทุกปี

โดย ต.อ.ที่รัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net