วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บอล-ยอด คู่หูแห่ง หนังพาไป


เรื่อง : หนังสั้น การเดินทาง กับความฝันของคนรุ่นใหม่

ตีพิมพ์ในวารสาร "ขอบคุณ" ฉบับเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2554

ภาพ: ไตรรงค์ รักษาสุวรรณ


สามทุ่มครึ่ง กลายเป็นเวลาสำคัญของหลายคน ที่ต้องทำตัวให้ว่างเพื่อติดตามรายการ “หนังพาไป” ซึ่งเริ่มออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา

หลายคนติดใจเสน่ห์ของรายการสารคดีท่องเที่ยวสไตล์เรียลิตี้ ผ่านการเล่าเรื่องแบบอารมณ์ดี แต่มีแอบหยิกจิกกัด โดยสองหนุ่มสองหนุ่มคู่ซี้ “บอล” ทายาท เดชเสถียร และ “ยอด” พิศาล แสงจันทร์ ขณะที่บางคนสนุกไปกับการเดินทางที่ยากจะคาดเดาสถานการณ์ หรือแม้แต่จุดหมายปลายทาง เพราะแม้ไปยืนอยู่หน้าพระราชวังแวร์ซายส์ แต่ “หนังพาไป” ก็เคยพาคนดูหักเลี้ยวไปชมสวนแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า คนต่อคิวยาวและค่าเข้าชมแพงเกินไป ดูสวนดีกว่าไม่ต้องเสียสตางค์ แถมนักท่องเที่ยวไม่แออัด

รายการของพวกเขาไม่มีพล็อต ไม่ต้องเขียนสคริปต์ แต่อาศัยความสดในการเผชิญหน้าระหว่างเขาสองคนกับสถานที่ไม่รู้จัก ผู้คนแปลกหน้า รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

“เน้นความรู้สึก ถ้าไปยืนอยู่ตรงนั้น เราจะได้อะไรกลับมา ข้อมูลท่องเที่ยวหาอ่านได้ในไกด์บุ๊ค แต่พวกผมสนใจความรู้สึกบางอย่าง ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเรา เป็นความรู้สึกที่เรานำกลับมาด้วย ทำให้เรารู้สึกอยากทำอะไรบางอย่าง” บอล เล่าถึงแนวคิดของรายการ ที่การทำงานมีเพียงพวกเขาสองคนผลัดกันถือกล้องและพูดคุยกันไปตลอดการเดินทางผ่านประเทศต่างๆ

 ยอด กับ บอล

“หนัง” จะพาเราไปไหน

ครั้งหนึ่ง “หนังสั้น” เป็นแค่กิจกรรมนักศึกษา แต่จนถึงวันนี้หนังสั้นกลับพาให้สองบัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางไกลไปทั่วโลก
การหาข้อมูลทำให้พวกเขาพบว่า ตามเมืองต่างๆ ของโลกมีการหมุนเวียนจัดเทศกาลหนังแทบไม่เว้นแต่ละวัน อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส กรีซ ไซปรัส ตุรกี เกาหลีใต้ จึงกลายมาเป็นรายชื่อประเทศที่ “บอล” และ “ยอด” ใช้เวลา 8 ปีในการเดินทาง เพื่อนำหนังสั้นของพวกเขา ไปจัดฉาย แต่สิ่งที่เขาได้รู้ตอนวันแรกที่ส่งใบสมัคร คือผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง

“ตั้งเป้าไว้เลยว่าค่าเดินทางจะไม่ออกเอง เพราะไม่มีเงิน ก็ต้องไปขอจากหน่วยงานต่างๆ ใครมีนโยบายส่งเสริมคนรุ่นใหม่ หรือมีโฆษณาเรื่องความเป็นไทย ชื่อบริษัทมีคำว่าไทย เราไปหาหมด อย่างน้อยได้ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พักไปขอนอนกับเจ้าหน้าที่จัดงาน หรือไม่ก็นอนวัด” ยอด ยอมรับว่าการขอรับการสนับสนุนจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ประสบการณ์ 8 ปีในการเดินทางของพวกเขาบอกให้รู้ว่า สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประตูแห่งโอกาสไม่ได้ปิดตายเสียทีเดียว

การตระเวณร่วมเทศกาลหนังตลอดหลายปี สลับกับการรับงานจุกจิกหารายได้เลี้ยงตัว ทำให้สองสหายได้ใช้ชีวิตอยู่กับหนังสั้นและการเดินทางที่พวกเขารัก ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยากในสายตาคนรอบข้าง แต่คำถามและความสงสัยก็เริ่มซาลงเมื่อ “หนังพาไป” ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเดินทางถูกบรรจุลงในผังรายการของไทยพีบีเอส

“ทยอยถ่ายไว้จนเริ่มรู้สึกว่ามันมากเกินกว่าจะเป็นอะไรที่จบในตอนเดียว ก็เริ่มนึกถึงการทำรายการ พอดีมีการเปิดสถานีไทยพีบีเอส ได้อ่านบทสัมภาษณ์คุณเทพชัย (เทพชัย หย่อง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย) บอกว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหน้าใหม่ เราก็มีความหวัง เตรียมงานไว้ พอเขาเปิดรับก็ทำแผนทำเดโมไปเสนอ” บอลบอกว่าการได้ทำรายการถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต

ก่อนหน้านั้น “ยอด” ยอมรับว่า เขารู้สึกเคว้ง “เราอยากทำรายการ แต่เมื่อโอกาสยังไม่มาถึง เราก็ตอบคนอื่นไม่ได้ แล้วเราเองก็ไม่กล้ารับโอกาสอื่นๆ ที่เข้ามา วันที่ไปรับเอกสารมีลายเซ็นคุณเทพชัยว่าจะสนับสนุนงานของเรา ตื่นเต้นกัน เอาไปใส่กรอบดีมั้ย แต่ก็ไม่มีเงิน เอาไปเคลือบแข็งแล้วกัน”
ช่วงเดือนแรกของการออกอากาศ เสียงตอบรับจากผู้ชมยังเงียบเชียบ กระทั่งเดือนที่ 2-3 เริ่มมีการโพสต์กระทู้เกี่ยวกับ “หนังพาไป” ตามเว็บไซต์ต่างๆ แม้จะไม่ใช่น้ำเสียงชื่นชม แต่ก็ทำให้เห็นถึงกระแสความสนใจ

“เขาว่าผมเสียงเหน่อ ..เหน่อยังไง พูดแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเหน่อ เพื่อนมาจากนครสวรรค์ คบกันมาตั้งนาน พอมาดูรายการ ..เออ เสียงนายเหน่อจริงๆ (ว่ะ) ถ้าผมเหน่อ มันก็เหน่อเหมือนกัน ก็คนบ้านเดียวกันน่ะ” ยอดยังข้องใจ “ถ่ามจริง ผ่มพู๊ดเหนอหรอพี๊” ..และนี่ก็คือเสน่ห์อย่างสำคัญของ “หนังพาไป” ที่หลายคนพากันติดตาม

เทปสุดท้ายของ “หนังพาไป” มีกำหนดออกอากาศในเดือนเมษายนนี้ แม้หลายคนจะบ่นว่า “เสียดาย” แต่สำหรับ “บอล” และ “ยอด” ตลอดหลายเดือนที่พวกเขาต้องทำงานอย่างหนัก เป็นสาเหตุหลักให้ต้องขอพักยก

“ต้องไปเซ็ตระบบกันใหม่ สองคนมันตึงเกินไป ทั้งที่ไม่อยากรับผิดชอบชีวิตใคร แต่ก็คงต้องหาคนเพิ่ม แต่ไม่ได้ฝันไกลว่าจะต้องเป็นบริษัทใหญ่ มี 5-6 รายการ เพราะมาถึงตรงนี้ได้ก็ไกลเกินกว่าที่ฝันไว้ เราแค่อยากทำ รายการให้ออกมาดีที่สุด”

รายการดีๆ และการเดินทางเพื่อติดตามความฝันของคนรุ่นใหม่ที่ชื่อ “บอล” กับ “ยอด” จึงเป็นเรื่องน่าสนใจให้ต้องติดตาม

หมายเหตุ: ล่าสุด บอลกับยอด อยู่ระหว่างการผลิตผลงานชุดใหม่ คาดว่าจะออกอากาศได้ทางสถานีไทยพีบีเอส ในช่วงต้นปีหน้า

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net