วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาคอุตสาหกรรมเผชิญโลกร้อน วิกฤติ สู่ โอกาส


เผชิญกระแสโลกร้อน ‘วิกฤติ’ สู่ ‘โอกาส’

ตีพิมพ์ในวารสาร Industry Focus ฉบับเดือนกันยายน 2554 (ต้นฉบับ)

อุตสาหกรรมตกเป็นจำเลยในการสร้างปัญหาโลกร้อน การแก้ปัญหาจึงพุ่งเป้ามาที่ภาคส่วนนี้เป็นหลัก

เดือนเมษายนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายพลังงานที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีการกำหนดแนวทางการอนุรักษ์พลังงานระยะยาว เป้าหมายสำคัญของแผนซึ่งเริ่มดำเนินการในปี 2554 ไปจนถึงปี 2573 คือการลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 หรือประมาณ 30,000 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe)

ภาคขนส่งและอุตสาหกรรม คือภาคเศรษฐกิจที่ถูกกำหนดให้ต้องมีการลดการใช้พลังงานมากที่สุด คือ 13,300 ktoe และ 11,300 ktoe ตามลำดับ

ในแผนกำหนดไว้ชัดเจนว่าจะมีมาตรการทั้ง ‘ภาคบังคับ’ และ ‘ภาคการสนับสนุน’ โดยที่สำคัญในส่วนแรกก็คือการบังคับใช้พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 และฉบับปรับปรุง พ.ศ.2550 รวมทั้งการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำและฉลากประสิทธิภาพพลังงาน ขณะที่การสนับสนุนและส่งเสริมจะมีการให้เงินอุดหนุนเพื่อชดเชยผลประหยัดพลังงานที่ตรวจพิสูจน์หรือประเมินได้

อาคาร-โรงงาน80%
ปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 เป็นตัวกำหนดสำคัญที่ทำให้ ‘โรงงานควบคุม’ จำนวนประมาณ 3,500 แห่งต้องปรับตัวเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการอนุรักษ์พลังงานมาตั้งแต่ก่อนการประกาศใช้แผนแม่บท 20 ปี ไม่ต่างจาก ‘อาคารควบคุม’ อีกราว 2,000 แห่ง

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่ม พ.ศ.2550 อยู่ที่การกำหนดให้โรงงานที่อยู่ในข่ายต้องมีการจัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานตามคุณสมบัติ จำนวน และภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อดำเนินการจัดให้มีการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานที่กำหนดในกฎกระทรวง รวมทั้งต้องจัดทำและจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานให้กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

เดือนมีนาคม 2554 นับเป็นปีแรกที่โรงงานและอาคารควบคุมต้องจัดส่งรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ปรากฏว่ามีสถานประกอบการจัดส่งรายงานราวร้อยละ 80

ดึงเอกชนหนุนอนุรักษ์พลังงาน

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับสถานประกอบการในการจัดทำรายงานปีที่สอง พพ.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย และสถาบันอุดมศึกษา ดำเนินโครงการสนับสนุนการกำกับดูแลและส่งเสริมการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานฯ โดยจะมีการเปิดตัวราวปลายเดือนกันยายนนี้ เพื่อทำหน้าที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำปรึกษาแก่สถานประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าว

“โครงการนี้เราจะทำหน้าที่ร่วมกับ พพ.ในการให้ข้อมูลและคำปรึกษาทั้งสำหรับสมาชิกและผู้ประกอบการทั่วไป เพราะตามแผนอนุรักษ์พลังงานมีข้อที่กำหนดเรื่องการกระจายความรับผิดชอบด้านการอนุรักษ์พลังงานสู่ภาคส่วนต่างๆ ของสังคมให้มากขึ้น”

รุ่งเรือง สายพวรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม กล่าวว่าที่ผ่านมา สถาบันฯ มีการให้ข้อมูลกับสมาชิกเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับรู้ข้อมูล แต่บางรายยังมีปัญหาในการนำไปปฏิบัติ

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม มองว่าการประหยัดพลังงานเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายอนุรักษ์พลังงานจะช่วยให้สถานประกอบการสามารถพัฒนาด้านการประหยัดพลังงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

“การลงทุนเพื่ออนุรักษ์พลังงานถือว่าคุ้มค่า เพราะจุดคุ้มทุนอยู่ที่ 2-3 ปี ยิ่งสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างวันนี้ผู้ประกอบการอาจคืนทุนได้เร็วยิ่งขึ้น” ผู้อำนวยการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม ให้แง่คิด

ooo

20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 4.4 ต่อปี ปัจจุบันมีการใช้พลังงานเป็น 2 เท่าของปี 2533 ซึ่งเป็นการเติบโตที่ควบคู่กับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจซึ่งมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี

20 ปีข้างหน้า หากไม่มีมาตรการอนุรักษ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ความต้องการพลังงานจะเพิ่มขึ้นจาก 71,000 ktoe ต่อปีในปัจจุบัน เป็น 151,000 ktoe หรือประมาณ 2.1 เท่า ซึ่งนั่นหมายถึงแนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นด้วย 

การปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงาน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 968 ล้านตัน หรือเฉลี่ยปีละ 48 ล้านตัน สอดรับกับข้อตกลงของกลุ่มเอเปคเมื่อปี 2550 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ภาคเอกชนนอกจากจะได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม และส่งผลทางบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

โดย rachada

 

กลับไปที่ www.oknation.net