วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บุกถิ่นดอนเมือง ~ ไปส่งเพื่อนฝ่าน้องน้ำกลับบ้าน...ที่ “ท่าเรือศรีสมาน”




นับตั้งแต่คืนวันที่ 20-21 ตุลาที่มีคนพาพวกไปพังคันกั้นคลองประปาจนเกือบเกิดศึกสองฝั่งคลอง
แล้วลือกันว่าพื้นที่รอบแถบนั้น น้อง น้ำ มา แน่ เล่นเอาเราและเพื่อนอีกหลายคนจิตตก
ต้องวิ่งโร่ออกไปหาซื้ออาหารและน้ำมากักตุนกันอย่างน่าเกลียดกันไปแล้ว
มาถึงวันนี้ทำท่าว่าน้องน้ำจะปรานีประชาชนตาสองชั้นและชั้นเดียวบางส่วนแถวๆเนี้ยยยย
...ให้แค่หวิวเล่น...และรู้สึกผิดในใจม้ากกกก...มากกับพี่น้องร่วมเมืองหลวงด้วยกัน

มาถึงตรงนี้ทุกสิ่งที่เคยเคร่งครัดตระเตรียมเริ่มมีภาวะหละหลวมและคลายใจ

ช่วงนี้นอกจากน้ำดื่มที่รองจากเครื่องกรองและต้มกรอกใส่ขวดไว้เต็มพิกัดแล้ว เรื่องอาหารเราก็ไม่ได้
ซื้อหาเข้ามาระดมพลในตู้เย็นมากมายอะไรนัก ไม่รู้นะว่าชะล่าใจไปหรือเปล่า  แต่เอาเป็นว่าขอวัดดวง
ทำท่าไม่ดีเมื่อไหร่จะขอเปลี่ยนจากการเป็นผู้อพยพไปเป็น “ชาวเกาะ” ก็แล้วกัน
.........ไหนนะ?.......ไปทะเลกันดีกว่าเหรอ???? ...... ไม่ใช่แต่อย่างใด
ที่ พู ด น่ ะ ห ม า ย ถึ ง ก า ร ไ ป เ ก า ะ เ พื่ อ น กิ น ใ น ที่ ไ ก ล โ พ้ น
ที่ไหนเมื่อไหร่—ถ้าได้ไป “เกาะ” จริงละก็จะมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังทีหลังเน้อ

.


...ร่ า ย ม า ซ ะ ก็ ย า ว…
ที่อยากจะบอกคือภาพป้ายแบ่งเขตโดยมีคลองประปากั้นขวางที่แยกศรีสมานข้างบนสุด
ไม่ได้บ่งบอกถึงจุดเกิดเหตุในค่ำคืน เ ก่ ง อ อ ก ก า ก แต่อย่างใด แค่อยากมาบอกเล่าถึง
การไปเยือนสี่แยกที่เคยเป็นถนนคนเดินและรถวิ่งเมื่อเดือนก่อน ที่ตอนนี้ฟากหนึ่งของแยกได้
กลายไปเป็นท่าขึ้นลงเรือไปเรียบร้อยแล้วโดย เมก้าฟลัด ...มวลน้ำที่ไหลบ่ามาจากทางเหนือของประเทศ

ส่วนภาพที่สอง—ดูตามแนวคลองประปาเส้นสีเขียว ที่เห็นด้านซ้ายคือเขตอำเภอปากเกร็ด-นนทบุรี
ส่วนด้านขวาของเส้นคือเขตดอนเมืองและหลักสี่-กรุงเทพ ส่วนจุดสีน้ำเงินหนึ่งเดียวนั้นก็คือ
ท่าเรือเกิดใหม่ที่มีชื่อว่า ท่าเรือศรีสมาน ที่ผู้เขียนไปส่งเพื่อนลงเรือเพื่อกลับไปดูสภาพบ้านของตัวเอง
และสำหรับเครื่องหมายวงกลม
สีแดงมีจุดดำ...นั่นหมายถึงพื้นที่ประสบอุทกภัยค่ะ
และเพื่อไม่ให้เสียโอกาส—ก็เลยเก็บภาพนิดๆ หน่อยๆ มาให้ชมกัน

.


และแน่นอนสิ่งแรกที่เราเห็นบริการประชาชนในพื้นที่คือเจ้าหน้าที่และรถจากหน่วยงานทหาร
คอยรับส่งผู้โดยสารที่จะมาลงเรือและขึ้นจากเรือ ตามเส้นทางเลียบคลองประปาฟากปากเกร็ด

.


เมื่อข้ามแยกมาฟากดอนเมืองก็จะเป็นเต๊นท์ที่เจ้าของพื้นที่ใช้เป็นจุดแจกน้ำและอาหาร
จากนั้นใครที่ต้องการเดินทางกลับเข้าบ้าน หรือแค่ไปเยี่ยมบ้านก็จะไปเข้าแถวเพื่อรอขึ้นเรือ

.


อดใจนิด...อีกเดี๋ยวเราก็จะได้เห็น คลองสรงประภา กันแล้ว
ที่เห็นข้างบนจะเป็นถนนสรงประภาขาไปดอนเมือง ที่เจ้าของพื้นที่จัดการให้เป็นท่าบริการเรือฟรี
บริหารจัดการโดยชายในชุดเสื้อทีเชิ้ตที่มีคำว่า ตำรวจ เพ้นท์อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง
แต่ได้ยินมาว่าเรือวิ่งเฉพาะเส้นทางหลัก ใครที่จะต้องเข้าตรอกซอกซอยแยกต้องลงเดินเข้าไปเอง
เมื่อเรือเข้าท่าจะมีการตะโกนบอกจุดที่เรือจะไป และแจ้งจำนวนคนที่ไปได้ซึ่งนั่นคือ 15 คนต่อหนึ่งลำเรือ
โดยต้องใช้เวลารอนานประมาณ 5-10 นาทีกว่าที่เรืออีกลำจะมาเข้าท่า
(แอบสังเกตเห็นด้วยล่ะว่า...ที่ฟากนี้ของแยกไม่มีพี่น้องทหารหาญแม้แต่คนเดียว อิอิ)

.



นี่ไง!!! ในที่สุดเราก็ได้เห็นคลองสรงประภา

.


ทีนี้เราก็มาดูฟากขวาของอดีตถนนสรงประภาขามาจากดอนเมืองกัน ซึ่งตอนนี้ได้ถูกใช้เป็นท่าเรือ
สำหรับผู้ที่มีอันจะกินขึ้นมาหน่อย หรือไม่ก็เป็นผู้ที่ยอมจ่าย(มากกว่า) และไม่ต้องการเสียเวลา
รอนาน โดยด้านนี้จะเป็นเรือของเอกชนที่มีระบบการจัดการทำประวัติและพ่นเบอร์เรียบร้อย
ให้บริการส่งถึงที่ไม่ว่าซอกซอยจะลึกแค่ไหน และดูจากด้านนี้ซึ่งมีอุปทานมากกว่าอุปสงค์
แทนที่เราจะเห็นคนคอยเข้าคิว ด้านนี้กลับเป็นบรรดาเรือที่ต้องเข้าคิวรอเรียก

.


เท่าที่เห็น--ด้านนี้ไม่มีคนใส่เสื้อตำรวจมาคุม จะมีก็แต่น้องๆชายฉะ-กันที่จัดการดูแลอยู่

.


และนี่เลยคืออัตราที่ต้องจ่ายเพื่อแลกกับความรวดเร็วและสะดวกสบายกว่า

.


ส่งเพื่อนที่ยอมจ่ายแพง(เพราะ “ชี” พกพาสัมภารกมามากเหลือเกิน)เสร็จแล้วเราก็หันหลังกลับ
ได้ทันเห็นผู้ชาย 2 คนลากรถบรรทุกเจ็ทสกีคันใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้เข้ามา … ของใครหว่า?
เออหนอ...หรือนี่จะเป็นเจ็ทสกีคันโด่งดัง ที่ว่ากันว่าทำชาวบ้านตกเรือแล้วมีคนปากแตก !

.


ที่แยกเหนือคลองประปามีตลาดนัดย่อมๆ แต่ราคาจัดหนัก
เจ้านี้ขายอุปกรณ์เรือ

.


ราคาของเกือบทุกอย่างแพงเกินจริง ชนิดที่น่าจะมีคนตั้งตัวได้ก่อนน้ำลดทีเดียวเชียว

.


ชิ้นนี้น่าสนใจ เป็นเครื่องเช็คไฟรั่ว—ถูกมากอย่างไม่น่าเชื่อ ติดป้าย 60 ไม่ขาย แต่ขาย 40 บาท
และถ้ากลัวมาก เขามีชนิดที่ติดปลายไม้ยาวราว 3 เมตรขายด้วย
พอดีลืมถามราคามาว่าเท่าไหร่

.


บู๊ตลุยน้ำสูงถึงต้นขาคู่ละ 350 บาท (ของจริงน่ากลัวมาก นึกถึงหนังเรื่อง body part เลย)

.


ซ้าย—รายนี้ขนเรือใส่สัมภาระมาเอง
ขวา—รถรับส่งในอิมแพ็ค-เมืองทองธานีก็มาช่วยรับส่งคนไป-กลับที่นี่ถึงสวนสมเด็จฯ

.


ซ้าย—ป้ายประกาศอาชีพสุดฮ๊อตในยุคที่น้องน้ำตามล้างพี่กรุงฯ
ขวา—บนเขตพื้นที่ปากเกร็ดใกล้ทางขึ้นทางด่วนเป็นจุดจอดรถหนีน้ำ
คู่นี้กลุ้มนักก็ตั้งวงซะเลย... วั น ไ ห น ๆ พี่ ไ ท ย ก็ เ ม า อยู่แล๊นนน...เอิ๊กสสส์

.


ลาทีท่าเรือศรีสมาน...
ได้แต่เอาใจช่วยทุกคน และขออวยพรให้ทุกสิ่งทุกอย่างและทุกที่คืนสู่สภาวะปกติเร็ววัน


ทีนี้ก็ได้เวลากลับพื้นที่แห้ง...ที่ต้องขอขอบคุณในโชค
และขอขอบคุณนายอำเภอและเทศบาลนครปากเกร็ดมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
แต่ก่อนกลับบ้านเราตัดสินใจแวะไปเซย์ฮัลโหลเจ้านายเสียหน่อยในฐานะลูกน้องที่ดี
ช่วงระหว่างรอเจ้าบ้านมาเปิดประตูสายตาก็ยิงปราดไปเจอเจ้าต้นนี้ที่ริมรั้วบ้านเจ้านายเข้าให้

อู ว ว ว์ แ ม่ เ จ้ า ...นี่เป็นมะเฟืองต้นแรกในชีวิตที่เคยเห็น  !!!!

แล้วอะไรมันจะออกลูกดก-ขะ-ไหน-หนาด-ขนาดนั้นฟร้าาาา

ไปไหว้ผู้ใหญ่ครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวเลยจริงๆ (แอบฉีกยิ้มเบิกบาน คริคริ...)
ที่เห็นติดต้นตามรูปทั้งเหลืองมาก...เหลืองนิด...หรือยังมีเขียวอยู่หน่อยๆ
ผลไม้ฉายา star fruit ทุกลูกผลล้วนถูกเก็บเรียบไม่มีเหลือ
(ตามคำร้องขอของเจ้าของบ้านที่บอกว่าเก็บไปให้หมด เพราะที่นั่นไม่มีคนกิน)



และขอบอก...ทุกลูกหวานอร่อยได้ใจพานน้ำตาไหลจริงๆ เลย
(เพราะปุ๋ยมูลค้างคาวแท้ๆนะจิบอกให้...อันนี้เจ้านายเตเลโฟนแจ้งมา)


.

.

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนและทิ้งเม้นต์ทิ้งโหวตอันทรงคุณค่าไว้
ยังไงก็ขอให้ทุกคนคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้ากันถ้วนทั่วนะคะ

ขอร่วมเป็นหนึ่งในกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้  อย่าท้อนะคะ  สู้สู้ค่ะ
และขอขอบคุณอย่างสูงในความเสียสละของทหาร ตำรวจ และคนดีผู้มีจิตอาสาทุกท่าน

ข อ พ ร ะ คุ้ ม ค ร อ ง ทุ ก ท่ า น ด้ ว ย ค่ ะ

 

ขอบคุณยูทูบ
http://www.youtube.com/watch?v=SM9UWnzzAoc
เพลง shepherd moon ~ ศิลปิน enya
Uploaded by hippylove28



โดย rosawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net