วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชมรมสตรีล้านนา เชียงใหม่ จัดโครงการ มุสลิมแคร์


ชมรมสตรีล้านนา เชียงใหม่ จัดโครงการ มุสลิมแคร์


2221

อีกโครงการหนึ่งของชมรมสตรี มุสลิมล้านนา เชียงใหม่ โดยมีคุณเพ็ญพรรณิน รวดเร็ว เป็นประธานชมรม ที่ห่วงใยผู้สูงอายุมุสลิมในพื้นที่ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกันใส่ใจห่วงหาอาทร ให้ความสำคัญของผู้สูงอายุ ทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ 

      1 อิลามมีหลักคิดเกี่ยวกับการเจ็บป่วยของมนุษย์ว่าเป็นเรื่องของการชำระล้างความชั่ว ลบล้างบาปต่างๆ ดังหะดีษที่รายงานจากอาบีฮูรัยเราะห์ว่า ท่านบนีกว่าลว่า “ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ดีต่อเขา พระองค์จะทรงทดสอบเขาด้วยเภทภัยบ้าง” (รายงานโดยบุคคอรย์และมุลิม)การลบล้างบาปนั้นเกิดขึ้นได้เสมอแม้จากความเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น หนามตำ เป็นต้น จากสภาพดังกล่าวมีแนวทางที่มุสลิมควรปฏิบัติเมื่อเกิดความเจ็บป่วย คือ 

1) ให้มีความอดทนต่อความเจ็บป่วย ดังหะดีษของท่านรอซูล (ซ.ล.)ที่กล่าวว่า “น่าประหล่ดสำหรับเรื่องราวของมุมิน ที่ว่าเรื่องราวของเขานั้นล้วนเป็นสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งดังกล่าวนั้นจะไม่เกิดแก่บุคคลใด นอกจากกับผู้ศรัทธาเท่านั้น มาตรว่าความสุขได้ประสพกับเขา เขาก็ขอบคุณ นั่นเป็นการดีแก่เขา และแม้นว่าความทุกข์ได้ประสพแก่เขา เขาก็อดทน นั่นเป็นการดีแก่เขา (รายงานโดยมุสลิม)

2) การแจ้งข่าวความเจ็บป่วย (การร้องทุกข์ของผู้เจ็บป่วย) อนุญาตให้ผู้ป่วยร้องเรียนหรือบอกกล่าวความเจ็บป่วยแก่ผู้อื่น แต่ต้องไม่อยู่ในสภาพของความไม่พอใจหรือความท้อแท้ รอซูลกล่าวว่า “ฉันเป็นไข้ เหมือนที่คนสองคนในหมู่พวกเจ้าเป็น” และอาอีชะห์เยบ่นแก่ท่านรอซูลว่า โอ ปวดศรีษะจัง รอซูลก็กล่าวว่า “ทว่าฉันปวดมากกว่า” แต่อย่างไร ผู้ป่วยควรสรรเสริญต่ออัลลอหฺก่อนที่จะเอ๋ยถึงอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ดังที่อิบนิมัสอูดกล่าวว่า “เมื่อการขอคุณอยู่ก่อนการร้องทุกข์ เขาก็หาใช่เป็นเช่นผู้ร้องทุกข์ (ทั่วไป) ไม่”
ผู้ป่วยจะถูกบันทึกความดีตามที่เคยปฏิบัติในยามสุขสบาย

ทีนี้ก็มีประเด็นของคนทั่วไปก็คือการไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยครับ ซึ่งอิสลามให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากอิสลามสนับสนุนให้มีการไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วย ดังปรากฏในหะดีษมากมาย เช่น “ผู้ใดที่ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วย จะมีการร้องเรียนจากฟากฟ้า (มาลาอีกะห์) ว่า เจ้าและการเดินทางของเจ้านั้นดีแล้ว และเจ้าไ้สำรองที่พักากสวรรค์แล้ว” (รายงานโดย อิบนุมาญะหฺ)


ในกรณีการเยี่ยมเพศตรงข้าม ในหนังสือเล่มนี้ระบุไว้ว่าสามารเยี่ยมเยียนต่างเพศได้ ทั้งนี้อาอีชะได้ไปเยี่ยมอบูบกรและบิลาลเมื่อล้มป่วย
และเช่นเดียวกันกับการไปเยี่ยมคนต่างศาสนิกครับ สามารถเยี่ยมผู้ปฏิเสธได้ ดังที่อนัสรายงานรอซูล (ซ.ล.) ได้ไปเยี่ยมเด็กยิวคนหนึ่งที่เคยรับใช้ท่าน และบอกว่า “เจ้าจงรับอิสลามสิ” และเขาก็รับอิสลาม (รายงานโดยบุคคอรีย์)


อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เวลาไปเยี่ยมผู้ป่วยนอกจากจะขอดุอาให้กับผู้ป่วยแล้ว เราควรขอให้ผู้ป่วยขอพรให้กับเราด้วย ดังที่อุมัรกล่าวว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า เมื่อเจ้าเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย จงใช้เขาขอพรให้แก่เจ้า เพราะการขอพรของเขานั้นดุจดั่ฝการขอพรของเหล่ามาลาอีกะหฺ (รายงานโดยอิบนุมาญะหฺ)
ผมว่าประเด็นหลังนี้เป็นหลักจิตวิทยาที่สูงมากครับ สามารถสร้างกำลังใจ สร้างคุณค่าให้กับตัวผู้ป่วยได้ดีมากครับ
วัลลอฮูอะลัม  

1บทความของ jaruwat songmuang http://www.muallimthai.com/?p=265


สนับสนุนงบประมาณ โดย
แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย สสม. ภายใต้งบประมาณ ของ สสส. งานภายใต้ ศูนย์ประสานงานภาคเหนือโดย น.ท.สมคิด ลัทธิศักดิ์ โครงการระหว่างเดือน กันยายน-ธันวาคม 2554


555

55487

999

777

8877

5544

8877

7777

รายงานโดย ชุมพล ศรีสมบัติ
ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ
แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย  สสม.

โดย katiya

 

กลับไปที่ www.oknation.net