วันที่ อังคาร ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไม่มีลมหายใจของ “น้องขิม” ในวันพ่อ



ไม่มีลมหายใจของ “น้องขิม” ในวันพ่อ

อังคาร ๖ ธันวาคม ๒๕๕๔

                ชีวิตกลับมาวุ่นวายตามปกติอีกครั้ง หลังจากวันหยุดยาว หลังจากน้ำท่วม แม้จะยังไม่เต็มพิกัด แต่ก็เอาเรื่องเหมือนกัน

                เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ชีวิตของผมก็วุ่นวายกับเรื่องอุบัติเหตุของฟุคุจัง แต่ปัญหาก็คือปัญหา ปล่อยให้มันคลี่คลายในตัวของมันเองบ้าง เราอย่าไปขมวดปมปัญหา ถ้ายังไม่สะดวกที่จะทำอะไร ก็ปล่อยมันไว้ก่อน

                เช้านี้ยังขับรถไม่ถึงที่ทำงาน มีโทรศัพท์ดังขึ้น จากหญิงคนหนึง ผมดูชื่อที่โชว์ในเครื่อง “น้องขิม” ผมเดาเอาว่า มีอยู่สองอย่างคือ ไม่ข่าวร้าย ก็ข่าวดี สำหรับเธอ

                เสียงต้นสายคือ แม่ของน้องขิม เธอพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา กล่าวทักทายไปเรื่อย ๆ แล้วก็แจ้งข่าวที่สำคัญ

                “น้องขิมเสียแล้วนะค่ะ เมื่อวานนี้”  ผมขับรถอยู่ ก็อึ้งไป ก่อนจะพูดคุยสักพัก แล้วก็วางสายไป

                “น้องขิม” เป็นใคร ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีที่แล้ว ผมเดินทางไปเยี่ยมน้องขิม ตามคำแนะนำแกมของร้องของเพื่อนคนหนึ่ง แล้วนำมาเขียนเรื่องราวลงในโอเคเนชั่น เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓  มีเวปอื่น ๆ ที่ช่วยเหลือน้องขิมอยู่หลายเวปเหมือนกัน หลังจากที่ไปเยี่ยมเธอ แล้วพาเธอไปหาหมอ จนได้รับคำแนะนำหลายอย่าง และในที่สุด เธอก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เป็นคนไข้ในความอนุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์

                ผมได้แนบบทความเดิมไว้ท้ายนี้แล้ว หากอ่านแล้วจะรู้ว่าน้องขิมป่วยเป็นโรคอะไร

                ครอบครัวที่ค่อนข้างขัดสน อาชีพกรรมกรรับจ้างของพ่อและแม่ของน้องขิม ก็ยังพยายามฟันฝ่ารักษาลูกน้อยมาจนถึงเมื่อวาน เธอบอกว่าจะนำศพของน้องขิมไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งผมก็เดาว่าเธอจะต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย

                หากท่านใดมีจิตศรัทธา จะบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ หรือร่วมทำบุญ สามารถบริจาคได้ตามบัญชีด้านล่างนะครับ

ธนาคารกรุงไทย สาขาพระราม ๙ ซอย ๑๓ เลขที่บัญชี ๐๗๖-๐-๑๔๒๖๖-๑ ชื่อบัญชีนายศิลป์ชัย  แสนไชย   

 เบอร์ติดต่อ  คุณพ่อชื่อ นายศิลป์ชัย  แสนไชย อายุ 32 ปี อาชีพคนงานก่อสร้าง เบอร์โทร 085-1407386 (ชัย)  คุณแม่ชื่อ นางพัชรากร  แสนไชย อายุ 28 ปี  เบอร์โทร 086-9978449 (รัน)

บทความเดิม

 

จากการพูดคุยกับคุณแม่ของน้องขิม ฝากข้อความถึงผู้มิจิตกุศลทุกท่าน ที่ได้ช่วยเหลือน้องขิมไม่ว่าจะทางใดก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขอกราบขอบพระคุณในเมตตาจิต มา ณ โอกาสนี้ ขออนุโทนาบุญมายังทุก ๆ ท่าน ขอบุญกุศลที่ได้ทำร่วมกันในครั้งนี้ จงส่งผลให้ท่าน มีความสุข มีความเจริญ มีโชคลาภ ให้พ้นเคราะห์โศกโรคภัย ให้ประสบแต่สิ่งดีงามด้วยเทอญ  


แด่...กำลังใจและลมหายใจของน้องขิม

                วันเสาร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๓  วันนี้ผมมีภารกิจ ที่ต้องไปหาน้องคนหนึ่ง แถว ๆ พระราม ๙ ผมขับรถออกจากบ้านในเวลาสายพอควร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นัดหมายกับ แม่ของน้องคนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว

                “ขิม” หรือ ด.ญ. พิริยกร  แสนชัย อายุ ๒ ขวบ เป็นลูกสาวคนเดียวของนายศิลป์ชัย และ นางพัชรากร แสนชัย ข้อมูลที่ได้รับจากสกู๊ปชีวิตของช่อง ๗ เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

                ก่อนหน้านี้ บ่ายวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณไซมอน กัลยาณมิตรของผมเอง บอกว่าอยากจะช่วยน้องขิม จึงได้ปรึกษากัน ผมจึงรับปากว่าจะเป็นไปหาน้องขิมเอง

                วันนี้ผมจึงเดินทางไปตามคำบอกของ แม่ของเธอ เมื่อไปถึง จึงได้พบว่า น้องขิมและครอบครัว อาศัยอยู่ในบ้านพักคนงาน ซึ่งเป็นอาคารชั่วคราวที่สร้างขึ้นไว้สำหรับ “นอน” ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเลย เพราะพ่อของเธอเป็นคนงานรับจ้างในโครงการของ รฟม. และจะย้ายไปแถววงศ์สว่างภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้

                แรกที่เห็นน้องขิม รอบดวงตาทั้งสองข้าง และร่องจมูก มีรอยเลือดแดง ที่ขาเพิ่งจะมีตุ่มพอง ด้านหลังมีแผลที่ยังไม่แห้ง แม่ของเธอทำแผลให้ และปิดสำลีไว้ แต่น้องขิมเป็นเด็กร่าเริง และไม่มีวี่แววว่าเธอจะยอมแพ้ต่อโรคที่เธอเป็น แม้ร่างกายจะเจ็บปวดไปด้วยแผล แต่เธอก็ยังมีชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป

                ๑๑ น. แล้ว ผมจึงพาน้องขิมไปหาหมอที่โรงพยาบาลรามคำแหง เพื่อยากจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโรคนี้ ตามที่ได้นัดหมายกับพ่อและแม่ของเธอ

                เราได้พบกับนายแพทย์สิริวัฒน์  ภัทรากาญจน์ หลังจากที่ท่านได้เห็นอาการแล้วเบื้องต้น คุณหมอบอกว่า น้องขิมป่วยเป็นโรค EB ตามศัพท์แพทย์ ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นโรคอะไร จึงมาทำความเข้าใจภายหลัง มันคือ Epidermolysis Bullosa (E.B.) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดตุ่มน้ำใต้ผิวหนัง เมื่อถูกกระทบ แค่เพียงเสียดสี ก็จะบวมเป็นถุงน้ำ เหมือนที่เราถูกไฟไหม้ รอบดวงตาของเธอเป็นแผลก็เพราะตอนนอนน้องขิมอาจจะเอามืดสีตา

                การรักษา ต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจ เพื่อจะทราบว่า เป็น EB ชนิดไหน แล้วแต่ละชนิดนั้นจะรักษาได้หรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่จะไม่มีทางหาย ๑๐๐ เปอร์เซนต์ คุณหมอจึงแนะนำให้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ พร้อมทั้งยังเขียนจดหมายแนะนำคุณหมอไปด้วย  เราใช้เวลาคุยกับคุณหมออยู่นานพอสมควร จึงได้ลาคุณหมอ แต่พอเดินออกมา เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยคุณหมอบอกว่า วันนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย คุณหมอไม่คิดเงิน ผมรู้สึกว่า น้องขิม โชคดีมากที่ได้เจอคนดี ๆ เช่นคุณหมอคนนี้

                สรุปแล้ววันนี้เราจึงได้คำแนะนำที่จะต้องตรวจรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ผมมาส่งน้องขิมและครอบครัวที่เดิม เพราะพ่อของเธอต้องรีบไปทำงาน ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ คงจะมีอีกเยอะ ลำพังค่าดำรงชีวิตไปวัน ๆ ก็มีแค่ค่าจ้างรายวันเท่านั้น

                แม่น้องขิมเป็นห่วงอย่างหนึ่งว่า อยากให้แผลตามใบหน้าหายหรือทุเลาลงบ้าง เพราะไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย เมื่อโตขึ้น ต้องไปโรงเรียน กลัวจะถูกเพื่อนล้อ หรือเห็นว่าเป็นโรคที่น่ารังเกียจ ดังนั้น นับแต่นี้ไป หากน้องขิมโตขึ้น จะต้องมีกำลังใจ มีความเข้าใจในชีวิต เพื่อต่อสู้ต่อไป

                ผมจากลา ครอบครัวนี้ ด้วยความหวังว่า น้องขิม อาจจะได้รับการรักษาที่ดี และหายจากโรคนี้ ชีวิตมนุษย์เราแม้จะไม่มีอะไรพิเศษไปกว่า เกิด เจ็บป่วยไข้ แก่ และก็สิ้นอายุขัย แต่บางคนอาจจะมีโอกาสนี้น้อยเกินไป หรือแม้แต่การดำรงชีวิตของเรา มันก็มีเพียงความสุขกับความทุกข์ปนกันไป จะต่างกันที่ว่ามีสิ่งใดมากน้อยกว่ากันก็เท่านั้น

               ความสุขของคนเราก็ใช่ว่าจะมีมากมาย แต่มีเท่าที่มีอยู่ก็ยิ่งต้องแบ่งบันให้กับคนอื่น การที่ได้หยิบยื่นความสุขให้กันและกันนั้น  เราอาจจะได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขา ซึ่งมันอาจจะเกิดความสุขจากสองฝ่าย เขาเป็นสุข และเราก็เป็นสุขที่ได้ช่วยเหลือกัน ความสุขก็เพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากเรามีแต่ความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังกัน ไม่ให้อภัยกัน มันก็มีแต่ความทุกข์ในใจเท่านั้นที่ทวีขึ้น ไม่มีฝ่ายไหนได้ความสุขไปเลย

                ดังนั้น สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำในแต่ละวัน อาจจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ใหญ่โตอะไรนัก อาจจะไม่มีใครรู้ แต่ความสุขในการที่เราได้ช่วยเหลือกัน ได้ทำความดีนั้น ยิ่งใหญ่นัก มันอิ่มเอมและเบิกบานอยู่ในใจของเราแล้ว

                ใครจะเชื่อได้ว่า บนร่างกายอันเต็มไปด้วยแผลผุพองของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ คนนี้ อาจจะเจ็บปวด และยังไม่รู้ว่าจะมีวันทุเลาลงหรือไม่ แต่รอยยิ้มและกำลังใจของเธอ ยังมีให้เห็นบนใบหน้าเสมอ  เมื่อถามว่า “สู้ไหม” เธอก็จะยกนิ้วอันมีความหมายว่า “สู้ ๆ” อย่างน่าเอ็นดู

                มองสะท้อนกลับมาจึงอาจจะได้รับรู้อย่างหนึ่งว่า ชีวิตคนเรามีค่าและมีความหมายอยู่ที่ใจว่าพร้อมจะก้าวเดินหรือไม่ มีกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะสู้ชีวิตต่อไป บางคนมีความปกติของร่างกาย แต่ป่วยทางใจ

ขอความสุขแต่เพียงเล็กน้อยให้กับน้องขิมจะได้ไหม อย่างน้อย คุณอาจจะได้ความสุขเพิ่มขึ้น  ขอบคุณครับ

 

 คุณพ่อชื่อ นายศิลป์ชัย  แสนไชย อายุ 32 ปี อาชีพคนงานก่อสร้าง เบอร์โทร 085-1407386 (ชัย)  คุณแม่ชื่อ นางพัชรากร  แสนไชย อายุ 28 ปี  เบอร์โทร 086-9978449 (รัน)