วันที่ พุธ ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ในวันที่ฉันป่วยไข้


* ในช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายเรียกร้อง การเจ็บป่วย เป็นสิ่งที่ร่างกายส่งสัญญาณมาถึงเรา
วันนี้ร่างกายบอกฉันว่า ไม่พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจการงานได้ จึงจำเป็นที่ฉันจะต้อง
สนองตอบร่างกายด้วยการบอกลางานกับหัวหน้าของฉัน
* แม้ร่างกายจะเจ็บป่วย แต่ใจของฉันไม่ได้ป่วยตาม แม้ความเจ็บป่วยจะเป็นอุปสรรค
ต่อการทำงาน ซึ่งหากฉันดันทุรังก็รังแต่ะทำให้งานการไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย
ดังนั้นเมื่อจัดการลางานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จิตใจของฉันเองกลับสั่งฉันว่า เฮ้ย..
ป่วยกาย ใจไม่ป่วยนะเว้ย....
* ตัดสินใจชวนเจ้าแดงน้อย ออกเดินทางสู่ธรรมชาติ สูดอากาศที่บริสุทธิ์สักชั่วยาม
หน่อยปะไร เจ้าแดงน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ เมื่อเตรียมตัวเป็นที่เรียบร้อย ฉันกับแดงน้อย
จึงมุ่งหน้าออกเดินทางทันที เราสอง หนึ่งเกิดมาเพื่อถูกถีบ กับอีกหนึ่งเกิดมาเพื่อถีบ
จึงเป็นอะไรที่ลงตัวของเราสอง
* สายๆของวันนี้หลังชั่วโมงเร่งด่วนของผู้คนที่มุ่งหน้าสู่การงาน แต่เรากลับเอื่อยเฉื่อย
เลาะเลียบถนนยางมะตอย ไปเรื่อยๆด้วยพลังงาน(จล)จน สายลมวู่วูบแรงบ้างเบาบ้าง
จากบ้านมุ่งหน้าสู่เขาจีนแล ระยะทางราวๆ ๕ กิโลเมตร รถยนต์แซงหน้าฉันไปเพียงครู่
ก็ลับตา ถึงทางแยกเข้าเขาจีนแล เงียบเชียบราวไร้ร้างผู้คน ชาวบ้านบางคนที่สวนทาง
หันมามองฉันด้วยใบหน้าฉงน คงสงสัยว่าไอ้บ้านี่มันมาทำไมวะ วันธรรมดาที่คนเขาไม่มา
* นั่นสินะ ฉันอาจไม่ชอบวันที่ผู้คนพลุกพล่าน เพราะมันจะทำให้ฉันไม่ได้ยินเสียงหายใจ
ของฉันเวลาฉันเหนื่อยหอบจากการถีบจักรยานโต้ลม วันนี้ฉันโชคดีมีเพื่อนที่คอยชมธรรมชาติ
เหล่าฝูงนกที่ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ในขณะนี้นั้น หากคนมาเยอะเสียงเครื่องยนต์ดัง แล้วฉัน
จะได้ยินเสียงสายลมเสียงนกอย่างนี้หรือไรหล่ะ
* ฉันกับเจ้าแดงน้อยมาถึงทุ่งทานตะวัน แต่ฉันกลับมองไม่เห็นความสวยงาม
อย่างหลายปีก่อนเลย ทานตะวันดอกเล็กๆ เป็นหย่อมๆ ราวกับไม่เต็มใจจะอวดความงามกระนั้น
ฉันผิดหวังกับทุ่งทานจะวันแห่งนี้เหลือกำลัง จึงมุ่งหน้าออกเส้นทางลัดที่คุ้นเคยว่า ปีก่อนๆ
ในพื้นที่ของชาวบ้านนั้นบางแห่งงดงามกว่าที่เขาจีนแลเสียอีก ว่าแล้วก็ออกสำรวจทันที
* ปั่นจักรยานขึ้นเนินนี่ หากเป็นสมัยหนุ่มแน่นหล่ะก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับผมเลยนะเนี่ย
แต่วันชะแรเช่นนี้ ปั่นได้ครึ่ง(ก็ดีถมถืด)จึงจอดและจูงเจ้าแดงน้อยเดินไปด้วยกันดีกว่า ดูแล้ว
เจ้าแดงน้อยคงพอใจ พอพ้นเนินทางแยกออกด้านหลังเขาจีนแลจึงปั่นเจ้าแดงน้อยต่อไป
เสียงรถเครื่องดังมาจากข้างหลัง แซงเราขึ้นไปครู่เดียวก็ลับสายตา
* แวะพักใต้ร่มเงาไม้สักครู่ แดดเช้า(สาย)แรงพอดูทีเดียว มองเขา มองคน(ชาวสวน)
ที่กำลังเก็บเกี่ยวถั่วเขียว เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่มาแบ่งพื้นที่ทานตะวันในช่วงหลังๆนี้
พูดถึงการปลูกและเก็บเกี่ยวถั่วเขียว หากพื้นที่เพาะปลูกไมามากมายนักเขาจะใช้วิธีเก็บฝัก
แล้วเอาไปกะเทาะเปลีอก แต่หากพื้นที่เพาะปลูกมีมากเกินกำลังเก็บฝัก เขาก็จะใช้วิธี
ตัดต้นมัดรวมกันไว้แล้วใช้เครื่องสี คล้ายๆเครื่องสีข้าวนั่นแหละครับ
* คลายเหนื่อสักหน่อยก็ออกเดินทางกันต่อ ที่เดิมที่เคยมาดูเมื่อปีก่อน บ้านหนองหอย
ที่อยู่ถัดไปจากบ้านหนองถ้ำ แต่ยังมองเห็นเขาจีนแลได้อย่างชัดเจน พื้นที่ทานตะวัน
โดนแบ่งเรียบร้อยด้วย ข้าวโพด ถั่วเขียว อ้อยจึงทำให้มองเห็น สีเหลือง สีเขียวและ
สีน้ำตาลสลับกันเป็นช่วงๆ บางแห่งต้นทางตะวันยังไม่ออกช่อดอกเลยครับ ราวๆกลางๆ
หรือปลายธันว่าก็น่าจะยังพอมีให้ชมบ้าง
* เฮ้ย..เหนื่อยเหงื่อไหลเหมือนกันนิ นี่เป็นครั้งแรกในหลายปีที่ฉันถีบเจ้าแดงน้อยมาไกล
โดยปกติก็แต่ บ้าน-ที่ทำงาน แค่นั้น วันนี้ถือเป็นการทดสอบสังารองฉันอีกครั้งหนึ่ง
ขากลับสบายหน่อยที่ไม่ต้องออกแรงมากนักเพราะดูเหมือนพื้นที่จะลาดลง ทางผ่านแวะไร่สานฝัน
ซื้อผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ กลับไปใช้สักหน่อย...

..

ไอ้แดงน้อยเพื่อคู่ชีพ

..

กับร่องรอยที่ผ่านมา

..

เจ้านกพวกนี้เป็นเพื่อนชมทุ่ง

..

นี่แหละครับทุ่งทานตะวันที่เป็นหย่อมๆ

..

..

ด้านหลังเขาจีนแล เขาหินตัดกับท้องฟ้าสีสด

..

ไร่ถั่วเขียวที่ตัดต้นแล้วรอนำไปสี

..

เบื้องหน้าที่เห็นคือ เขาตะกร้า

..

ชาวบ้านกำลังลงงาน แต่ผมกลับเถลไถล

..

มุมนี้ถ่ายจากบ้านหนองหอย เห็นด้านหลังของเขาจีนแล

..

..

มุมนี้จากบ้านหนองถ้ำ ทานตะวันยังเขียวอื๋ออยู่เลยครับ

..

โดย นายสิบหมื่น

 

กลับไปที่ www.oknation.net