วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไดอารี่ 7 วัน 7 ภาพ ( 25 )


วันศุกร์ 25 พฤศจิกายน 2554



ระดับน้ำในซอยของหมู่บ้านเราลดลงมากแล้ว สัปดาห์หน้า เรือก็คงจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป วันนี้ ก็เลยเป็นวันสุดท้ายที่เราจะใช้บริการเรือ

ในช่วงน้ำท่วม ลุงรินทร์ ซึ่งอยู่บ้านเยื้องๆกับเรา กลายเป็นฝีพายประจำบ้านเรา เวลาต้องการใช้เรือ ก็แค่ตะโกนเรียกแก หรือไม่ก็โทรศัพท์เรียก แป๊ปเดียว แกก็จะมารับถึงหน้าบ้าน หรือๆไม่ก็ที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้านเวลาที่เรากลับจากทำงาน จะตี 5 ครึ่ง หรือ 2 ทุ่ม เรียกแกได้หมด ส่วนสนนราคาค่าบริการ ก็แล้วแต่เราจะให้ ไม่ได้มีการกำหนดราคาตายตัวแต่อย่างใด

ตอนน้ำยังไม่ท่วม ลุงแกทำงานขายของอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ช่วงน้ำท่วม การค้าการขายทำไม่ได้สะดวก ลุงแกก็เลยให้ลูกเขยไปเอาเรือลำนี้มาจากอ่างทอง เพื่อหาลำไพ่พิเศษ ในการรับส่งคนในหมู่บ้าน ดีกว่าอยู่เปล่าๆ 

และเมื่อน้ำลดลงมาก พายเรือไม่ได้ ลุงแกก็เลยบอกว่า วันจันทร์ แกจะกลับไปขายของแล้ว
ส่วนเราก็ต้องลุยน้ำกันเอง

วันเสาร์ 26 พฤศจิกายน 2554



เสบียงประจำบ้านช่วงน้ำท่วม ก็มีทั้งที่ซื้อมาเอง และที่เขาเอามาแจกให้ถึงหน้าบ้าน หรือมีเพื่อนบ้านไปรับของบริจาค และเอามาให้อีกที เพราะส่วนมากเราต้องไปทำงาน ไม่มีเวลามารอรับของบริจาคจากใคร แถมในช่วงแรกๆ เราก็ปฏิเสธที่จะรับของบริจาค เพื่อว่าเขาจะได้เอาไปให้คนอื่นๆที่ลำบากมากกว่าเรา แต่ภายหลัง ของบริจาคมีเข้ามากมาย ก็เลยรับไว้เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ

อันนี้เป็นในส่วนของอาหารแห้งเท่านั้น ได้อะไรมาเราก็เอามารวบรวมใส่ตะกร้าเอาไว้ 

เนื่องจากเราอยู่กันแค่ 2 คน  ประกอบกับออกไปทำงานนอกบ้านเกือบทุกวัน ก็เลยไม่ค่อยได้ใช้บริการเสบียงประจำบ้านซักเท่าไหร่ ข้าวของก็เลยเหลือมากมาย หลังน้ำลด อะไรยังเหลืออยู่ ก็ว่าจะเอาไปบริจาคให้คนอื่นๆต่อครับ เพราะเอียนมากกับพวกมาม่า ปลากระป๋อง

ที่มีคนนำมาบริจาค และไม่ได้เอามาใส่ไว้ในตะกร้านี้ ก็ยังมียารักษาโรค ขนม ข้าวสาร นมกล่อง และข้าวของเครื่องใช้ประเภทสบู่ ยาสีฟัน ผ้าถุง ผ้าขาวม้า ไฟฉาย เสื้อยืด และน้ำขวด ส่วนอาหารกล่อง ที่มีคนนำมาบริจาคเป็นระยะนั้น เราก็ต้องรีบกินก่อนที่มันจะบูด

ของบริจาคมากมาย มากันแบบง่ายๆ คือใส่มาในถุงพลาสติกธรรมดาๆ บางราย ถ้าไม่ถาม ก็ไม่ยอมบอกเสียด้วยซ้ำว่ามาจากที่ไหน มีอยู่รายหนึ่ง เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น พายเรือเอาของมาแจกถึงหน้าบ้านตอน 2 ทุ่มแล้ว ของที่เอามาให้นั้นถือว่ามากมาย แถมยังไม่วายเป็นห่วงเรื่องสัตว์เลี้ยง เพราะมีการจัดอาหารแมวมาให้เราด้วย ผมถามไปว่ามาจากที่ไหน คือหมายถึงว่ามาจากองค์กรอะไร สถาบันอะไร เด็กๆบอกแค่ว่า มาจากลาดพร้าว  ก็เลยไม่ได้สอบถามต่อ เพราะเด็กไม่อยากแสดงตัว

แต่ที่มาจากองค์กรใหญ่ๆ ก็มี เช่นจากช่อง 3 อันนี้ มีญาติของเพื่อนบ้าน นำมาฝากอีกที อันนี้มาใหญ่มาก ให้มาม่ามาเป็นลัง กระสอบที่ใส่ก็ติดโลโก้ช่อง 3 หรา รู้ถึงไหนถึงกัน อันนี้ภรรยาผมชอบใจเป็นพิเศษ เพราะมีข้าวสารแจกมาด้วย พอดีข้าวสารบ้านเรากำลังหมดพอดี ถ้าจะไปซื้อข้างนอกก็คงไม่สะดวกที่จะแบกขึ้นรถลงเรือ

แต่ที่ผมมองว่าครบสูตรของถุงยังชีพก็น่าจะเป็นของตลาดหุ้น รายนี้ก่อนที่จะนำมาแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย มีการติดต่อมาเป็นระบบ คนที่จะไปรับ ต้องมีบัตรคิว ต้องนัดวันเวลาไปรับ และต้องเดินทางไปรับถึงปากซอยใหญ่ พอดีลูกชายคนโต กลับมาจากต่างจังหวัด หลังผมส่งไปอพยพหนีน้ำอยู่นานหลายวัน เขาไปติดต่อรับของบริจาคเอง และนี่ก็รู้สึกว่าจะเป็นครั้งเดียวที่ครอบครัวเราดิ้นรนที่จะไปรับของบริจาค

ที่ผมบอกว่าถุงยังชีพของตลาดหุ้นมีความครบสูตร ก็เพราะว่าในนั้น มีทุกอย่างที่คนๆหนึ่งที่หมดตัวกับน้ำท่วม เหลือแต่เสื้อผ้าชุดเดียวติดกาย จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ระยะหนึ่งด้วยถุงยังชีพชุดนี้ ในถุงยังชีพชุดนี้ มีแม้กระทั่งผ้าถุงและผ้า ขาวม้า ที่ใช้สำหรับผลัดเปลี่ยนตอนอาบน้ำ เสื้อยืด และไฟฉาย

แต่ในบรรดาของที่นำมาแจกทั้งหมดนั้น สำหรับผมแล้ว มีอยู่สิ่งเดียวที่จำเป็นจริงๆ นั่นก็คือ ครีมทากันยุง เพราะผู้คนต้องเผชิญกับฝูงยุงจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนรอรถกลับเข้าบ้านตอนค่ำ และครีมทากันยุง หรือ ก.ย.15 หาซื้อที่ไหนก็ไม่มีขาย

วันอาทิตย์ 27 พฤศจิกายน 2554



ถ้ามาจากปากซอย หมู่บ้านก่อนที่จะถึงหมู่บ้านเรา มีชื่อว่าหมู่บ้าน ตชด. ซึ่งก็น่าจะเป็นหมู่บ้านที่สร้างให้เป็นสวัสดิการสำหรับตำรวจ ตชด. บ้านในหมู่บ้านนี้ ส่วนมากเป็นบ้านชั้นเดียว หมู่บ้านนี้เป็นแอ่งกะทะ ทำให้ที่นี่น้ำท่วมก่อนที่อื่นๆมาเป็นเดือนแล้ว และในช่วงที่น้ำในที่อื่นๆเริ่มลดลง ที่นี่ก็ยังมีน้ำท่วมขังอยู่มาก

เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ยังอยู่อาศัยที่นี่ มีการสร้างสะพานไม้ให้ชาวบ้านเดินเข้าออกโดยไม่ต้องเปียกน้ำ และวันนี้ ผมก็ได้ลองไปเดินบนสะพานนี้ดูเป็นครั้งแรก จากการประเมินโดยสายตา สะพานนี้ยาวประมาณ 300-400 เมตรเลยทีเดียว 

ในซอยของหมู่บ้านนี้มีความประหลาดอย่างหนึ่งคือมีบ้านเรือนอยู่ 2 หย่อม หย่อมแรกอยู่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน อีกหย่อมหนึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ส่วนตรงกลางโบ๋ เป็นที่รกร้างกับสนามเด็กเล่น

สะพานไม้เข้าออกหมู่บ้านก็เลยทำเป็น 2 แบบเพื่อประหยัดงบ คือต้นซอยกับท้ายซอย ทำเป็นแบบกระดาน 2 แผ่น ส่วน กลางซอย ลดเหลือแผ่นเดียว แค่กระดาน 2 แผ่นก็ยังเดินยากจะตายอยู่แล้ว เพราะสะพายไม่ได้มั่นคงอะไร โยกไปเยกมา พอถึงตรงกลาง ที่เหลือกระดานแผ่นเดียวก็ยิ่งไปกันใหญ่ ไอ้ที่โยกเยก ก็ถึงกับสั่นพั่บๆ และยิ่งลำบากมากขึ้นตอนเดินสวนกัน ไม่รู้ว่าจะสับหลีกกันอย่างไรถ้าผ้สูงอายุ 2 คนต้องมาเดินสวนกันบริเวณนี้ ขนาดผมยังไม่ค่อยแก่เท่าไหร่ ยังรู้สึกหวิวๆเลย ตอนมาเดินที่นี่

ถ้าเมามาด้วย ก็แนะนำว่าไม่ควรมาเดินแถวนี้เลย ตกสะพานแน่นอน

ก็ไม่รู้ว่า ใครมาสร้างมันเอาไว้

นี่คือสะพานไม้ที่ยาวที่สุดที่ผมเคยเดินมาในชีวิต

ระหว่างเดินบนสะพานไม้เพื่อดูความเสียหายของหมู่บ้านนี้ ก็เหลือบไปเห็นบ้านหลังหนึ่งติดป้ายหราเอาไว้ “ พวกเราบูชานายกฯทักษิณดุจเทพเจ้าแห่งความรุ่งเรือง “ 

เมื่อมองป้ายนี้ สลับกับมองสะพานไม้ และน้ำเน่าสีดำๆที่อยู่เบื้องล่าง กับเสียงน้ำที่บ้านหลังนี้สูบออกจากตัวบ้าน มันช่างขัดแย้งและผะอืดผะอมยังไงไม่รู้

วันจันทร์ 28 พฤศจิกายน 2554



ตั้งใจว่าวันนี้จะเริ่มใช้ชีวิตแบบเป็นปกติ เพราะที่ทำงาน ก็กลับมาเริ่มใฃ้ผังการออกอากาศแบบค่อนข้างปกติแล้ว หลังจากที่ยกรายการทั้งหมดทิ้ง เพื่อให้เวลากับข่าวน้ำท่วม

ผมเริ่มด้วยการนอนตื่นสายตามปกติแบบที่เคยทำช่วงก่อนน้ำท่วม ไม่ใช่ตื่นตั้งแต่ตี 5 กว่า เพื่อที่จะได้ออกไปทำงานพร้อมกับภรรยา เนื่องจากกลัวไม่มีรถที่จะพาออกไปยังหน้าปากซอย แต่ตอนนี้น้ำลดแล้ว รถราต่างๆ ทั้งสองแถวและมอเตอร์ไซต์วิน น่าจะกลับมาเป็นปกติ

จากนั้นผมก็เดิน ( ลุยน้ำ ) ไปที่หน้าปากทางหมู่บ้าน เพื่อจะไปขึ้นรถสองแถว โดยวันนี้ กะว่าจะไม่โบกรถใครอีกแล้ว เพื่อพยายามให้กลับเข้าสู่โหมดปกติให้มาก แต่ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ในหมู่บ้าน ก็มีรถขนนักโทษของตำรวจตามหลังมา ก็ไม่รู้ว่าวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านทำไม เพราะตามธรรมดา รถที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนช่วงน้ำท่วม จะไม่เข้ามาวิ่งในหมู่บ้าน ตำรวจเรียกให้ผมขึ้นรถ เพราะรถจะไปที่ปากซอยพอดี

วันนี้ ผมก็เลยได้ขึ้นรถขนนักโทษของตำรวจเป็นครั้งแรกในชีวิต 55555

ชีวิตในวันนี้ก็เลยยังไม่กลับเข้าสู่โหมดปกติร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

วันอังคาร 29 พฤศจิกายน 2554



น้ำที่หน้าปากซอยวัดคู้บอน ถนนรามอินทรา กม.8 แห้งหมดแล้ว เมื่อวานก็เลยเริ่มเก็บกระสอบทรายที่นำเอามาวางไว้ เพื่อกันน้ำเข้าตลาดสายเนตรออกจนเกือบหมด

ในช่วงที่น้ำท่วมบริเวณนี้ บริเวณตลาดที่อยู่ด้านใน และเป็นที่ต่ำ น้ำกลับไม่ท่วมแต่อย่างใด จากมาตรการทั้งป้องกัน และสูบน้ำออกของทางตลาด การค้าขายในตลาดจึงเป็นไปตามปกติ

วันพุธ 30 พฤศจิกายน 2554



หนังที่ดูตลอดเดือนตุลาคม มี 13 เรื่อง เริ่มน้อยกว่าเดือนก่อนๆมาก อาจจะเป็นเพราะบรรยากาศน้ำท่วมทำให้จิตใจไม่ค่อยอยากจะดูหนังมากนัก

1 Goodbye My Friend เพื่อนรักตลอดกาล
2 Happy - Go - Lucky ป็อบปี้ เธอสุขไม่มีหยุด
3 Mother Of Mine
4 Insomnia
5 Breakdown
6 Nikita รหัสเธอโคตรเพชฌฆาต
7 Requiem หลอนหรือเธอหลอก
8 The Man Who Cried อยากร้องไห้ให้หายรัก
9 Daywatch
10 The Sound Of Music มนต์รักเพลงสวรรค์
11 Gone With The Wind วิมานลอย
12 The Lord Of The Rings , The Fellowship Of The Ring อภินิหารแหวนครองพิภพ
13 12 The Lord Of The Rings , The Two Towers ศึกหอคอยคู่กู้พิภพ

วันพฤหัสบดี 1 ธันวาคม 2554



เริ่มต้นเดือนใหม่แล้ว เริ่มต้นเดือนสุดท้ายของปีแล้ว แต่น้ำในหมู่บ้านก็ยังไม่แห้ง แม้ว่าจะลดลงมากแล้วก็ตาม ในภาพ น้ำอาจจะดูดำๆ แต่ตามจริง น้ำที่นี่ใสมาก ซึ่งก็คงเป็นเพราะว่าน้ำลดลงมากแล้ว และในซอยมีรถเข้ามาวิ่งมากขึ้น แรงกระเพื่อมของน้ำ ได้พัดเอาเศษตะกอนให้ลอยออกไปข้างๆ น้ำบนพื้นถนนจนหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณช่วงกลางถนน น้ำจึงใสมาก ทั้งยังไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าอีกด้วย ต่างจากวันแรกๆที่น้ำไหลเข้ามา ที่ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันกวาดเอาอะไรต่อมิอะไรมาบ้าง น้ำจึงดำ และสกปรกมากกว่าตอนนี้

โดย รุสสกี้

 

กลับไปที่ www.oknation.net