วันที่ พุธ ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ส.ส.-ส.ว.เบิกค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 100,000 บาท แถมเบี้ยประชุม


ซุ่มเงียบแจกโบนัสสภาผู้ทรงเกียรติ

ให้ ส.ส.-ส.ว.เบิกค่ารักษาพยาบาลครั้งละ 100,000 บาท

แถมเบี้ยประชุม

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1323835926&grpid=00&catid=&subcatid=

วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่าง อื่นของประธานและรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธาน วุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ พ.ศ.... และร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับการประกัน สุขภาพ (การรักษาพยาบาล) ของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ แต่หารือกันใน ครม. โดยไม่ให้ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวให้สาธารณชนรับทราบ 

ในร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเกี่ยวกับการประกัน สุขภาพ (การรักษาพยาบาลของสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ... ที่ ครม.อนุมัตินั้น ได้เพิ่มสิทธิในการรักษาพยาบาลให้กับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากที่ปัจจุบัน ส.ว. และ ส.ส.ได้รับการประกันสุขภาพเป็นรายปี โดยเบิกจ่ายเงินงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในลักษณะการประกันสุขภาพกลุ่มให้กับ ผู้รับประกันในอัตราไม่เกิน 20,000 บาทต่อคนต่อปี มีค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 12.6 ล้านบาท

แต่ร่างที่แก้ไขฉบับนี้ได้ปรับให้เป็น ส.ว.และ ส.ส.จะได้รับ สิทธิประโยชน์สวัสดิการรักษาพยาบาล โดยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลทั่วไปต่อครั้งได้ 100,000 บาท, ค่าผ่าตัดต่อครั้งได้ 120,000 บาท และค่าตรวจสุขภาพประจำปีได้ 7,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2556 เพราะปี 2555 ยังอยู่ในสัญญาประกันสุขภาพกลุ่ม ซึ่งต้องรอให้สิ้นสุดสัญญาก่อน เพื่อไม่ให้มีการจ่ายเงินงบประมาณซ้ำซ้อนกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องเดิมที่ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งร่างระเบียบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ครม. พิจารณานั้น จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ปีละ 124.63 ล้านบาทกำหนดค่ารักษาพยาบาลทั่วไปอยู่ที่ครั้งละ 120,000 บาท ก่อนที่จะปรับลงมาเหลือ 100,000 บาท, ค่าแพทย์ผ่าตัดครั้งละ 200,000 บาท ก่อนที่จะถูกปรับลงเหลือ 120,000 บาท และค่าตรวจสุขภาพประกันปี 10,000 บาท ก่อนที่จะปรับลงมาเหลือ 7,000 บาท

นอกจากนี้ ตามร่างกฤษฎีกาเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นฯที่ ครม.อนุมัติ กำหนดให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานรัฐสภา) จะได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ส่วนกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการวุฒิสภา กรรมาธิการรัฐสภาและกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งเฉพาะครั้งที่มาประชุมในอัตราครั้งละ 1,500 บาท และกำหนดให้อนุ กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร อนุกรรมาธิการวุฒิสภา อนุกรรมาธิการรัฐสภาและอนุ กรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งครั้งละ 800 บาท

สำหรับข้อเสนอที่จะให้ผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราช บัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการรัฐสภาสามัญได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 1,000 บาทนั้น ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเห็นว่าไม่สมควรจะกำหนดให้ได้รับเบี้ยประชุมอีก เนื่องจากเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่ปกติของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับเงิน เดือนเป็นประจำอยู่แล้ว

ส่วนค่าใช้จ่ายในการเดินทางของ ส.ส., ส.ว., กรรมาธิการ ส.ส., กรรมาธิการ ส.ว., กรรมาธิการรัฐสภา และกรรมาธิการร่วมกันของทั้ง 2 สภา ให้ได้รับสิทธิเบิกค่าเดินทางในอัตราเดียวกับหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง สำหรับ ส.ส.และ ส.ว.ที่เดินทางโดยพาหนะส่วนตัวมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในการเดิน ทางมาประชุม

............................................................................................................

จขกท. 

1 - ผมว่าเข้าครั้งละเเสนน่ะมากไปนะ

2 - เเละ น่าจะตั้งงบให้เป็นว่า เข้าครั้งละสองหมื่น - ส่วนเกินก็ไป

เคลมประกันอีกขั้นหนึ่ง

หรือหมายถึงว่า รัฐบาลซื้อประกันสองสามสเต็ป 

เเบบผู้ป่วยนอก   เเบบผู้ป่วยในที่ใช้งบอยู่ในกรอบเช่น2หมื่น

เเละเเบบผู้ป่วยในที่งบทะลุเกินกรอบ   จะเซฟเงินได้อื้อเลยนะผมว่า

3 - ผมว่า ก้าวต่อไป คงเป็น บำเหน็จบำนาญ นักการเมือง  

อย่าเผลอเเบบวันนี้เชียว


โดย ต้นหญ้าในป่าใหญ่

 

กลับไปที่ www.oknation.net