วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2554

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โกงกาง:พรรณไม้ในวรรณคดีนิราศของสุนทรภู่


ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ผม(ลำพูริมเล) เขียนบทความลงในบล็อก oknationใหม่ๆ เรื่องที่เขียนลงจะเป็นเรื่องแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ และภาพข่าวกิจกรรมปลูกป่าชายเลน บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมผมได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทั้งนี้เหตุที่ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องปลูกป่าชายเลนก็เพราะ ช่วงหนึ่งผมได้ทำงานปลูกป่าชายเลน ในพื้นที่รอบๆริมทะเลสาบสงขลา...ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549-2552 และต่อมาเมื่อผมเปิดคอมพิวเตอร์ได้ และใช้แบบมั่วๆจนเป็นบ้าง..อิอิ  และเริ่มเล่นอินเตอร์เน็ตมาเจอเว็บบล็อกoknation จากการเสริชหาข้อมูลในกูเกิล และเข้ามาอ่านเรื่องราวในบล็อกต่างๆของเพื่อนๆชาวoknationอยู่พักหนึ่ง ก็คิดว่า...ผมน่าจะนำเรื่องที่ทำงานปลูกป่าชายเลน...มาเขียนในบล็อกบ้างก็ดี และคิดว่า...ถ้าแค่เพียงเรื่องในป่าชายเลนน่าจะแคบไป จึงเอาเรื่องราวในท้องถิ่น ชุมชน ในหมู่บ้านมาเขียนลงบล็อกด้วยดีกว่า ...

ในตอนที่ผมทำงานปลูกป่าชายเลนนั้น ผมมีวัตถุดิบเรื่องราวอยู่ในหัวมาก...แต่ยังขาดการเรียบเรียงถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวได้ เรื่องในหัวส่วนมากจะเป็นเรื่องราวของเพื่อนๆที่เป็นคนบ้านๆเหมือนกันกับผม เพื่อนที่ทำงานปลูกป่าชายเลนจะมีหลายวัยด้วยกัน ทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นน้า ซึ่งเพื่อนๆของผมเหล่านี้ ต่างมีเรื่องสนุกๆมาเล่าสู่กันฟังในตอนทำงานปลูกป่าชายเลน และในตอนวนจิบดื่มสุราเถื่อน...แกล้มปลาปิ้งกัน ในตอนเลิกงาน...ครับ

เกริ่นมาซะยาว เข้าเรื่องดีกว่าครับ...

โกงกาง:พรรณไม้ป่าชายเลนในวรรณคดีนิราศของสุนทรภู่

 *ถึงคลองช่องล่องเลียบเงียบสงัด  เห็นเมฆกลัดกลางทะเลบนเวหา

เสียงโครมครื้นคลื่นกระทั่งฝั่งชลา ลมสลาตันตึงหึ่งหึ่งฮือ

นาวาเหเซหันให้ปั่นป่วน              ต้องแจวทวนท้ายหันช่วยกันถือ

ถึงสี่แจวแล้วเรือยังเหลือมือ        ลมกระพืดพัดโงงดูโคลงเคลง

ทั้งคลื่นซ้ำน้ำซัดให้ปัดปั่น          โอ้แต่ชั้นคลื่นลมยังข่มเหง

น่าอายเพื่อนเหมือนคำเขาทำเพลง มาเท้งเต้งเรือลอยน่าน้อยใจ

ยิ่งแจวทวนป่วนปั่นยิ่งหันเห          ลมทะเลเหลือจะต้านทานไม่ไหว

เสียงสวบเสยเกยตรงเข้าพงไพร    ติดอยู่ใต้ต้นโกงกางแต่กลางคืน

พอจุดเทียนเซี่ยนขันน้ำมันคว่ำ      ต้องวิดน้ำนาวาไม่ฝ่าฝืน

เสื้อที่นอนหมอนนวมน้ำท่วมชื้น     เหลือแต่ผืนผ้าแพรของแม่น้อง

ได้กันลมห่มหนาวเมื่อเช้าตรู่         ยังรักรู้จักคุณการุญสนอง

ลมรินรินกลิ่นกลบอบละออง        ได้ปกครองคุมเครือเมื่อเรือค้างฯ

*คัดมาจาก นิราศเมืองเพชร ของสุนทรภู่ /ชีวิตและงานของสุนทรภู่ พระนิพนธ์สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

โกงกางใบเล็ก

โกงกางใบใหญ่

โกงกาง หลายคนรวมทั้งผมด้วย ในตอนที่ยังไม่รู้จักกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ อาจจะคิดว่ามีแค่เพียงแค่ชนิดเดียว แต่ก็เป็นชื่อเรียกต้นไม้ 2 ชนิดที่เจริญเติบโตขึ้นอยู่เป็นไม้ทีเด่น และพบมากที่สุดในป่าชายเลน คือ โกงกางใบใหญ่และโกงกางใบเล็ก

โกงกางใบใหญ่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhizophra mucronata Pir.

อยู่ในวงค์ Rhizophoraceae ชื่อเรียกตามท้องถิ่น ได้แก่ กงกอน(เพชรบุรี,ชุมพร) กงกางนอก(เพชรบุรี) กงเกง(นครปฐม)กางเกง,พงกาใบใหญ่(ภาคใต้) ชื่อทางการค้าคือ Red mangrove

โกงกางใบเล็ก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rhizophora apiculata Blume

อยู่ในวงศ์ Rhizophoraceae ชื่อเรียกตามท้องถิ่น ได้แก่ โกงกาง(ระนอง) พังกาทราย(กระบี่) พังกาเล็ก(พังงา)

จุดที่แตกต่างโกงกางทั้งสองชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ ใบและปลายยอดของโกงกางใบเล็กจะเป็นสีเข้ม และเรียวคล้ายรูปหอก ส่วนโกงกางใบใหญ่สีจะออกเขียวและอ่อนกว่า รวมทั้งใบจะป้อมกว่า... นอกจากการสังเกตลักษณะของใบดังกล่าวแล้ว ลักษณะของรากค้ำยัน จะแตกต่างกัน...แหะๆๆ ผมไม่มีรูปนำมาประกอบเสียด้วย...ที่ถ่ายรูปมาต้นมันเล็กอยู่เลย...อิอิ

ลองจินตนาการดูเอานะครับ ลักษณะของรากค้ำยันของต้นโกงกางใบใหญ่มักจะโค้งลง ไม่เป็นเหลี่ยมเป็นมุม แต่รากค้ำยันของโกงกางใบเล็ก มักจะเป็นมุมป้านชัดเจน...

ประโยชน์ของโกงกางคือ ชาวประมงใช่เปลือกของโกงกางซึ่งมีรสฝาด มาใช้ในการย้อมแหและย้อมอวนให้มีความทนทาน...

โดย ลำพูริมเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net